นิวเซาท์เวลส์ ออสเตรเลีย เริ่มใช้กล้องตรวจ จับคนขับรถเล่นมือถือ

รัฐนิวเซาท์เวลส์ ออสเตรเลีย เริ่มใช้กล้องตรวจจับคนใช้มือถือระหว่างขับรถที่แรกในโลก หากฝ่าฝืนโทษปรับ 7,000 บาท

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า หน่วยงานด้านคมนาคมประจำรัฐนิวเซาท์เวลส์ ในประเทศออสเตรเลีย เริ่มใช้กล้องจราจรที่ตรวจจับใช้งานมือถือขณะขับขี่เป็นที่แรกในโลก โดยระบบกล้องจะใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตรวจสอบภาพและการใช้โทรศัพท์มือถือของคนขับ ซึ่งระบบจะส่งภาพในการตรวจจับให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอีกครั้ง

ขณะที่กฎหมายในออสเตรเลียอนุญาต ให้การโทรศัพท์หรือรับสายโทรศัพท์ในระหว่างขับรถ ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายในรัฐนิวเซาท์เวลส์ แต่ต้องใช้อุปกรณ์แบบแฮนด์-ฟรีเท่านั้น ส่วนการใช้งานอื่นๆ ในระหว่างที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถ เช่น การใช้วิดีโอคอล การใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์ และการถ่ายรูป ล้วนผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ เป้าหมายในการใช้กล้องตรวจจับการใช้มือถือเพื่อปรับพฤติกรรมผู้ขับขี่บนถนน และลดจำนวนผู้เสียชีวิตบนท้องถนนลง 30% ภายในปี 2021 ซึ่งตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตบนถนนนิวเซาท์เวลส์รวม 329 ราย เทียบกับทั้งปี 2018 อยู่ที่ 354 ราย

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 3 เดือนที่ทดลองระบบ หากตรวจพบผู้ใช้งานผิดกฎหมายจะมีการส่งจดหมายแจ้งเตือนผู้ขับขี่ ในระยะต่อไปจะส่งใบสั่ง และบางกรณีมีการตัดแต้มการขับขี่ร่วมด้วย โดยค่าปรับอยู่ที่ 344 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือคิดเป็นเงินไทยราว 7,026 บาท หากพบการทำผิดในเขตโรงเรียนค่าปรับจะสูงถึง 457 ดอลลาร์ออสเตรเลีย คิดเป็นเงินไทยราว 9,335 บาท