เสวนาแก้ปัญหาคอร์รัปชัน ปลุกสังคมกล้าตรวจสอบอำนาจรัฐ

เสวนาแฉกลโกงคอร์รัปชั่น ปูดตั้งโปรเจ็ควางแผนทุจริตเป็นกระบวนการ ชี้องค์กรอิสระถูกแทรกแซง หวั่นทำงานเอาผิดแค่บางกลุ่ม แนะลดอำนาจรัฐ-เพื่อเสรีภาพปชช. โอดงบ 3 ล้านล้านผ่านฉลุยไร้สนช.ท้วง 

21ม.ค.62-ที่ห้องประชุมประกอบ หุตะสิงห์ อาคารอเนกประสงค์ 1 ชั้น 3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีการจัดเสนา Thammasat Resolution Talk “ตั้งโจทย์-ตอบอนาคต : วาระการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยหลังการเลือกตั้ง” ครั้งที่ 3 ในหัวข้อ“การแก้ปัญหาคอร์รัปชัน” โดยมีนายบรรยง พงษ์พานิช ประธานกรรมการบริหารกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ บรรณาธิการที่ปรึกษานิตยสารสารคดี ผศ.ดร.ธานี ชัยวัฒน์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นวิทยากรผู้บรรยาย

นายบรรยง กล่าวว่า 4 ปีที่ผ่านาเชื่อว่าคอร์รัปชันไม่ได้ลดลงแต่กลับเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำไม่ว่าการปกครองจะเป็นในระบอบไหน ส่วนหลังการเลือกตั้งก็เชื่อว่าปัญหาคอร์รัปชันจะเพิ่มต่อไป โดยการคอร์รัปขันแบ่งได้ตั้งแต่การโกงจากหีบเงินรัฐ อาทิ การชิงทรัพยากรของรัฐ การโกงภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือการโกงเพื่อหากินกับกฎระเบียบของรัฐ เพื่อให้ข้าราชการบางคนทำให้อะไรๆ ไม่สะดวก เพราะต้องการหยอดน้ำมันหล่อลื่นมากขึ้น เพื่อเรียกน้ำร้อนน้ำชากัน ส่วนการคอรัปชันที่มีกลุ่มเอกชนเข้าไปซื้อความได้เปรียบในการแข่งขันถือว่าเป็นระบบที่น่ากลัวมาก เพราะต้องการเป็นผู้เล่นเจ้าเดียว ทำใหความเสียหายที่แทรกซึมเข้าใาในระบบจัประมาณค่าไม่ได้ เพื่อแบ่งเงินให้ผู้มีอำนาจด้วยกัน ขณะที่เทคนิคของนักคอร์รัปชั่นมาจาก 3 กรณีใหญ่ๆ ประกอบด้วย 1.กลยุทธ์ได้กระจุกเสียกระจาย เพื่อคนส่วนใหญ่ไม่รู้สึกว่าเสียหาย 2.กลยุทธ์ได้วันนี้เสียวันหน้า โดยผลักเรื่องเสียไปอยู่ไกลๆ เพื่อให้ประโยชน์อยู่ใกล้ๆ และ 3.กลุยุทธ์คิดโครงการขึ้นมาเพื่อคอร์รัปชั่นโดยเฉพาะ ทั้งที่ไม่ต้องมีโครงการเลยก็ได้

“เมื่อก่อนขั้วอำนาจเปลี่ยนก็จะเปลี่ยนคนของเขาทั้งหมด เพื่อล้างไพ่แล้วตั้งโปรเจคว่าจะเอาอะไร แต่เดี๋ยวนี้เปลี่ยนแล้วจะต่อเนื่องทันที ที่ผ่านมาหลายประเทศมีพัฒนาการต่อต้านคอร์ชันแล้วได้ผล อย่างอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ จึงเชื่อว่าประเทศไทยจะแก้ไขเรื่องนี้ได้ ผมยังมองว่าคนรุ่นข้างหน้าจะต้องมีการปฏิรูปเกิดขึ้น แต่ในสังคมของเรามักจะวางเฉย ไม่ว่าคนอื่นจะเป็นอย่างไร พอมีคนไปต่อต้านกับถูกด่าด้วยซ้ำ ดังนั้นเราควรปลูกฝังว่าการคอร์รัปชันเป็นการปล้น โดยต้องเปลี่ยนคำว่าโตไปไม่ยอมให้ใครโกง ต้องลุกขึ้นมาไม่ใช่วางเฉย ดังนั้นหลักคือผมถ้าลดขนาดจากบทบาทอำนาจรัฐได้จะลดคอร์รัปชันได้”นายบรรยง กล่าว

นายวันชัย กล่าวว่า รัฐบาลผ่านงบประมาณปี 2562 จำนวน 3 ล้านล้านบาท ใน 3 ชั่วโมง แต่กลับไม่มีการตั้งคำถามจากสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เลย ที่ผ่านมาเรามีองค์กรอิสระตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ หรือปราบคอรร์รัปชัน เชื่อว่าการตรวจสอบในระบบประชาธิปไตยจะช่วยการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน แต่วันนี้องค์กรอิสระกลับถูกเลือกโดยสนช. จึงไม่แปลกใจว่าการตรวจสอบนักการเมืองจะมีมาตลอด แต่ไม่ได้ครอบคลุมทุกฝ่าย เพราะเป็นการตรวบสอบแค่บางกลุ่มเท่านั้น จึงเป็นความฉลาดของรัฐบาลชุดนี้ เพราะถ้าเป็นยุครัฐบาลพลเรือนองค์กรอิสระตรวจสอบเข้มแข็งมาก ทำให้เกิดแรงกระเพื่อม แต่วันนี้การตรวจสอบกลับเกิดแค่บางกลุ่มเท่านั้น จากการที่องค์กรอิสระถูกแทรกแซง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยืมเพื่อน ดังนั้นจึงต้องตั้งคำถามไปที่ว่าการคอร์รัปชันเป็นสาเหตุที่อ้างการทำรัฐประหาร สุดท้ายสถานการณ์ดีขึ้นหรือไม่ ทำให้มองว่าถ้าลดการผูกขาดจะเป็นสาเหตุสำคัญให้ลดการคอร์รัปชันลงได้

ด้านผศ.ดร.ประจักษ์ กล่าวว่า ในระบอบประชาธิปไตยก็มีคอร์รัปชั่น โดยในช่วงเปลี่ยนผ่านจากภายใต้ระบอบเผด็จการไปสู่ประชาธิปไตย จะไม่ใช่ช่วงที่สังคมจะปราศจากคอรัปชั่น แต่เมื่อไหร่ที่ระบอบประชาธิปไตยทำงานได้ดีจะเริ่มมีกลไกต่อสู่คอร์รัปชั่นได้ดีกว่าช่วงเผด็จการอำนาจนิยม โดยพบว่าใน 30 ประเทศทั่วโลกที่ขึ้นชื่อว่าโปร่งใสก็ล้วนแล้วเป็นประเทศที่มีประชาธิปไตยที่ดี ส่วนประเทศที่คอร์รัปชั่นสูงก็อยู่ในประเทศที่ผูกขาดอำนาจทางการเมืองเช่นกัน แต่ใน 30 ประเทศอันดับแรกที่มีคอรัปชันน้อยนั้น ก็มีประเทศที่มีระแบบกึ่งประชาธิปไตยกึ่งอำนาจนิยม อาทิ สิงคโปร์และฮ่องกง ก็ต่อสู้กับคอร์ชั่นได้ดี เพราะมีการปกครองพิเศษ โดยเฉพาะสิงคโปร์ถึงแม้จะปกครองด้วยพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียวแต่ยังโปร่งใสมาก ทำให้คนในพรรคนั้นจะไม่มีวันปล่อยให้ใครทุจริตเด็ดขาด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้คนในประเทศ

“เราต้องเปลี่ยนมายาคติ โดยมีองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันที่มีประสิทธิภาพ เพิ่มการตรวจสอบจากประชาชนและสื่อ เพื่อให้อำนาจกระจายออกไป ไม่ใช่การรวมศูนย์ผูกขาดจากคนกลุ่มเดียว ถ้าเราไม่เปลี่ยนจะวนอยู่กับการคิดว่าต้องสร้างอำนาจนิยมแบบไทยเพื่อสู้คอร์รัปชัน ดังนั้นถ้าจะให้ป.ป.ช.มาตรวจสอบ สนช.และคณะรักษาความสงบแห่งชาติก็คงเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะถ้าองค์การตรวจสอบทำหน้าที่ไม่เป็นกลางก็จบเลย สังคมก็จะขาดความน่าเชื่อถือ”ผศ.ดร.ประจักษ์ กล่าว

ขณะที่ผศ.ดร.ธานี กล่าวว่า ปัญหาคอร์รัปชันนั้นมาจากการผูกขาดทางอำนาจและเศรษฐกิจ ถ้าจะแก้ปัญหานี้จะพึ่งพาความดีได้หรือไม่ แต่เพราะการวิจัยพบว่าถ้าอยู่ใกล้กับผลประโยชน์ความดีจะไม่ทำงาน ทั้งนี้ ถ้าจะให้สังคมดีขึ้นต้องยอมรับความจริงก่อนว่าความดีจะเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์