คารม – รังสิมันต์ นำทีม อนาคตใหม่ เสนอ ตั้ง กมธ.ศึกษา-ป้องกัน รัฐประหาร

ครั้งแรกในรัฐสภาไทย! อนาคตใหม่ นำโดย คารม พลพรกลาง และ รังสิมันต์ โรม เตรียมอภิปรายญัตติ ตั้ง กมธ.ศึกษา-ป้องกันการเกิดรัฐประหารฯ

คารม พลพรกลาง และ รังสิมันต์ โรม ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พร้อมด้วย ทนายบิลลี่ กับ จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส. แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร พรรคอนาคตใหม่ ร่วมแถลงต่อสื่อมวลชนถึงกรณี พรรคอนาคตใหม่ เสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ (กมธ.) เพื่อศึกษาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหาร โดยมี ปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เป็นผู้เสนอญัตติ

คารมกล่าวว่า พรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้นมาเพราะเห็นว่า “การรัฐประหาร” หรือที่เรียกกันว่า “การยึดอำนาจ” เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทย การยึดอำนาจในประเทศไทยเกิดขึ้นวนเวียนซ้ำซาก ซึ่งไม่เป็นผลดีกับระบบการเมืองทั้งในแง่เศรษฐกิจภายในประเทศและสายตาของชาวโลก ทำให้การยึดอำนาจเป็นเรื่องที่ต้องถูกนำมาคำนึงถึง และคิดว่าหากจะป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกจะต้องทำอย่างไรบ้าง ในเมื่อประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 ระบุว่า “การยึดอำนาจการล้มล้างการปกครองเป็นความผิดอาญาฐานกบฏ”

คารมกล่าวต่อไปว่า การทำรัฐประหารทุกครั้งได้สร้างผลเสียในหลายๆ ด้าน ทั้งด้านระบบราชการเกิดความสับสน ด้านการเมืองทำให้แตกแยกทางความคิด ด้านเศรษฐกิจก็อาจไม่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล การยึดอำนาจทุกครั้งมักจะมีข้ออ้างว่า “นักการเมืองทุจริต” ไปจนถึง “ประชาชนแตกแยกเป็นฝักเป็นฝ่ายไม่มีความมั่นคง” อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 จะถูกเขียนขึ้นมาและไม่เป็นที่ถูกใจของนักการเมืองและประชาชนจำนวนมาก แต่พรรคอนาคตใหม่ก็ไม่เห็นด้วยกับการล้มล้างอีกฝ่ายด้วยการยึดอำนาจเช่นกัน เรื่องนี้จึงมีความสำคัญ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศและต่อระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่เราหวังว่าจะเป็นระบอบประชาธิปไตยแบบสากล

“อยากให้มีการตั้ง กมธ.วิสามัญ เพราะเหตุว่าถ้ามีกรรมการได้ศึกษาแนวทางเพื่อจะไม่ให้มีการทำการยึดอำนาจอีกในอนาคต จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ทุกครั้งที่มีการยึดอำนาจแล้วคงไว้ซึ่งอำนาจตุลาการจึงมีคำถามว่า คณะผู้ยึดอำนาจ อำนาจตุลาการมีข้อสังเกตหรือมีการป้องกันอย่างไร ในส่วนนี้ ถ้าเราได้ศึกษาหาแนวทางป้องกันโดยเป็นไปตามกฎหมายจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง” คารมกล่าว

ด้านจิรวัฒน์กล่าวว่า ตั้งแต่เรามีสภาผู้แทนราษฎรมา 25 สมัยมีการรัฐประหาร 13 ครั้ง รวมถึงเส้นทางประชาธิปไตยของประชาชนคนไทยเกือบ 88 ปี ไม่เคยมีการนำเรื่องเหล่านี้เข้ามาสู่สภาฯ มีเพียงวงเสวนาวิชาการวงกิจกรรมภายนอก วันนี้ ตนคิดว่าพรรคอนาคตใหม่ได้นำเรื่องเหล่านี้เข้ามาสู่สภาเพื่อที่จะให้สมาชิกเห็นถึงความสำคัญว่า “เราจะต้องทำอะไรบ้างในการยุติการรัฐประหาร” นี่จะเป็นครั้งแรกที่มีประเด็นสำคัญอย่างมีนัยยะเช่นนี้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร และอยากจะนำเรียนสื่อมวลชนและส่งเสียงไปยังเพื่อนสมาชิกว่า ตนอยากให้มีการตั้ง กมธ. วิสามัญ ขึ้นเพราะ ถ้ามีกรรมการได้ศึกษาแนวทางเพื่อจะไม่ให้มีการทำการยึดอำนาจอีก จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศไทย

ขณะที่รังสิมันต์ย้ำว่า อยากให้มติในการตั้ง กมธ. นี้ออกมาเป็นเอกฉันท์โดยสภาผู้แทนราษฎร เพราะทุกครั้งที่มีการรัฐประหารเกิดขึ้น ผู้เสียหายเป็นลำดับแรกคือ “ประชาชน” และเราในฐานะที่ทำหน้าที่ในการเป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชนจะกลายเป็นผู้ที่ไม่สามารถมาทำหน้าที่ให้กับประชาชนได้ นั่นหมายความว่า เราคือผู้ที่บกพร่องในหน้าที่ ตนจึงคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ในการเสนอญัตตินี้ ทั้งสองฝ่ายไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลก็ควรจะเห็นด้วย และหากเป็นไปได้ ตนก็อยากจะขอร้องพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะที่ท่านเชื่อมั่นประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย 99.99% ว่า ท่านควรส่งสัญญาณไปยังฝ่ายรัฐบาลว่าตัวท่านเองถูกใจสิ่งนี้

พรรคอนาคตใหม่ขอเชิญชวนประชาชนทุกคนที่สนใจ ติดตามรับชมการอภิปรายประกอบการเสนอตั้ง กมธ. ศึกษา-ป้องกันการเกิดรัฐประหาร ได้ในการประชุมสภาช่วงค่ำวันนี้ (5 กุมภาพันธ์ 2563)

ล่าสุด ที่ประชุมสภาได้เลื่อน ญัตติ ตั้ง กมธ.ศึกษา-ป้องกันการเกิดรัฐประหาร ไปในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563