โอละพ่อ!ข่าวพ่อฆ่าแม่ต่อหน้าลูก ไม่เป็นความจริง

โอละพ่อ! เจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบกรณีแชร์เรื่องพ่อฆ่าแม่ต่อหน้าลูก ไม่เป็นความจริง

จากสถานการณ์กรณีที่มีเพจดังลงในโซเชียลอ้าง ว่ามีครูร้องเรียนไปทางเพจดังกล่าว ให้ลงตรวจสอบในกรณีเคสพ่อฆ่าแม่ต่อหน้าลูกนั้น ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลหนองบัวแดง รพ.สต. ห้วยหัน พร้อมด้วยจนท. นักจิตนักสังคม ของบ้านพักเด็กและครอบครัว จังหวัดชัยภูมิและครูประจำชั้นของเด็กหญิงเอ ลงพื้นที่บ้านเลขที่ 36ม.7 บ.โนนตูม ต.วังชมภู อ.หนองบัวแดง ซึ่งบ้านพักของญาติ ก่อนที่จะพาไปบ้านที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านถึง 3 กม.

โดยสภาพเป็นบ้านเก่ายกพื้นสูงอยู่ใต้ต้นมะขามไม่มีน้ำและไฟใช้ โดยเป็นบ้านของนายบุญยัง เจริญพร อายุ 42ปี พร้อมญาตินั่งเล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังว่า ตนเอง ได้ออกมาอยู่ ไร่ของตนนานกว่า 5 ปี และได้มาอยู่กับ นางสาวคำพลอย โตแป้น อายุ 43 ปี (ผู้เสียชีวิต) และได้ให้กำเนิดลูกสาวซึ่งขณะนี้อายุ 7 ปีแล้ว ซึ่งตนและภรรยา มีอาชีพรับจ้างทั่วไป รับจ้างตัดอ้อยในพื้นที่อำเภอหนองบัวแดง ซึ่งเป็นอาชีพหลักเลี้ยงครอบครัวมาโดยตลอด และ ภรรยา เป็นคนชอบดื่มสุราเป็นประจำ ซึ่งหลายครั้งที่ตนต้องพากลับมาบ้าน ด้วยความเมา

โดยในวันเกิดเหตุเมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา ภรรยาของตนได้ดื่มเหล้า จนเมา ตนเองได้พาภรรยาขึ้นไปนอน พร้อมลูกสาวตามปกติจนถึงเวลา เกือบตี 4 ตนเองได้ตื่นนอนมาล้างหน้าล้างตาเตรียมตัวจะออกไปทำงานก็ได้เข้าไปปลุกภรรยา ให้ตื่นนอน แต่ก็ไม่มีการตอบสนอง จึงเขย่าตัวแขนขาอ่อนแรง และปลุกหลายครั้งจนบอกให้ลูกสาว ของตนวิ่งไปบอกญาติในหมู่บ้านให้นำรถ มาช่วยพาภรรยาของตนไปส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาตัว แต่ก็ได้มาเสียชีวิตลงก่อนที่จะถึงโรงพยาบาลเสียแล้ว ซึ่ง หลังจากที่ภรรยาของตนเสียชีวิตและทำการฌาปนกิจ เสร็จเรียบร้อยตนก็ได้นำลูกสาวไปอยู่กับอาในหมู่บ้าน แต่ลูกสาวไม่ยอมไปเพราะลูกสาวติดตนมาก

ทางด้าน นายอนันธนวิชญ์ อนุศาสนัน หน.บพด.จังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า ทางเราได้ส่งเจ้าหน้าที่นักจิตนักสังคมและร่วมประสานกับโรงพยาบาลหนองบัวแดง รพ.สต. ห้วยหัน และกองทุนสวัสดิการ บ้านโนนตูม ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงตามข่าวกระแสเพจดังลงไว้ว่ามีพ่อฆ่าแม่ต่อหน้าลูกที่จังหวัดชัยภูมินั้นได้ลงคาดเคลื่อนต่อความเป็นความจริงเพียงแต่เสียชีวิตลงเพราะโรคประจำตัว ซึ่งเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตลงกระทันหัน

ซึ่งทาง บ้านพักเด็กจังหวัดชัยภูมิได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบ สุขภาพจิตของเด็กก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ ซึ่งเด็กมีความปกติดีมีนิสัยร่าเริงยิ้มแย้มแจ่มใสพูดเก่งและ มีความสนิทสนมกับพ่อมากเป็นพิเศษ และเนื่องจากบ้านพักของเด็กและพ่ออยู่ลึกเข้าไปในป่าอ้อยเจ้าหน้าที่เดินทางเข้าไปตรวจสถานที่พบว่าไม่มีไฟฟ้าไม่มีน้ำประปา และต้องอยู่กันสองคนพ่อลูก

ในเบื้องต้นยังจะไม่ใช้มาตรการแยกเด็กไปดูแลแต่จะใช้แนวทางชุมชนบำบัดให้ญาติและผู้ใหญ่ในพื้นที่ช่วยดูแลไปพร้อมกับพ่อและมีการเฝ้าสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิดเจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจปรึกษาญาติ หาทางออกที่ดีที่สุด ท้ายที่สุดให้เด็กอยู่พักที่บ้านอาใกล้โรงเรียนให้อาเป็นคนดูแลไปพังพรางโดยมีพ่อร่วมดูแลเด็กด้วยระหว่างการสังเกตุพฤติกรรมในเบื้องต้นต่อไปด้วย