ใช้ชื่อ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” เป็นสีสันเลือกตั้ง

กกต.แนะติดรูป “บิ๊กตู่” ในป้ายหาเสียง ต้องทำหลังเสนอชื่อบัญชีนายกฯแล้ว ชี้เปลี่ยนใช้ชื่อ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” ไม่ผิด ยันไม่ใช่ชื่อต้องห้าม เป็นสีสันเลือกตั้ง 

5 ก.พ.62-นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า กรณีที่พรรคพลังประชารัฐเตรียมจะขึ้นรูป พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คู่กับผู้สมัครบนป้ายหาเสียงทันทีที่พล.อ.ประยุทธ์ ตอบรับเป็นบัญชีนายกฯนั้น ตามกติแล้วบุคคลที่สามารถนำรูปขึ้นป้ายได้จะต้องเป็นสมาชิกพรรค หรือเป็นบัญชีนายกฯ ของพรรคที่จะต้องมีการเสนอภายในวันที่ 8 ก.พ. ซึ่งพรรคการเมืองควรจะเสนอบัญชีนายกฯ ของพรรคก่อนที่จะดำเนินการนำรูปของบุคคลนั้นไปขึ้นป้ายเพื่อหาเสียง ส่วนการลงพื้นที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) สัญจรได้หรือไม่นั้น ถ้าดูกฎหมายดีๆ จะพบว่า การที่บุคคลใดถูกทาบทาม โดยหลักแล้วการที่บุคคลใดถูกทาบทามให้อยู่ในบัญชีแคนดิเดตนายกฯของพรรคใดไม่บังคับให้เป็นสมาชิกพรรค และต้องไม่กระทบกระเทือนต่อวิชาชีพที่เคยประกอบอาชีพใด เคยทำตัวอย่างไรก็ยังสามารถทำได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเกิดความลักลั่นหรือไม่เพราะพรรคพลังประชารัฐเสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ ยังอยู่ในตำแหน่ง อีกทั้งโครงการต่างๆของรัฐบาลก็สอดคล้องกับนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ นายณัฏฐ์ กล่าวว่า มองว่าเป็นเรื่องของความรู้สึก ต้องแยกแยะระหว่างกฎหมายกับความรู้สึก แต่เท่าที่ตรวจสอบดูยังไม่มีอะไรเข้าข่ายผิดกฎหมาย หากในภายหลังมีผู้มาร้องเรียนเข้ามากกต.ทั้ง 7 จะเป็นผู้พิจารณา 

นายณัฏฐ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีสมาชิกพรรคการเมืองเปลี่ยนชื่อเป็นทักษิณหรือยิ่งลักษณ์ จะเข้าข่ายการสร้างแรงจูงใจหรือไม่ เบื้องต้นการเปลี่ยนชื่อที่คนไทยพึงมีพึงได้ไม่กระทบกับใคร เพราะนายทะเบียนที่รับจดเปลี่ยนก็คงพิจารณาแล้ว ไม่ใช่ว่าชื่อนี้จะเป็นชื่อที่ต้องห้าม หากเป็นเช่นนั้นจะต้องบังคับห้ามเปลี่ยนกันทั้งประเทศ แต่เชื่อว่าประเด็นนี้ประชาชนจะเป็นผู้พิจารณา ว่าทำไปแล้วจะได้หรือเสียคะแนน ไม่ใช่ว่าเปลี่ยนชื่อแล้วจะมีคะแนนขึ้นมา จึงมองเป็นสีสันของการเลือกตั้งที่มีคนคิดไปในเชิงสร้างสรรค์ แต่ผลจะออกมาอย่างไรขึ้นอยู่กับประชาชน