ชัชชาติ โพสต์ 7 ปีผ่านไป หลังพ.ร.บ.สร้างอนาคตไทยเข้าสภา

นาย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า พรุ่งนี้ 19 ก.ย. 63 จะครบ 7 ปี ที่ พ.ร.บ.สร้างอนาคตไทย เข้าสู่สภา เวลามีค่าจริง ๆ

ผมอยากให้พวกเรารับทราบรายละเอียดกันก่อน ผมขออธิบายรายละเอียดโครงการต่าง ๆ ในแต่ละยุทธศาสตร์ที่ทางกระทรวงคมนาคม เตรียมไว้ซึ่งมีดังนี้ครับ

– รถไฟความเร็วสูง 783,553 ล้านบาท คิดเป็น 39.2%

– รถไฟฟ้า 456,662 ล้านบาท คิดเป็น 22.8%

– ถนนทางหลวง 241,080 ล้านบาท คิดเป็น 12.1%

– ถนนทางหลวงชนบท 34,309 ล้านบาท คิดเป็น 1.7%

– สถานีขนส่งสินค้า 14,093 ล้านบาท คิดเป็น 0.7%

– ท่าเรือ 29,581 ล้านบาท คิดเป็น 1.5%

– ด่านศุลกากร 12,545 ล้านบาท คิดเป็น 0.6%

– ปรับปรุงระบบรถไฟ (เพิ่มเครื่องกั้น ซ่อมบำรุงรางที่เสียหาย) 23,236 ล้านบาท คิดเป็น 1.2%

– รถไฟทางคู่ และทางคู่เส้นทางใหม่ 383,891 ล้านบาท คิดเป็น 19.2%

– ค่าสำรองเผื่อฉุกเฉิน (ความผันผวนราคาวัสดุ การติดตามและประเมินผล) 21,050 ล้านบาท คิดเป็น 1.0%

จะเห็นได้ว่า โครงการใน พ.ร.บ.สร้างอนาคตประเทศนี้ ไม่ได้มีแต่เรื่องรถไฟความเร็วสูง แต่มีทั้งรถไฟทางคู่ รถไฟฟ้าในกทม. ถนนสี่เลน ด่านศุลกากร ศูนย์กระจายสินค้า มอเตอร์เวย์ บูรณะถนนสายหลัก ถนนเชื่อมประตูการค้า ท่าเรือ สะพานข้ามทางรถไฟ โดยกระจายอยู่ในทุกๆด้าน และ อยู่ในทั่วทุกภูมิภาค ตามความจำเป็นและยุทธศาสตร์ของประเทศ

โครงการเหล่านี้ ไม่ได้คิดขึ้นมาลอยๆ แต่สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาประเทศที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555-2559) หัวข้อ 5.3.4 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ ในการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ การพัฒนาระบบขนส่งทางรถไฟ การปรับปรุงโครงข่ายคมนาคมขนส่งในเมือง และ เป็นไปตามคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่ท่านนายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้แถลงต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2554

ทั้งในส่วนของ โครงการรถไฟทางคู่ โครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการรถไฟฟ้าในกทมและปริมณฑล โครงการท่าเรือฝั่งทะเลอันดามัน และ ฝั่งอ่าวไทย การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ ซึ่งการเสนอโครงการต่างๆใน พ.ร.บ.นี้ เป็นการปฏิบัติตามนโยบายโครงสร้างพื้นฐานที่ได้แถลงเป็นพันธสัญญากับรัฐสภา อย่างครบถ้วน

สำหรับสิ่งที่จะได้จากโครงการนี้ ที่ทางรัฐบาลคาดหวังไว้คือ

1. ต้นทุนโลจิสติกส์ต่อ GDP ลดลงจากปัจจุบัน (ที่ 15.2%) ไม่น้อยกว่า 2%

2. สัดส่วนผู้เดินทางระหว่างจังหวัดโดยรถยนต์ส่วนบุคคล ลดลงจาก 59% เหลือ 40%

3. ความเร็วเฉลี่ยของรถไฟขนส่งสินค้า เพิ่มขึ้นจาก 39 กม./ชม. เป็น 60 กม./ชม. และขบวนรถโดยสาร เพิ่มขึ้นจาก 60 กม./ชม. เป็น 100 กม./ชม.

4. สัดส่วนการขนส่งสินค้าทางราง เพิ่มขึ้นจาก 2.5% เป็น 5%

5. สัดส่วนการขนส่งสินค้าทางน้ำ เพิ่มขึ้นจาก 12% เป็น 18%

6. ความสูญเสียจากน้ำมันเชื้อเพลิง ลดลงไม่น้อยกว่า 100,000 ล้านบาท/ปี

7. สัดส่วนการเดินทางโดยรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจาก 5% เป็น 30%

8. ปริมาณการขนส่งสินค้าผ่านเข้า-ออก ณ ด่านการค้าชายแดนที่สำคัญ เพิ่มขึ้น 5%

9. ปริมาณผู้โดยสารรถไฟ เพิ่มขึ้นจาก 45 ล้านคน/เที่ยว/ปี เป็น 75 ล้านคน/เที่ยว/ปี

10. ลดระยะเวลาการเดินทางจาก กทม. ไปยังเมืองภูมิภาค ด้วยรถไฟความเร็วสูงภายในรัศมี 300 กม. รอบกรุงเทพมหานคร ในระยะเวลาไม่เกิน 90 นาที จากเดิมที่ใช้ระยะเวลาเฉลี่ยประมาณ 3 ชั่วโมง

ข่าวล่าสุด

ดูทั้งหมด

ทวิตเตอร์ เผยรายได้ไตรมาสที่ 3 ปี 2563 เติบโตเพิ่มถึง 14%

29 ต.ค. 63 ที่ผ่านมา ทวิตเตอร์ อิ้งค์ แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของสหรัฐ ได้เปิดเผยถึงรายได้ในไตรมาสที่ 3 ในปี 2563 นี้ ว่ามี 936 ล้านดอลลาร์

ติช่า เปิดใจ! เหตุผลใด ทำไมดาราไม่เลือกที่จะ Call Out ??

ติช่า กันติชา หลังจากเกิดเหตุการณ์ สลายการชุมนุม “แยกปทุมวัน” ในวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา และยังคงมีม็อบในแต่ละพื้นที่ต่อมาเรื่อยๆ

โตเกียว เตรียมเพิ่มขีดจำกัดการตรวจหาเชื้อ โควิด19 ถึง 6 เท่า

30 ต.ค. 63 รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อ โควิด19 จากรัฐบาลกรุงโตเกียว ระบุว่า พบผู้ป่วยรายวัน เพิ่ม 204 ราย ซึ่งสูงเกิน 200 รายติดต่อกัน

“หมูทะ” เป็นของบูม!! “เจ้นึก” ตอบชัดเลี้ยงเองมาตลอดวอนคนอื่นหยุดแอบอ้าง

“หมูทะ” เป็นของบูม!! ผู้สื่อข่าวไบร์ททีวีรายงานจากซอยเพิ่มสิน 21 ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือเจ๊นึก นางสุพัตรา ศรีหงษ์ทอง หรือ เจ๊นึก อายุ 55 ปี ซึ่ […]

่ส่องความน่ารักเจ้าหมู “ศุภโชค” จากลูกหมูอัปมงคลสู่ขวัญใจชาวบ้านวัดนิมิตธรรมาราม

่ส่องความน่ารัก ของเจ้าหมู จากลูกหมูอัปมงคลสู่ขวัญใจชาวบ้านวัดนิมิตธรรมาราม พาไปดูความน่ารักของเจ้าศุภโชค หมูยักษ์ ที่มีลักษณะพิเศษคือเป็นหมูตีนขิง แต […]