สามีใหม่ราดน้ำกรดใส่ภรรยา รพ.ไม่รักษา สุดท้ายเสียชีวิต

ภรรยาถูกสามีใหม่ราดน้ำกรดใส่ ก่อนหลบหนี ลูกสาววัย 12 ขวบ รีบพาแม่ส่งโรงพยาบาล กลับถูกปฏิเสธไม่รักษาให้ สุดท้ายแม่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิต ส่วนสามียังหลบหนี ญาติเตรียมร้องขอความเป็นธรรมจากโรงพยาบาล

ทีมข่าวเดินทางไปยังสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลศิริราชทันที ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ท่าข้าม นำศพนางช่อลัดดา ทาระวัน อายุ 38 ปี หลังถูกนายคำตัน สิงหนารถ สามีใหม่ ใช้น้ำกรดสาดจนเสียชีวิต เมื่อไปถึงก็พบกับญาติ และบุตรสาววัย 12 ปี ของผู้เสียชีวิต ชื่อเด็กหญิงเตเต้ ก็เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ประะมาณ ตี 5 ขณะที่น้องเตเต้และคุณแม่นอนหลับอยู่ในห้องพัก ย่านพระรามสอง 61 รู้สึกร้อนที่บริเวณขา จึงตื่นขึ้นมา ก็เห็นแม่วิ่งเข้าวิ่งออกห้องน้ำ น้องเตเต้ก็ถามว่า แม่เป็นอะไร แต่แม่พูดเพียงว่าให้พาไปโรงพยาบาลที น้องเตเต้ จึงรีบพาแม่ไปที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งย่านพระราม 2 โดยพาแม่ขึ้นรถแท็กซี่ ระหว่างทางน้องเตเต้โทรศัพท์หาคุณยายและส่งให้แม่คุย ตอนนั้นได้ยินเสียงแม่พูดกับยายว่า โดนน้ำร้อนพ่อเลี้ยงเป็นคนทำ เมื่อไปถึงโรงพยาบาล พยาบาลก็ได้ปฐมพยบาลเบื้องต้นทำแผลให้ จากนั้น เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลบอกกับน้องเตเต้ว่า ให้พาแม่ไปโรงพยาบาลบางมด พร้อมกับให้เงิน 40 บาทเป็นค่าแท็กซี่ ซึ่งในระหว่างทาง น้องเตเต้พยายามหันดูแม่ตลอด ก็เห็นว่าแม่ดิ้นทุรนทุรายดูทรมาน จากนั้นก็เห็นแม่นิ่งไป นอกจากนี้ตนเองก็ถูกน้ำร้อนสาดที่ขาด้วย

เมื่อถึงโรงพยาบาลอีกแห่ง เจ้าหน้าที่ก็รีบพาแม่เข้าห้องฉุกเฉินทันที น้องเตเต้ เล่าว่าได้ยินเสียงพยาบาลเรียกชื่อแม่ แต่แม่ก็ไม่ตอบรับ สุดท้ายพยาบาลเดินมาบอกว่า แม่เสียชีวิตไปแล้ว

โดยก่อนหน้านี้พ่อเลี้ยงและแม่มีปากเสียงหรือปัญหาบ้าง แต่ไม่ถึงกับทำร้ายร่างกาย แค่เพียงขู่ฆ่า ซึ่งอาจจะมีหลายครั้ง ที่พ่อเลี้ยงพยายามทำร้ายร่างกายแม่ แต่ตนอยู่ด้วยตลอด

จากนั้นทีมข่าวสอบถามแม่ของผู้เสียชีวิต บอกว่าลูกสาวคบหากับสามีใหม่มาประมาณ 8ปีที่ผ่านมา ทั้งสองมักจะมีปากเสียงอยู่บ่อยครั้ง โดยฝ่ายสามีมักจะหาเรื่องลูกสาว ว่าไปมีชายอื่น คบชู้ ส่วนวันเกิดเหตุ หลานสาวบอกว่าหลังก่อเหตุแล้วไม่เห็นตัวพ่อเลี้ยงอีกเลย ติดต่อก็ไม่ได้ หากได้พบกันจะไม่มีทางให้อภัยเด็ดขาด อยากให้รับโทษให้สมกับที่ทำกับลูกสาวตนเอง ส่วนหลานสาว จะนำกลับไปเลี้ยงที่ จังหวัดขอนแก่น

จากนั้นทีมข่าวเดินทางไปที่หอพักที่เกิดเหตุ ภายในซอยพระรามสอง 61 เป็นอาคาร3ชั้น โดยหลานชายของผู้เสียชีวิตเป็นผู้ที่พาทีมข่าวขึ้นไปดู ก็พบร่องรอยตรงตู้เสื้อผ้าและพื้นห้อง ลักษณะถูกกัดกร่อน คล้ายกับถูกน้ำกรด นอกจากนี้ยังพบรอยน้ำกรดตรงหน้าห้องและบริเวณบันได

ที่สำคัญหลานชายผู้เสียชีวิตได้พาทีมข่าวไปชี้จุดที่คนร้ายทิ้งขวดแก้วที่คาดว่าน่าจะใส่น้ำกรด ตกอยู่ตรงซอกตึก เชื่อว่าน่าจะเป็นการทำลายหลักฐาน แต่โชคดีที่แก้วไม่แตก เพราะมีกล่องโฟมอยู่ด้านล่าง ตอนนี้ ตำรวจได้เก็บเป็นหลักฐานไว้แล้ว

ขณะเดียวกันทีมข่าวทราบว่า มีภาพจากกล้องวงจรปิดในอาคาร น่าจะบันทึกภาพเหตุการณ์วันเกิดเหตุได้ แต่เบื้องต้น เจ้าของอาคารได้ให้ตำรวจไปแล้ว

ล่าสุดนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ ตนเองและญาติผู้เสียชีวิตจะเดินทางไปที่โรงพยาบาลที่ปฏิเสธการรักษา เพื่อขอคำชี้แจงและขอความเป็นธรรม แม้จะมาทราบภายหลังว่าสาเหตุที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ไม่รับรักษาเพราะให้เหตุผลว่า ผู้ตายมีสิทธิบัตร 30 บาท อีกโรงพยาบาล และโรงพยาบาลนี้ก็เป็นโรงพยาบาลเอกชน เกรงว่าอาจมีค่าใช้จ่าย ซึ่งเหตุผลนี้ฟังไม่ขึ้น เพราะตอนนั้นผู้เสียชีวิตมีอาการโคม่าแล้ว ควรจะเข้ารับการรักษาเป็นการด่วน ก่อนที่จะย้ายโรงพยาบาล นอกจากนี้ จะไปสอบถามความคืบหน้าทางคดีที่สน.ท่าข้าม ส่วนคนร้ายสามีใหม่ คือนายคำตัน สิงหานารถ อายุ 50 ปี อาชีพขับรถแท๊กซี่ตอนนี้ ตำรวจออกหมายจับแล้ว