“อนุทิน” ลั่นนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย 100 %

“อนุทิน” พร้อมหนุน สสส. เดินหน้าขยายงาน พชอ. ลุย 800 อำเภอ ปิดประตูแก้กฎหมายบุหรี่ไฟฟ้า ชี้สูบแล้วติดแม้มีนิโคตินน้อย

เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมกรรมการกองทุนฯ ครั้งที่ 7/2562 ว่า

ที่ประชุมเห็นชอบแผนการดำเนินงานประจำปี 2563 ที่กำหนดตัวชี้วัดหลัก 3 ปี และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ถึงร้อยละ 89.3 อาทิ การเสริมประสิทธิภาพงานควบคุมยาสูบระดับเขตและจังหวัด การเคลื่อนงานศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน และแก้ปัญหารถจักรยานยนต์ในกลุ่มเสี่ยง

รวมทั้งเพิ่มกิจกรรมทางกายในโรงเรียน สถานประกอบการ และชุมชนตามแผนกิจกรรมทางกายชาติ ลดอัตราภาวะน้ำหนักตัวเกินและโรคอ้วนในวัยเรียน ตลอดจนสนับสนุนขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ถุงยางอนามัยแห่งชาติ และจังหวัดต้นแบบยุติเอดส์

รวมถึงการดูแลสุขภาวะเด็กกลุ่มเปราะบางให้เข้าถึงสิทธิและสวัสดิการของรัฐ กลุ่มคนไร้บ้านมีศักยภาพความพร้อมในการกลับคืนสู่สังคม และสนับสนุนขับเคลื่อนด้านวิชาการ การใช้กัญชาทางการแพทย์

นายอนุทิน กล่าวว่า นอกจากนั้น ยังได้พิจารณาเห็นชอบโครงการควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบ โดยกรมควบคุมโรค ทำหน้าที่เสริมความเข้มแข็งของการควบคุมแอลกอฮอล์และยาสูบ ผ่านคณะทำงานระดับชาติ เขต จังหวัด และอำเภอ จนถึงระดับชุมชน ขยายพื้นที่ดำเนินการให้ครอบคลุม ป้องกันนักสูบนักดื่มหน้าใหม่ ผ่านสถานศึกษาทุกระดับ ดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพสถานศึกษาปลอดบุหรี่และสุรา

เป็นการทำงานอย่างใกล้ชิดระหว่างสสส. และกระทรวงสาธารณสุข โดยพร้อมสนับสนุน สสส. และภาคีเครือข่าย อาทิ สนับสนุนการขับเคลื่อนระบบสุขภาพระดับอำเภอทั่วประเทศอย่างน้อย 800 อำเภอ ผ่านกลไก คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิต (พชอ.) ซึ่งทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเสริมสมรรถนะการจัดการสุขภาพในพื้นที่ เพราะสสส.เป็นพลังที่จะช่วยให้การทำงานตามนโยบายของรัฐบาลถูกนำไปปรับใช้อย่างแท้จริง

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ในที่ประชุมได้มีการพูดถึงประเด็นบุหรี่ไฟฟ้าที่มีความพยายามที่จะนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า และสื่อสารว่าช่วยลดเลิกบุหรี่ได้ ซึ่งกรมควบคุมโรค ยืนยันว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีพิษภัย และห้ามนำเข้า 100 % หากจะนำเข้าต้องมีการแก้กฎหมายแต่คงไม่มีใครทำเรื่องแบบนั้น เพราะจะเป็นอันตรายต่อเด็กและเยาวชน แม้จะมีนิโคตินในปริมาณน้อยกว่า แต่หากสูบผลลัพธ์ก็คือการเสพติดอยู่ดี ดังนั้นฝากให้กรมควบคุมโรคและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สื่อสารสร้างความเข้าใจถึงพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า

อ่านข่าว Bright Today