ผิดไปแล้ว! หนุ่มเลือดเดือดมอบตัวแล้วเหตุไล่ฟันรถคู่กรณีกลางถนน จ.ชลบุรี

หนุ่มขายอะไหล่ยนต์เจ้าของรถวีออสสีดำในคลิปที่ลงไปชกต่อยและเอามีดไล่ฟันคู่กรณีกลางถนนใจกลางเมืองชลบุรี ออกมาสำนึกผิดเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว พร้อมสำนึกผิดอย่าเอาเป็นตัวอย่าง ด้านรองผู้การชลบุรี แจ้งข้อหาหนุ่มใจร้อนแล้ว

หลังจากกรณีมีการแชร์ภาพจากกล้องวงจรปิดจากหน้ารถยนต์คันหนึ่งที่จับภาพชายปริศนาขับรถโตโยต้า วีออส จอดกลางถนน หน้าธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาเนินเต็ง ม.5 ถ.เศรษฐกิจ ต.บ้านสวน อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี แล้วลงมาจากรถโดยมีท่าทางฉุนเฉียว เดินไปหารถเก๋งที่จอดอยู่ข้างกัน เปิดประตูรถด่าทอและลงมือชกต่อยกันอยู่พักหนึ่ง ต่อมาคนขับรถโตโยต้า วีออส วิ่งกลับไปที่รถ แล้วหยิบมีดดาบหมายจะเข้าไปทำร้ายไล่ฟันคู่กรณี แต่คู่กรณีขับรถหนีไป คนขับวีออสจึงใช้มีดฟันไปที่รถ 1 ครั้งอย่างแรง แล้วก็ขับรถไล่ตาม

ล่าสุด นายคฑาวุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี พ่อค้าขายอะไหล่ยนต์ ซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์โตโยต้า วีออส สีดำ ผู้ก่อเหตุ เข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.พิสิฐ โปรยรุ่งโรจน์ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี และ พ.ต.อ.สมโชค ตาผล ผกก.สภ.เมืองชลบุรี พร้อมพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชลบุรี เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาความผิดฐานจอดรถกีดขวางเส้นทางจราจรทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน และพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะ รวบค่าปรับเป็นเงิน 500 บาท

นายคฑาวุธ เปิดเผยเหตุการณ์ดังกล่าว ว่า วันนั้นตนเองกับคู่กรณีขับรถปาดกันไปมาตั้งแต่ถนนบายพาส จนทำให้ตนเองโมโหจึงขับรถไปปาดหน้าตรงจุดเกิดเหตุ ยอมรับว่าทำไปโดยไม่ได้ยั้งคิด จึงอยากขอโทษสังคมและอย่าเอาเป็นแบบอย่าง การขับรถควรมีน้ำใจให้กับกันมากกว่า ส่วนตนเองกับคู่กรณีได้มีการตกลงทำความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้ว

ทางด้าน พ.ต.อ.พิสิฏฐ โปรยรุ่งโรจน์ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เปิดเผยว่า จากการสอบสวน นายคทาวุฒิ ทราบว่า ผู้ก่อเหตุโมโหรถคู่กรณีที่มี นายสันติ (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ที่ขับรถคล้ายปาดหน้า จึงเร่งเครื่องรถจอดกีดขวางก่อนจะลงมาก่อเหตุโดย นายคทาวุฒิ อ้างว่าไม่ได้ชกต่อยเพียงแค่กระชากคอเสื้อและฉุดยื้อกันไปมาเท่านั้น ส่วนอาวุธที่หยิบออกมาเป็นท่อแป๊บไม่ใช่มีดอย่างที่เข้าใจ ซึ่งเมื่อก่อเหตุเกิดสำนึกผิดจึงเดินทางเข้ามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.เมืองชลบุรี เพื่อรับผิดกับการกระทำตั้งแต่วานนี้ เช่นเดียวกับ นายสันติ หลังเกิดเหตุพบว่าโทรศัพท์มือถือของ นายคทาวุฒิ ร่วงอยู่ในรถ จึงนำไปมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งคืน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญทั้ง 2 ฝ่ายมาพูดคุยกันซึ่งสามารถตกลงกันได้ด้วยดี ในข้อหาทำให้เสียทรัพย์และ นายสันติ ได้ยอมความ ส่วนเรื่องทรัพย์สินเสียหาย นายคฑาวุฒิ ชดใช้ให้ นายสันติ จำนวน 2,000 บาท ส่วนความผิดที่รัฐเป็นผู้เสียหายนั้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาและเปรียบเทียบปรับกับ นายคฑาวุฒิ 2 คดี คือ หยุดหรือจอดรถกีดขวางจราจร ปรับ 400 บาท และพกพาอาวุธ ปรับ 100 บาท