แผนย่องเงียบ เข้าพบตร.กองปราบ สุกิจ พามาเอง

ดร.สุกิจ พูนศรีเกษม นักกฎหมาย พร้อมทนายความ นำ นายฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม หรือ “นายแผน” พยานฝั่งนายปรีชา ใคร่ครวญ มาเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปรามเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา

วันนี้เป็นวันครบกำหนด ที่พนักงานสอบสวนกองปราบปราบ ได้ออกหมายเรียก นายฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม หรือนายแผน มาพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาให้การเท็จ กรณีหวย 30 ล้านระหว่างครูปรีชา ใคร่ครวญ กับรตท.จรูญ วิมูล หลังนายแผนส่งหนังสือขอเลื่อนการรับทราบข้อกล่าวหาออกไปเป็นวันที่ 7 เมษายน นี้โดยอ้างว่าติดภารกิจเดินทางไปร้องเรียนหน่วยงานต่างๆ โดยก่อนหน้านี้ คณะทำงานได้มีการประชุมพิจารณาเอกสารการขอเลื่อนการให้ปากคำของนายแผนแล้ว เห็นว่าสาเหตุของการเดินทางไปร้องเรียนกับหน่วยงานต่างๆไม่ใช่เหตุผลอันสมควรในการขอเลื่อนการรับทราบข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนจึงออกหมายเรียกอีกครั้งในวันนี้

คร.สุกิจ พูนศรีเกษม นักกฎหมาย พร้อมทนายความ ได้นำ นายฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม หรือนายแผน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 5 กองปราบปรามเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว โดยนายแผนได้ฝากหนังสือมาแจกจ่ายสื่อมวลชน มีข้อความระบุว่า “ตามที่พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ไปส่งหมายไว้ที่ภูมิลำเนาของข้านั้น ในวันนี้ข้าฯมีความประสงค์ที่จะเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนแล้ววันนี้ ข้าฯยังให้การปฏิเสธ และขอให้การในชั้นศาลและไม่ประสงค์ที่จะให้การกับพนักงานสอบสวนในวันนี้ ส่วนรายละเอียดต่างๆ ข้าฯจะขอให้การต่อไปพนักงานสอบสวนในวันที่ 7 เมษายน นี้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยื่นต่อพนักงานสอบสวนให้ถอยหลัง

ดร.สุกิจ ระบุว่า เป็นการเข้ามอบตัวตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวนครั้งที่ 2 ซึ่งในวันนี้ ลูกความไม่ขอให้การในชั้นนี้ แต่จะให้การในชั้นศาลเท่านั้น ส่วนรายละเอียดอื่นๆจะขอให้การอีกครั้งในวันที่ 7 เมษยนนี้ เนื่องจากขณะนี้ยังอยู่ระหว่างกับรวบรวมพยานหลักฐานยื่นต่อพนักงานสอบสวน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ลูกความไม่ได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวนทั้ง 2 ครั้ง แต่ทราบข่าวจากสื่อมวลชนและผู้ใหญ่บ้าน จึงตัดสินใจมามอบตัว ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้คาดว่าทางตำรวจจะคุมตัวนายแผนไปฝากขังหรือหากไม่นำตัวไปฝากขัง ก็อาจจะพิจารณาปล่อยตัวเนื่องจากนายแผนไม่ได้ถูกออกหมายจับ พนักงานสิบสวนมีอำนาจพิจารณา

ในส่วนของคดี ไม่รู้สึกหนักใจในการต่อสู้คดี เนื่องจากนายแผนเป็นเพียงพยานบอกเล่าเท่านั้น ไม่ใช่พยานสำคัญคดีนี้ และมีความเป็นไปได้ว่าอัยการจะไม่สั่งฟ้อง ซึ่งพิจารณาจากแนวทางคำพิพากษาศาลฎีกาในอดีตที่ไม่ให้ความสำคัญกับพยานที่ให้การเลื่อนลอย