ส่องโผ “ครม.” ชุดใหม่ บทพิสูจน์ดุลอำนาจในมือ “ประยุทธ์”

Bright Inside : ส่อง ครม. “ประยุทธ์ 2” แรงกระเพื่อมที่ยังไม่นิ่ง บทพิสูจน์ดุลอำนาจในมือ “ประยุทธ์”

ยังอยู่ในภาวะฝุ่นตลบต่อเนื่อง เมื่อการจัดโผคณะรัฐมนตรี(ครม.) “ประยุทธ์ 2” ยังไม่ได้ข้อสรุป จากแรงกระเพื่อมหลายระลอกต่อการร้องขอเก้าอี้ภายในกลุ่มก้อนพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ภายหลังต้องหลุดบัญชีการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีกับขบวนเดียวกับ 6 พรรคร่วมรัฐบาล

โดยเฉพาะ “ศึกใน” 2 มุ้งใหญ่ที่ออกมาประกาศทวงเก้าอี้ล่าสุด ตั้งแต่กลุ่ม 13 ส.ส. “ด้ามขวานไทย” นำโดย “นิพันธ์ ศิริธร” ส.ส.ตรัง ในฐานะประธานกลุ่ม เรียกร้องเก้าอี้ฝ่ายบริหาร และท่าทีของ “เอกราช ช่างเหลา” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะดูแลพื้นที่ภาคอีสาน ไม่ได้ถูกเลือกในตำแหน่งครม.ให้กลุ่ม ส.ส.ภาคอีสานตอนบน ถึงแม้จะกวาด 19 ส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อ ให้ “พลังประชารัฐ” เป็นที่มาของเสียงข่มขู่พร้อมทบทวนท่าทีกับพรรคในอนาคต

“เอกราช ช่างเหลา” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ

กลายเป็น 2 ขั้วภายในที่ยังส่งสัญญาณกดดันไปถึงผู้มีอำนาจ “ตัวจริง” ในการจัดโผครม. ท่ามกลางรายชื่อที่หลุดออกมา 35 ตำแหน่ง มีหลายคนยังติด “เดดล็อค” เรื่องคุณสมบัติและความเหมาะสมในการเป็นรัฐมนตรี

ทำให้ภาพความไม่นิ่งเก้าอี้ครม.ครั้งนี้ ยังโดนแซะจากกลุ่มก้อน ส.ส.ไม่ใช่แค่ “พลังประชารัฐ” เท่านั้น เมื่อดีล “ภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์” กำลังถูกขยับไปด้วย เพราะหากสแกนรายชื่อที่อยู่ในมือ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ในฐานะผู้ที่กุมความได้เปรียบต่อการจัดโผครม.สูงสุด ยังไม่สะเด็ดน้ำมากพอ จาก “เงื่อนไข”  ทางกฎหมายเพื่อให้ภาพครม.ชุดนี้ออกมาสมบูรณ์มากที่สุด

เพราะชื่อที่ถูกแรงต้านภายในและภายนอกจากพรรคร่วมรัฐบาล ที่มีกระแสกดดันให้ต้องนายกฯต้อง “ทบทวน” นั้น มาจากคดีที่ติดตัวระหว่างถูกตรวจสอบโดย “ป.ป.ช.” หรือการถือ “หุ้นสื่อ” ของ “ว่าที่รัฐมนตรี” อาทิ พรรคภูมิใจไทย จากเดิมส่งชื่อ “ชาดา ไทยเศรษฐ์” เป็รมช.เกษตรฯ จนมีกระแสเปลี่ยนเป็นน้องสาวมารับตำแหน่งแทน ส่วนฝั่ง “ประชาธิปัตย์” โดยเฉพาะชื่อ “นิพนธ์ บุญญามณี” อดีตนายกอบจ.สงขลา ที่ถูกเสนอชื่อเป็น รมช.มหาดไทย ยังเป็น “ตำบลกระสุนตก” จากการเคลือบแคลงคุณสมบัติ ของ “ศรีสุวรรณ จรรยา” เลขาธิการองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมไทย ออกมายื่นร้องคัดค้านเนื่องจากมีคดีอยู่ในการพิจารณาของ ป.ป.ช.

“ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ

ขณะเดียวกันยังมีชื่อ “สาธิต ปิตุเตชะ” ที่ถูกเสนอเป็น “รมช.สาธารณสุข” ยังเป็นหนึ่งชื่อถูกร้องกรณีถือครองหุ้นสื่อ เช่นเดียวกับชื่อ “ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” ว่าที่ รมว.ศึกษาธิการ “ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล” ว่าที่ รมว.ต่างประเทศ “เทวัญ ลิปตพัลลภ” หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ว่าที่รมช.อุตสาหกรรม รวมไปถึงชื่อ “วีระศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล” ผู้ถกเสนอชื่อเป็น “รมช.พาณิชย์” ยังติดเรื่องภาพลักษณ์ กรณีดำเนินคดีรุกที่ ส.ป.ก.

กลายเป็น “โจทย์ใหญ่” ที่ “ประยุทธ์” ต้องเร่งเคลียร์ปัญหาโผครม. ให้เสร็จโดยเร็ว ภายหลังประเทศไทยเป็นเจ้าภาพประชุมอาเซียนเสร็จสิ้นวันที่ 24 มิ.ย. เพื่อสรุปรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ เดินหน้ารัฐบาลชุดใหม่เต็มตัว พร้อมเตรียมรับแรงตรวจสอบจาก 7 พรรคฝ่ายค้าน นำโดย “เพื่อไทย-อนาคตใหม่” ที่จองกฐินรัฐบาลภายหลังแถลงนโยบายไว้แล้ว

รายชื่อ 35 ว่ารัฐมนตรี ถึงมือพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรียบร้อยแล้ว

เมื่อโจทย์สำคัญนาทีนี้จาก “ศึกใน” ที่ “พลังประชารัฐ” ต้องสยบแรงเสียดทานให้ได้ จากสัญญาณ “ไม่พอใจ” ที่ถูกส่งออกมาหลายกลุ่มว่า แกนนำ “เอาใจ” พรรคร่วมรัฐบาลมากกว่า “คนใน” ที่ช่วยกันสร้าง “พลังประชารัฐ” ให้โตได้ถึงทุกวันนี้ ทว่าหาก “บาดแผล” ไม่ได้ถูกเยียวยา จะเป็นรอยร้าวที่ถูกขยายทุกครั้ง ต่อการ “ปรับครม.”​ เพื่อทวงโควตาเก้าอี้รัฐมนตรี ให้มาอยู่ในกลุ่มก้อนของตัวเองให้ได้

สุดท้ายแล้ว “รัฐนาวา” ที่ไร้ดาบ “มาตรา 44” ในมือ “หัวหน้าคสช.” ครั้งนี้ จะสะเทือนให้ทุกความเคลื่อนไหวทั้งกระดาน “ศึกใน” พรรคร่วมรัฐบาล ที่ยังท้าทายดุลยภาพ “ครม.ประยุทธ์ 2” ทั้งสิ้น