“กบ ไมโคร” ถึง “ม็อบนกหวีด”

จากใจ “กบ ไมโคร” โพสต์เฟซบุ๊ค “จบแล้วนะ นกหวีดที่รักทุกคน”

“กบ ไมโคร” นักกีต้าร์ชื่อดัง ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “ไกรภพ จันทร์ดี” ว่า “ตัวสุดท้ายเกี่ยวกับนกหวีด ผมโดนถามเสมอว่า ในฐานะคนตัวเล็กๆของประชาชน ผมไม่กลัวหรือที่แสดงจุดยืนสวนทางกับมวลมหาประชาชนนกหวีด ตั้งแต่วันที่เสียงนกหวีดดังจนถึงวันนี้ ตอบได้เลยว่ากลัว ผมกลัวที่สุดถ้าจะต้องทำร้ายจิตใจ ย้ำรอยแผลเพื่อนพี่น้องร่วมชาติทุกคนที่ร่วมเป่านกหวีดในวันนั้น บางคนญาติผม เพื่อนในชีวิตจริง เพื่อนในเฟส รอบๆตัวผมมีไม่น้อย และมากมายเลยที่เคยเป็นแฟนเพลงของวง แต่ที่ผมกลัวกว่าคือการไม่เรียนรู้แบบสะเด็ดน้ำ พาสังคมวนกลับไปที่จุดเดิม เหมือนวันมหาวิปโยคครั้งแล้วครั้งเล่า นับจาก 14 – 6 ตค. – พค.35 – และมาจนถึงรอบสิบกว่าปีหลังนี้

“มาถึงจุดๆนี้ ถ้าเราลองเข้าไปดูบรรดาสเตตัสข่าวสารบ้านเมือง ผมมั่นใจแล้วว่าทรรศนะผู้คนในสังคม ล้วนตกผลึกไปในทางเดียวกัน นกหวีดคือรอยด่างของการเมืองภาคประชาชนที่อ่อนเยาว์ต่อเรื่องอะเจนด้าของฝ่าย”ธงนำ” อยากเห็นบ้านเมืองบรรลุสู่สังคมในอุดมคติ แต่ไม่อาจเข้าใจผลลัพธ์การเคลื่อนไหวที่จะตามมาในที่สุด ผมคัดค้านมาตั้งแต่แรกเริ่มเพราะมั่นใจว่าอำนาจเผด็จการไม่อาจปฏิรูปการเมืองเพื่อคนทุกชนชั้นได้จริง วันนี้เราเลยเห็นการเคลื่อนไหวสืบต่ออำนาจอย่างชัดเจนและไม่เหนียมอาย ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้นำรัฐประหารตั้งใจจะเล่นการเมืองต่อ”

“สภาพเศรษฐกิจ ที่เอื้อประโยชน์ต่อทุนใหญ่ สภาพสังคม การเมือง การปกครอง ระบบยุติธรรม และอีกมากมายหลายอย่างปรากฏความบกพร่องอย่างชัดเจน อย่างที่เราๆประชาชน “หมดพิษสง”ต่อชนชั้นปกครอง โดนกดจนหัวติดพื้น !!! กล้าหาญมากสุดได้แค่ตะโกนออกมาว่า ประเทศกูมี แตะต้องอะไรหน่อยก็กลายเป็นภัยความมั่นคง

ในปฐมบทของเรื่องที่เกิด ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่วันนี้จะเห็นคนมหาศาลก่นด่า”นกหวีด” แบบสะใจทั้งน้ำตา เพราะต่างคนต่างก็ลอยคออยู่กลางทะเลเหมือนกันรอยด่างของประวัติศาสตร์นี้ ผมไม่มีอะไรจะพูดถึงนกหวีดอีกต่อไปแล้ว ได้แต่หวังถ้าเคยรู้ทันไอ้นั่นอีนี่สารพัด อย่าลืมรู้ทันมันทุกคนที่คิดจะปล้นอำนาจประชาชน”

“นักการเมืองเลวระยำ คุณมีทางกำจัดมันด้วยประชาธิปไตยสามนาที นักปกครองเผด็จการ กว่าสี่ปีที่บ้านเมืองถูกแช่ไว้ ยังโล้ชิงช้าเล่นสบายใจ คุณทำอะไรเขาได้ จำไว้เป็นบทเรียนให้ดี มันหลายครั้งมากแล้วกับลูปนี้ จบแล้วนะ นกหวีดที่รักทุกคน กลับมาเป็นประชาชนที่รู้ทันการสูญเสียอำนาจตนกันเถอะครับ”