“สุภิญญา”ประกาศยุติปฏิบัติหน้าที่ กสทช. ชั่วคราว หลังศาลฎีกาตัดสินคดีล้อมสภา

วันที่ 15 มี.ค.60 ที่ห้องพิจารณา 710 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 10.00 น.ศาลได้อ่านคำพิพากษาฎีกา คดีดำ อ.4383/53 ที่ พนักงานอัยการคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ ฟ้อง นายจอน อึ๊งภากรณ์ อายุ 67 ปี ประธานมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม กับพวกรวม 10 คน เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง

กรณีเมื่อวันที่ 12 ธ.ค.50 เวลากลางวัน จำเลยกับพวกกลุ่มองค์กรภาคประชาชน และกลุ่มผู้ชุมนุมหลายร้อยคน รวมตัวกันที่บริเวณ ถ.อู่ทองใน แล้วบุกเข้าไปในอาคารรัฐสภา ทำร้ายเจ้าหน้าที่ รปภ.เพื่อขัดขวางสมาชิกรัฐสภา ไม่ให้พิจารณาร่างกฎหมาย ก่อให้เกิดเสียหายวุ่นวาย จนสมาชิกรัฐสภาต้องเลิกการประชุม จำเลยให้การปฏิเสธ

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 – 4 , 7 และ 8 จำคุก คนละ 1 ปี 4 เดือน ปรับคนละ 6 พันบาท ส่วนจำเลย 5 , 6 , 9 และ 10 จำคุกคนละ 8 เดือน ปรับคนละ 6 พันบาท โทษจำคุกรอลงอาญา 2 ปี
ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับ ยกฟ้องจำเลยทั้งหมด อัยการโจทก์ยื่นฎีกา ขอให้ศาลฎีกาพิพากษาลงโทษพวกจำเลยด้วย

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องพวกจำเลยมานั้น ศาลฎีกายังไม่เห็นพ้องด้วย โดยเห็นว่า จำเลยทั้งหมดมีความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น แต่จำเลยทั้งหมดไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ประกอบกับเมื่อพิเคราะห์ อายุ อาชีพ ความประพฤติ การศึกษา สภาพความผิด และเหตุผลในการกระทำความผิด เห็นว่าพฤติการณ์แห่งคดียังไม่ร้ายแรง จึงเห็นควรให้รอการกำหนดโทษไว้เป็นเวลา 2 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการรอการกำหนดโทษ หมายถึง ศาลยังไม่ได้กำหนดโทษในคดีไม่ว่าโทษจำคุก หรือโทษปรับ แต่หากในระยะเวลาที่กำหนด พวกจำเลยมีพฤติการณ์กระทำผิดในทำนองเดียวกัน ศาลมีอำนาจติดตามตัวจำเลยกลับมาเพื่อกำหนดบทลงโทษต่อไปได้

สำหรับจำเลยอื่นอีก 9 คน คือ นายสาวิทย์ แก้วหวาน อายุ 54 ปี แกนนำสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.ร.ฟ.ท.) และแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย , นายศิริชัย ไม้งาม อายุ 56 ปี แกนนำพธม.และอดีตประธานสหภาพแรงงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (สร.กฟผ.) , นายพิชิต ไชยมงคล อายุ 35 ปี , นาย อนิรุทธ์ ขาวสนิท อายุ 50 ปี , นายนัสเซอร์ ยีหมะ อายุ 41 ปี , นายอำนาจ พละมี อายุ 49 ปี , นายไพโรจน์ พลเพชร อายุ 60 ปี คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย , น.ส.สารี อ๋องสมหวัง อายุ 51 ปี เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และ น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ อายุ 42 ปี กรรมการ กสทช.

ภายหลัง นายจอน เปิดเผยว่า ขอขอบคุณทนายความที่ทำงานหนักเพื่อช่วยในการต่อสู้คดี และยืนยันว่าการกระทำดังกล่าวทำไปเพื่อประเทศชาติ เนื่องจากไม่อยากเห็นสภาที่มาจากการแต่งตั้ง ออกกฎหมายริดรอนสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และประชาชนควรจะมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและคัดค้านการออกกฎหมายได้

ด้าน น.ส.สุภิญญา กล่าวว่า หลังจากนี้จะนำคำพิพากษาของศาลฎีกาไปพิจารณาว่า เข้าข่ายผิดข้อบังคับของการดำรงตำแหน่ง กสทช.ของตัวเองหรือไม่ โดยจะส่งคำพิพากษาให้ฝ่ายกฎหมายของตัวเอง และ กสทช.พิจารณาด้วย เพราะกรณีนี้ศาลยังไม่มีการกำหนดโทษ จึงยังไม่มีความชัดเจน

โดยหนึ่งจำเลยตามคำพิพากษา คือ นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ซึ่งปัจจุบันเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ล่าสุด ได้แจ้งผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า อีกสักพักจะมีการแถลงชี้แจงว่า คำพิพากษานี้จะมีผลกับการดำรงตำแหน่ง กสทช. อย่างไร ซึ่งแม้ศาลจะไม่ได้กำหนดโทษจำคุก แต่ก็พิพากษาว่าตนกระทำความผิด จึงมีประเด็นทางกฎหมาย

วันนี้จึงทำบันทึกแจ้งเลขาธิการ กสทช.ถึงคำพิพากษาให้ สนง.ตีความกฎหมาย โดยตั้งแต่วันนี้ ดิฉันจะบุติการปฏิบัติหน้าที่ไปก่อน (ไม่รับค่าตอบแทน) ถ้าการตีความออกมาว่าไม่ขัดคุณสมบัติ ก็ค่อยกลับมาปฏิบัติหน้าที่ต่อ แต่ถ้าขัดก็ถือว่าสิ้นสภาพการเป็น กสทช.ตามกฎหมายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป กสทช. สุภิญญา ระบุผ่านทวิตเตอร์ .