สตม.เปิดยุทธการ x-ray outlaw foreigner ทลายต่างด้าวเกลื่อนเมือง

สตม. เปิดยุทธการ x-ray outlaw foreigner กวาดล้างชาวผิวสีและต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง รวบผู้ต้องหา 730 ราย

วันที่ 2 พ.ย. 2561 เมื่อเวลา 01.00 น. พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รองผบช.สตม., พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1, พ.ต.อ.รัชพล ชนะศรีขจร รองผบก.น.1 พร้อมด้วยตำรวจ บช.สตม. บก.สปพ. และสน.ชนะสงคราม บูรณาการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายบุคคลต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย จำนวน 238 เป้าหมายทั่วประเทศ ตามยุทธการ x-ray outlaw foreigner สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 730 ราย

พล.ต.ต.อิทธิพล เปิดเผยว่า ยุทธการดังกล่าวเป็นการร่วมมือของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ในการกวาดล้างตรวจค้นแหล่งที่พักอาศัยของชาวต่างชาติ ที่อาจแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยวเพื่อเข้ามาก่ออาชญากรรมในประเทศ เช่น กลุ่มเครือข่ายปลอมบัตรเครดิต, กลุ่มเครือข่ายหลอกลวงแต่งงาน, กลุ่มเครือข่ายผลิตและปลอมบัตรเครดิต, กลุ่มคนหลอกลวงนำเพชรปลอมมาจำหน่ายและกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ในครั้งนี้มีการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายบุคคลต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมายจำนวน 238 เป้าหมาย สามารถจับกุมได้รวม 730 ราย แบ่งเป็น 3 ข้อหา คือ จับกุมในข้อหา “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” จำนวน 42 ราย แบ่งเป็นสัญชาติเมียนมา 15 ราย อินเดีย 8 ราย กัมพูชา 6 ราย เวียดนาม 3 ราย ลาว 2 ราย คองโก 1 ราย อเมริกา 1 ราย อิรัก 1 ราย จีน 1 ราย ญี่ปุ่น 1 ราย ไนจีเรีย 1 รายและฝรั่งเศส 1 ราย

พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวว่า จับกุมในข้อหา เป็นคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต”จำนวน 398 ราย แบ่งเป็นสัญชาติเมียนมา 277 ราย กัมพูชา 58 ราย ลาว 48 ราย เวียดนาม 4 ราย อินเดีย 3 ราย เกาหลี 3 ราย บังคลาเทศ 2 ราย เนเธอแลนด์ 1 ราย จีน 1 รายและไนจีเรีย 1 ราย จับกุมในข้อหา “เป็นผู้ครอบครองเคหสถาน รับคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเข้าพักอาศัยและไม่แจ้งต่อเจ้าพนักงานภายใน 24 ชม.” จำนวน 83 ราย ข้อหา เป็นคนต่างด้าวได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ไม่พักอาศัยที่ที่แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ จำนวน 62 ราย ข้อหา “ตาม พรก.การทำงานของคนต่างด้าว” จำนวน 69 ราย และข้อหาอื่นๆ จำนวน 76 ราย อย่างไรก็ตามจะควบคุมตัวผู้กระทำความผิดทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน บช.สตม. ดำเนินการต่อไป ทั้งนี้รวมยุทธการ 38 ครั้ง ตรวจค้นเป้าหมาย 5,309 เป้าหมาย จับกุมผู้กระทำความผิดได้ทั้งหมด 4,231 ราย