“สมเด็จพระเทพฯ”พระราชทานคำแนะนำพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก-คกก.รายงานเตรียมการมหามงคล

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงห่วงการเคลื่อนย้ายผู้คนระหว่างพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก พระราชทานคำแนะนำให้ได้จังหวะพอดี ด้านคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ รายงานความคืบหน้าเตรียมการพระราชพิธีราชาภิเษก เชิญชวนประชาชนตั้งโต๊ะหมู่เส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน 2-4 พ.ค.ผิดการจราจร ถนน 8 เส้นทาง เตรียมพื้นที่จอดรภ 4 มุมเมืองรับประชาชนร่วมพระราชพิธมหามงคลของชาติ

วันนี้ 1 มี.ค.62 เวลา 10.00 น.ที่ห้องประชุม 1 อาคารหอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก แถลงข่าวงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งที่ 1/2562 เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ระหว่างวันที่ 4 – 6 พฤษภาคม 2562 โดยมี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานกรรมการฝ่ายพิธีการ เป็นประธาน และ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และ นางทัศนีย์ ผลชานิโก รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ร่วมแถลงข่าวด้วย

นายวิษณุ เครืองาม ในฐานะประธานฝ่ายพิธีการงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กล่าวว่า งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่กำลังจะมีขึ้นในอีกประมาณ 1 เดือนข้างหน้านี้ ถือว่าเป็นพระราชพิธีสำคัญที่ยิ่งใหญ่เป็นอันดับที่ 2 รองจากพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ซึ่งไม่ต้องมีการก่อสร้างถาวรวัตถุใด เพียงแต่เอาโบราณวัตถุเดิมที่มีอยู่มาบูรณะซ่อมแซมใหม่ ส่วนใหญ่เป็นขั้นตอนพิธี ซึ่งเป็นพิธีพราหมณ์ตามพระราชประเพณี แบ่งออกได้เป็น 3 ช่วงเวลา ได้แก่ พระราชพิธีเบื้องต้น เบื้องกลาง และ เบื้องปลาย ซึ่งฝ่ายจัดพิธีการต้องมีการเตรียมการต่าง ๆ ดังนี้ 1.เตรียมเรื่องตราสัญลักษณ์ ซึ่งจะใช้ประทับลงบนคนโทน้ำศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงมอบให้ กทม.นำไปประดับตกแต่งสถานที่ และเส้นทางเสด็จฯ ตลอดจนธงพระราชพิธีที่มีพื้นสีเหลืองและตราสัญลักษณ์อยู่ตรงกลาง และจัดทำเป็นเข็มที่ระลึก ซึ่งจะจัดทำเป็นเข็มพระราชทานแก่ข้าทูลละอองทุลีพระบาท และสำนักนายกรัฐมนตรีจะขอพระราชทานพระราชานุญาตนำไปจัดทำเป็นเข็มที่ระลึกเพื่อจำหน่ายแก่ประชาชนทั่วไป 2.เตรียมเลือกพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อให้มีการใช้ให้เหมือนกันทั้งประเทศ 3.ตระเตรียมน้ำสำหรับใช้พิธีสรงมุรธาภิเษก โดยจะมีพิธีพลีกรรมวันที่ 6 เม.ย. 4.เตรียมน้ำศักดิ์สิทธิ์จากทุกจังหวัด สำหรับใช้เป็นน้ำอภิเษก และมีพิธีตักน้ำจากแหล่งศักดิ์สิทธิ์พร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 6 เม.ย. โดยวันที่ 8-9 เม.ย.จะเชิญน้ำไปจัดเก็บในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของแต่ละจังหวัด จากนั้นแต่ละจังหวัดจะเชิญไปเก็บไว้ที่ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยจัดเก็บในคนโทตราสัญลักษณ์

5.ตระเตรียมเครื่องมือเครื่องใช้แผ่นทองคำสำหรับใช้จารึกพระสุพรรณบัฏแกะดวงพระราชสมภพ และแกะพระราชลัญจกร 6.เครื่องมือเครื่องใช้ก่อสร้างมณฑปพระกระยาสนาน ซ่อมเกยสำหรับที่จะเสด็จลงเสลี่ยงหรือพระราชยานก้าวลงประทับแล้วเสด็จฯ เข้าสู่พระอุโบสถ 7.การเตรียมเกี่ยวกับขบวนพยุหยาตรา ซึ่งในทางสถลมารคจะใช้ระยะเวลาทั้งหมด 4.30 ชั่วโมง ฝ่ายทหารได้มีการเตรียมการในส่วนนี้แล้ว ส่วนทางชลมารคซึ่งจะมีช่วงปลายเดือนตุลาคมโดยใช้เรือในพระราชพิธี ประกอบด้วย เรือพระที่นั่ง 4 องค์ ได้แก่ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งเอนกชาติภุชงค์ และเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ ในรัชกาลที่ 9 และเรือพระราชพิธีอีก 48 ลำ ใช้ฝีพายจำนวน 2,200 นาย โดยขบวนพยุหยาตราชลมารคจะเริ่มที่ท่าวาสุกรีไปยังวัดอรุณราชวรารามวรมหาวิหาร และจะมีการเห่เรือตลอดเส้นทาง ระยะทาง 4 กิโลเมตร

นายวิษณุ กล่าวอีกว่า ที่สำคัญคือการประชุมตระเตรียมคัดเลือกบุคคลที่จะเข้าเฝ้าฯ ทูลละอองทุลีพระบาทในพิธีต่าง ๆ อาทิ พิธีในพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน พิธีในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ พิธีในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พิธีเสด็จออกมหาสมาคมที่พระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท และภายในพระอารามหลวงทั้ง 3 แห่ง เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านสถานที่

นอกจากนี้ วันที่ 6 พ.ค.เสด็จออกสีหบัญชร ประชาชนสามารถเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทฯ ถวายพระพรชัยมงคลได้ที่ถนนสนามไชย สวนสราญรมย์ ศาลฎีกา ไปจนถึงสนามหลวง คาดว่าจะมีประชาชนนับแสนนับล้านร่วมเฝ้าชื่นชมพระบารมี ซึ่งกรุงเทพมหานครจะติดตั้งจอแอลอีดี เพื่อให้ประชาชนได้รับชมการถ่ายทอดสดอย่างพร้อมเพรียงกัน หลังจากนี้จะเสด็จฯ รับคณะทูตถวายพระพรชัยมงคล ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เป็นการเสร็จพระราชพิธีเบื้องกลาง

นายวิษณุ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการเชิญพระราชอาคันตุกะ หารือร่วมกันว่าจะไม่มีการเชิญ เนื่องจากพระองค์ตรัสว่า ไม่อยากให้มีการรบกวน แต่หากประเทศใดจะเดินทางมาให้แจ้งความประสงค์ จะถือเป็นแขกของรัฐบาล ซึ่งจะดูแลต้อนรับอำนวยความสะดวกอย่างดี

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงห่วงเคลื่อนย้ายคน

ประธานฝ่ายพิธีการงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กล่าวอีกว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงแนะนำให้ระมัดระวังเรื่องการเคลื่อนย้ายผู้คนระหว่างพิธีต่าง ๆ เนื่องจากพระราชวงศ์หลายพระองค์ รวมทั้งบุคคลสำคัญหลายท่านเป็นผู้สูงอายุ การเดินจากที่หนึ่งไปยังที่หนึ่งเป็นการเปลี่ยนจุดที่ละเอียดอ่อน จะต้องเป็นฝ่ายรอเฝ้าฯ ก่อนหรือตามไปเฝ้าฯ ทีหลังต้องได้จังหวะพอดี

รัฐบาลตั้งงบประมาณไว้ 1,000 ล้านบาท สำหรับพระราชพิธีครั้งนี้ ซึ่งจะนำมาใช้อย่างเป็นประโยชน์ เมื่อใช้ไปแล้วจะอยู่คงทนถาวร ไม่สิ้นเปลือง เช่นในการปรับปรุงเส้นทางต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อไปในอนาคตด้วย รวมถึงจะมีการนำสายไฟลงใต้ดินระยะทาง 7 กิโลเมตร ตามเส้นทางเสด็จเลียบพระนคร การซ่อมแซมเรือในพระราชพิธีที่เราไม่ได้ซ่อมมากว่า 10 ปี

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครได้รับมอบหมายให้เตรียมการขบวนอัญเชิญน้ำอภิเษก การจัดและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทฯ ในวันที่ 5 พ.ค. ซึ่งเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จเลียบพระนครด้วยขบวนพยุหยาตราสถลมารค จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อเสด็จฯ ไปยังวัด บวรนิเวศวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และในวันที่ 6 พ.ค. ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธยสวรรค์ปราสาท ให้ประชาชนเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ซึ่งขณะนี้ในส่วนของกรุงเทพมหานคร ได้ดำเนินการไปแล้วทั้งหมด 4 เรื่องด้วยกัน ประกอบด้วย

1.การปรับปรุงภูมิทัศน์ เส้นทางที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จเลียบพระนคร ในวันที่ 4 พ.ค. โดยปรับปรุงซ่อมแซมพื้นผิวการจราจร เรื่องไฟฟ้าแสงสว่างระบบการสื่อสาร รวมไปถึงการตีเส้นเครื่องหมายจราจรในจำนวนกว่า 20 เส้นทาง ซึ่งขณะนี้คืบหน้าไปแล้วกว่า 75% ส่วนเรื่องสายไฟฟ้าและระบบติดต่อสื่อสารต่าง ๆ มีความก้าวหน้ามากกว่า 50% แล้ว และคาดว่าจะแล้วเสร็จทุกอย่างภายในวันที่ 15 มีนาคม

2.ปรับปรุงซุ้มเฉลิมพระเกียรติเนื่องในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้ดำเนินการปรับปรุงถนนราชดำเนินนอก ถนนราชดำเนินกลาง และตรงบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน รวม 32 ซุ้ม และซุ้มเฉลิมพระเกียรติทั่วกรุงเทพมหานคร จำนวน 106 ซุ้ม พร้อมประดับธงตราสัญลักษณ์ที่เสาจำนวน 4,000 ชุด ขณะนี้ได้มีการดำเนินการไปแล้วและคาดว่าจะเสร็จไม่เกินเดือนมีนาคม

3.การประดับตกแต่งต้นไม้ ซุ้มดอกไม้สด ดอกไม้แห้งและอื่น ๆ จะแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม โดยเฉพาะดอกไม้สดซึ่งจะยังคงความสดและสวยงามไปจนถึงวันที่ 10 พ.ค.

4.การซ่อมแซมโบราณสถาน 12 แห่ง รอบเส้นทางเสด็จเลียบพระนคร ซึ่งได้มีการทาสีกำแพงโบราณ ทาสีอาคารอนุรักษ์ ไปแล้ว ซึ่งทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มี.ค.นี้ ทั้งนี้ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนที่มีอาคารบ้านเรือนอยู่ตามเส้นทางเสด็จเลียบพระนคร ตกแต่งบ้านเรือนให้เรียบร้อย สะอาดสวยงามตลอดเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน และตั้งโต๊ะหมู่บูชาประดิษฐานพระฉายาลักษณ์ และเครื่องราชสักการะ ตามเส้นทางเสด็จเลียบพระนครจำนวน 25 จุด โดยขณะนี้ทางสำนักนายกรัฐมนตรีอยู่ระหว่างทำเรื่องถึงสำนักพระราชวัง เพื่อขอพระราชทานพระราชทานพระบรมราชานุญาตในการจัดทำโต๊ะหมู่บูชาให้เป็นรูปแบบเดียวกัน

ปิด 8 เส้นทาง จัดพื้นที่จอดรถ 4 ทิศ

ด้าน พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า การรักษาความปลอดภัยและการจราจร งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ขณะนี้ได้จัดทำร่างแผนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ยึดหลักดำเนินการอย่างสมพระเกียรติ ปลอดภัย และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติบูรณาการแผนปฏิบัติงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับการถวายความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยกำหนดพื้นที่ปฏิบัติงาน ได้แก่ พื้นที่ชั้นใน พื้นที่ชั้นกลาง และพื้นที่ชั้นนอก กำหนด 6 โซน เพื่อให้ประชาชนชื่นชมพระบารมี โดยจะผ่านจุดคัดกรองโดยรอบพื้นที่ ก่อนเข้าพื้นที่พระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยช่วงพระราชพิธีเบื้องกลาง วันที่ 2-4 พ.ค. จะปิดการจราจร พื้นที่ชั้นใน 8 เส้นทาง ได้แก่ ถนนราชดำเนินใน ถนนสนามไชย ถนนหน้าพระลาน ถนนหน้าพระธาตุ ถนนท้ายวัง ถนนหน้าหับเผย ถนนหลักเมือง ถนนสราญรมย์ นอกจากนี้ จะจัดจราจรเดินรถทางเดียวอีก 5 เส้นทาง จากนั้น วันที่ 5 พ.ค. เสด็จเลียบพระนคร จะยกระดับปิดการจราจร 27 เส้นทาง เพื่อรองรับประชาชนเฝ้ารับเสด็จ วันที่ 6 พ.ค.เสด็จสีหบัญชร จะลดระดับปิดจราจรเหลือ 17 เส้นทาง โดยจัดพื้นที่จอดรถรองรับประชาชนใน 4 มุมเมือง จำนวน 27 แห่ง ด้านทิศเหนือ ที่เมืองทองธานี ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ศูนย์ราชการ และสโมสรตำรวจ ทิศใต้ บริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 4 เซ็นทรัลศาลายา เซ็นทรัลพระราม 2 ทิศตะวันออก บริเวณศูนย์การค้าเมกะบางนา ไบเทคบางนา และ ทิศตะวันตก บริเวณห้างเซ็นทรัลเวสเกต โดยองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จัดรถชัตเตอร์บัสรับ-ส่งสู่บริเวณใกล้พื้นที่พระราชพิธีบรมราชาภิเษก 5 แห่ง ได้แก่ บ้านมนังคศิลา บ้านพิษณุโลก แยกวิสุทธิกษัตริย์ ใต้สะพานพระปิ่นเกล้า และปากคลองตลาด เพื่อให้ประชาชนเดินเท้าต่อไปยังพื้นที่พระราชพิธีนอกจากเดินทางโดยรถแล้ว ประชาชนสามารถใช้ขนส่งระบบราง และทางน้ำได้ด้วย

ด้าน นางทัศนีย์ ผลชานิโก รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า การประชาสัมพันธ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก กรมประชาสัมพันธ์ได้จัดทำข้อมูลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในรูปแบบออนไลน์ 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.เว็บไซต์ www.phralan.in.th มาจากคำว่าพระลานพระราชวังดุสิต ซึ่งสามารถสืบค้นข้อมูลงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ผ่านหนังสือสำคัญ ๆ ที่บรรจุในรูปแบบอีบุ๊ก 4 เล่ม คือ หนังสือพระราชพิธีบรมราชาภิเษกฉบับภาษาไทย มี 192 หน้า มีตั้งแต่พระราชประวัติ ความเป็นมาของพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในอดีตมาถึงรัชกาลที่ 9, หนังสือพระราชพิธีฯ ฉบับภาษาอังกฤษ, หนังสือประมวลบทความเกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และ หนังสือประมวลองค์ความรู้เกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก มี 143 หน้า ที่ได้เปิดตัวแล้ว ซึ่งมีเนื้อหาพิเศษเกี่ยวพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในรัชกาลที่ 10 รวมถึงคลิปที่เกี่ยวข้องของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย 2.เพจเฟซบุ๊ก พระราชพิธีบรมราชพิภิเษกพุทธศักราช 2562 มีเนื้อหาเช่นเดียวกับเว็บไซต์พระลาน และ 3.คิวอาร์โค๊ดและกูเกิ้ลไดรพ์ บรรจุข้อมูลต่าง ๆ ข้างต้นไว้ เพื่ออำนวยความสะดวก

นางทัศนีย์ กล่าวอีกว่า ในการแถลงข่าววันนี้ยังถือเป็นการเปิดศูนย์สื่อมวลชนย่อย เปิดดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมถึง 26 เมษายน ณ อาคารหอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ ก่อนย้ายไปเปิดศูนย์สื่อมวลชนหลัก ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายนถึง 6 พฤษภาคม ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นอกจากนี้ ยังมีสายด่วนสอบถามข้อมูลงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โทร.1257 เปิดให้บริการ 10 คู่สาย อย่างไรก็ดี กรมประชาสัมพันธ์เตรียมสร้างความรู้ความเข้าใจพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแก่ประชาชน ให้เข้าใจความหมายและซาบซึ้งพระราชพิธีด้วยกัน