ครม.อัดฉีด! กระตุ้นศก.เติมเงินบัตรคนจน-แจกเงินเที่ยว

ครม.อัดฉีด! กระตุ้นเศรษฐกิจ เติมเงินบัตรคนจน-ผู้สูงอายุ เพิ่ม 500 บาท -เงินเลี้ยงดูบุตร 300 บ.พักหนี้เกษตรกร ประสบภัยแล้ง พร้อมลงทะเบียนรับ 1 พัน เที่ยวเมืองรอง

เมื่อวันที่ 20 ส.ค. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุมครม.มีมติอนุมัติโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วยดูแลเรื่องค่าครองชีพให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สำหรับบุคคลทั่วไปที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะเพิ่มเงินให้เอาไปใช้จ่ายแต่ละเดือน เดือนละ 500 บาท ผู้สูงอายุที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับเพิ่มอีก 500 บาทต่อเดือน และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีบุตรอายุ 0-6 ปี จะได้รับเงินเพิ่ม 300 บาทต่อเดือน โดยทั้งหมดนี้เป็นมาตรการกระตุ้นระยะสั้น โดยจ่ายให้เพียง 2 เดือน (สิงหาคม-กันยายน 2562)

ส่วนการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านกองทุนหมู่บ้าน จะมีการพักหนี้ให้กับกองทุนหมู่บ้าน 1 ปี ซึ่งเป็นการพักหนี้ให้กับกองทุนหมู่บ้าน ไม่ใช่การพักหนี้ให้กับผู้กู้ เพื่อให้มีเม็ดเงินในการปล่อยสินเชื่อต่อ โดยสามารถลงทะเบียนผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) หรือธนาคารออมสิน ทั้งนี้ เป็นแบบสมัคร หากกองทุนหมู่บ้านใดสามารถหมุนเวียนเงินได้ ไม่อยากพักหนี้ ก็สามารถทำได้

ขณะที่มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง โดยจะมีให้เลือก 2 โครงการคือ

1. โครงการลดดอกเบี้ยเงินกู้ โดยเกษตรกรสามารถกู้เงินผ่าน ธกส. ไม่เกิน 300,000 บาท มีดอกเบี้ย 0.1% ต่อปี ระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2562 – 31 กรกฎาคม 2563

2. โครงการขยายเวลาชำระหนี้เงินกู้ โดยขยายเวลาชำระหนี้ 2 ปี ไม่จำกัดวงเงิน ระยะเวลา 2 ปีนับจากงวดชำระเดิม แต่ไม่เกินวันที่ 31 กรกฎาคม 2564

นอกจากนี้ ธกส. ยังมีสินเชื่อฉุกเฉิน ไม่เกิน 50,000 บาทต่อคน ฟรีดอกเบี้ยปีแรก และสินเชื่อฟื้นฟูความเสียหายจากภัยแล้ง ไม่เกิน 500,000 บาทต่อคน

กลุ่มที่สอง เกษตรกรผู้ปลูกข้าว มีโครงการสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2562/2563 โดยเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2562 กับกรมส่งเสริมการเกษตร ช่วยค่าปลูกไร่ละ 500 บาท ไม่เกิน 20 ไร่

นอกจากนี้ ครม.ยังอนุมัติมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับผู้ที่ลงทะเบียน 10 ล้านคนแรกผ่านเว็บไซต์ ททท. สำหรับผู้ได้รับสิทธิจะได้เงิน 1,000 บาทต่อคนเพื่อซื้อสินค้ากับร้านที่ร่วมมาตรการ ซึ่งต้องใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้ พร้อมยังได้สิทธิรับเงินคืน 15% ของยอดชำระเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 4,500 บาท (วงเงินใช้จ่ายไม่เกิน 30,000 บาท) สำหรับใช้จ่ายค่าอาหารและเครื่องดื่ม ค่าที่พัก หรือซื้อสินค้าท้องถิ่น

อ่านข่าว Bright Today