ครม.ไฟเขียวรื้อเงื่อนไขบัตรคนจน เปิดทางกดเงินได้ 100-200 บาท/เดือน

ครม.ไฟเขียวรื้อเงื่อนไขบัตรคนจน เปิดทางกดเงินได้ 100-200 บาท/เดือน

ครม.อนุมัติเปลี่ยนเงื่อนไขบัตรสวัสดิการฯ ให้เบิกค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นเงินสดได้ 100-200 บาท/เดือน นาน 3 เดือน พร้อมอัดงบ 4,370 ล้านบาท เติมเงิน 100-200 บาท/เดือน ให้ผู้ถือบัตรที่เข้าอบรมอาชีพ

เมื่อวันที่ 15 ม.ค. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร จ.ลำปาง ว่า ครม.มีมติทบทวนมติครม.เมื่อวันที่ 29 ส.ค.2560 โดยเห็นชอบปรับเปลี่ยนวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นภายใต้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งภาครัฐอุดหนุนรายละ 200-300 บาท/เดือน จากเดิมที่ให้ต้องนำไปซื้อสินค้าที่ร้านธงฟ้าฯเท่านั้น เป็นให้ถอนเป็นเงินสดออกมาได้

ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรสวัสดิการฯที่ได้รับเงินอุดหนุน 300 บาท/เดือน จะสามารถถอนเงินสดที่ตู้ ATM หรือสาขาของธนาคารกรุงไทยได้ 200 บาท และอีก 100 บาท ให้นำไปใช้จ่ายในร้านธงฟ้าฯ ส่วนผู้ถือบัตรสวัสดิการฯที่ได้รับเงิน 200 บาท/เดือน จะถอนเป็นเงินสดได้ 100 บาท และอีก 100 บาท ให้ใช้จ่ายในร้านธงฟ้าฯ โดยมาตรการเปลี่ยนวงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคดังกล่าว จะใช้กับวงเงินที่ภาครัฐอุดหนุนให้ผู้ถือบัตรฯ เป็นเวลา 3 เดือน หรือตั้งแต่เดือนก.พ.-เม.ย.2562

นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า การทบทวนมติครม.ดังกล่าว เป็นไปตามผลสำรวจความคิดเห็นของผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ ที่ต้องการเบิกค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นเงินสด เพื่อนำไปซื้อสินค้าอื่นๆนอกเหนือจากร้านธงฟ้าฯ รวมทั้งนำเงินสดไปจ่ายค่าภาระต่างๆที่มีอยู่

นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ครม.ยังมีมติเห็นชอบโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 2 เป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่ ม.ค.-มิ.ย.2562 ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องจากระยะที่ 1 ที่หมดอายุไปตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค.2561 โดยผู้ถือบัตรสวัสดิการฯที่เข้ารับการอบรมอาชีพจะได้รับการเติมเงินจากภาครัฐ แบ่งเป็นผู้ถือบัตรที่มีรายได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาท/ปี จะได้เงิน 200 บาท/เดือน ส่วนผู้มีรายได้เกิน 3 หมื่นบาทแต่ไม่เกิน 1 แสนบาท/ปี จะได้รับ 100 บาท/เดือน

นอกจากนี้ ครม.มีมติอนุมัติงบกลาง ปีงบ 2562 วงเงิน 4,370 ล้านบาท เพื่อจ่ายให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการฯที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งคาดว่าจะมีทั้งสิ้น 4.14 ล้านคน

“โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐถือว่าผลสำเร็จ เนื่องจากมีส่วนสำคัญในการช่วยให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหลุดพ้นจากเส้นความยากจน หรือมีรายได้มากกว่า 30,000 บาท/ปี มีจำนวนที่เพิ่มขึ้น และหลุดพ้นจากความยากจนหรือมีรายได้มากกว่า 100,000 บาท/ปี เป็นจำนวน 115,116 ราย”นายพุทธิพงษ์กล่าว