เผย “ทูลกระหม่อมฯ” มีพระเมตตาตอบรับขึ้นบัญชีนายกฯ

“ปรีชาพล” เผย ทูลกระหม่อมฯมีพระเมตตาตอบรับ ยินยอมให้ใช้ชื่อเป็นบัญชีนายกฯ ทษช. ยันไม่ใช่รัฐบาลแห่งชาติ ย้ำทุกอย่างเป็นไปตามรธน. 

8ก.พ.62-ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) แถลงข่าวภายหลังยื่นบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีว่า คณะกรรมการบริหารพรรคได้ประชุมกันและมีมติเสนอชื่อทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี เป็นนายกฯของพรรค ซึ่งกรรมการบริหารพรรคเห็นพ้องต้องกันว่าทูลกระหม่อมฯเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ เป็นชื่อที่มีความเหมาะสมที่สุด จากนั้นจึงได้ติดต่อและประสาน โดยทูลกระหม่อมฯได้มีพระเมตตาตอบรับและยินยอมให้ ทษช.เสนอชื่อท่าน เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบเป็นนายกฯในนาม ทษช. ในรายละเอียดคงไม่เหมาะสมที่เราจะไปพูดแทนท่าน เพราะท่านทำงานเพื่อสังคมมาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นโครงการทูบีนัมเบอร์วัน ช่วยเหลือเยาวชนให้ห่างไกลยาเสพติด หรือการที่พระองค์เป็นผู้แทนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ตลอดระยะเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมา ท่านได้เดินทางทั้งในและต่างประเทศ ทำให้เห็นถึงความเดือดร้อนและปัญหาของประชาชน วันนี้จึงถือว่าเป็นพระเมตา ที่ท่านได้เสียสละและเมตตาลงมาทำงานให้กับพี่น้องประชาชน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านให้เกียรติตอบรับเป็นบัญชีนายกฯของทษช.

เมื่อถามว่า ท่านจะมาช่วยหาเสียงหรือไม่ ร.ท.ปรีชาพล กล่าวว่า พวกเรามีนโยบายและแผนงานหาเสียงอยู่แล้ว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับท่านต้องรอให้มีพระเมตตา หลังจากกกต.ได้พิจารณาและตรวจสอบคุณสมบัติบัญชีรายนายกฯอย่างเป็นทางการแล้ว จากนั้นจะได้แถลงอย่างเป็นทางการในรายละเอียดว่า ท่านจะได้มาช่วยหรือไม่อย่างไร เมื่อถามว่าป้ายหาเสียงจะมีรูปท่านคู่กับผู้สมัครหรือไม่ ร.ท.ปรีชาพล กล่าวว่า ตรงนี้เป็นกระบวนการตามรัฐธรรมนูญทุกประการ ถ้าบอกว่าเป็นรัฐบาลแห่งชาติก็คงไม่ใช่ เป็นเรื่องของการเข้าสู่กระบวนการการเลือกตั้งให้พี่น้องประชาชนได้ใช้สิทธิใช้เสียง ทุกอย่างเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญได้ระบุไว้ทุกอย่าง

เมื่อถามว่า การเสนอชื่อดังกล่าวทำให้ทษช.ได้เปรียบในการเลือกตั้งหรือไม่ ร.ท.ปรีชาพล กล่าวว่า ความได้เปรียบเสียเปรียบขึ้นอยู่กับประชาชนจะพิจารณา ทุกพรรคมีสิทธิในการเสนอรายชื่อให้ประชาชนพิจารณา คิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่พรรคทำตามกฎหมายทุกขั้นตอน ไม่มีเรื่องได้เปรียบเสียเปรียบทั้งสิ้น เมื่อถามว่า การตัดสินใจดังกล่าวถือเป็นการชิงเพื่อเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ ร.ท.ปรีชาพล กล่าวว่า อาจเร็วไปที่จะบอกว่าพรรคจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการลงคะแนนเสียงของประชาชน และจะต้องมีการหารือกับพรรคที่มีแนวคิดเดียวกัน ซึ่ง ทษช.มีความชัดเจนอยู่แล้วว่า เราสนับสนุนเรื่องของประชาธิปไตยและทำทุกวิถีทางเพื่อสกัดกั้นการสืบทอดอำนาจ ฉะนั้นคงได้มีการพูดคุยกันกับพรรคที่มีแนวคิดเดียวกันต่อไปหลังผลการเลือกตั้งออกมา 

“เรายืนยันว่าจุดยืนของพรรคยังเป็นหลักการประชาธิปไตย เพราะประชาธิปไตยเป็นสิ่งสวยงาม สามารถให้สิทธิเสรีภาพกับประชาชน และยังเป็นกุญแจนำไปสู่การพัฒนาและนำพี่น้องประชาชนไปสู่การกินดีอยู่ดี การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ประเทศไทยประสบปัญหามานาน สิ่งสำคัญที่สุดประชาธิปไตยเป็นกุญแจเบื้องต้นหรือบันไดขั้นแรก ที่เราต้องข้ามไปให้ได้ เพื่อนำไปสู่บันไดขั้นที่สูงขึ้นต่อๆไป เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของพี่น้องประชาชน”ร.ท.ปรีชาพล กล่าว

เมื่อถามว่า ทูลกระหม่อมให้เหตุผลในการตอบรับอย่างไร ร.ท.ปรีชาพล กล่าวว่า คงจะไปตอบแทนท่านไม่ได้ แต่คิดว่าพรรคเราเน้นในเรื่องความคิดทันสมัย การก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก และเท่าที่เห็นท่านเป็นผู้ที่มีบุคลิกและแนวคิดซึ่งสอดคล้องกับ ทษช. และคิดว่าเป็นปัจจัยหนึ่งแต่ขออนุญาตที่จะไม่ก้าวล่วงไปพูดแทนท่าน 

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้มีกระแสเรียกร้องให้พรรคเสนอชื่อผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเป็นแคนดิเดทนายกฯ ร.ท.ปรีชาพล กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เราไม่ได้เป็นคนร่าง แต่ต้องเข้ามาเป็นผู้เล่นในกฎหมายที่เราไม่ได้ร่าง ฉะนั้นสิ่งที่เราดำเนินการยืนยันว่าเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญทุกประการ เราเป็นฝ่ายประชาธิปไตยกฎกติกาเป็นอย่างไร เราพร้อมปฏิบัติตาม เมื่อผู้เกี่ยวข้องเสนอกฎหมายมาแบบนี้เราก็ยื่นและเสนอตามขั้นตอนทุกประการ 

เมื่อถามว่ากฎหมายระบุห้ามนำสถาบันมาให้หาเสียงเลือกตั้ง ร.ท.ปรีชาพล กล่าวว่า เป็นหน้าที่กกต.จะพิจารณา ทษช.หารือข้อกฎหมายแล้วไม่มีปัญหา แสดงว่าพรรคพิจารณาแล้วว่าบุคคลที่เสนอชื่อเป็นนายกฯไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันใช่หรือไม่ ร.ท.ปรีชาพล กล่าวว่าพรรคพิจารณาไปตามรัฐธรรมนูญ หลังจากนี้ขอให้เป็นหน้าที่ของกกต. 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  จากนั้นทีมงานพรรคทษช.ได้ดึงตัวร.ท.ปรีชาพลออกจากการให้สัมภาษณ์ โดยอ้างว่ายังมีภารกิจอื่นอีกเป็นจำนวนมาก