“อนุดิษฐ์” แนะ “ประยุทธ์” รีบสร้างความกระจ่าง กรณี ส.ส. เสียบบัตรแทนกัน

วันที่ (25 ม.ค.) น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำลังอยู่บนทางสองแพร่งในการแก้ปัญหาการเสียบบัตรแทนกันของ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล ไม่ว่าจะเลือกแนวทางแบบศรีธนญชัย ของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่บอกว่าการเสียบบัตรแทนกันในอดีตไม่สามารถนำมาเป็นบรรทัดฐานในปัจจุบันได้ หรือจะยึดตามบรรทัดฐานของศาลรัฐธรรมนูญ ที่เคยวินิจฉัยเอาไว้ว่าการเสียบบัตรแทนคนอื่น มีผลทำให้การลงคะแนนของสภาไม่สุจริต ถือเป็นมติที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ยังคงเชื่อตามคำแนะนำของ นายวิษณุ ก็จะทำให้การวางแผนรองรับสถานการณ์ดังกล่าว เกิดความผิดพลาดขึ้นได้ ที่ผ่านมาดูเหมือนว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเชื่อ นายวิษณุ มาโดยตลอด โดยเฉพาะเรื่องการถวายสัตย์ไม่ครบจนนำไปสู่การฟ้องร้องเอาผิด หากครั้งนี้ยังคงเชื่อตามคำแนะนำอีก ก็อาจจะกลายเป็นชนวนความขัดแย้งรอบใหม่ เนื่องจากเป็นการกระทำที่สวนทางกับแนวการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ

น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวอีกว่า แต่หาก พล.อ.ประยุทธ์ จะลองกลับใจดูสักครั้ง ก็จะทำให้สามารถวางแผนรับมือได้อย่างถูกต้อง โดยอาจไม่จำเป็นต้องรอการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญเลยก็ได้ เพราะเคยมีแนวทางการวินิจฉัยเอาไว้แล้วว่าให้ร่างพระราชบัญญัติเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เมื่อปี 2557 ตกไป เพราะมีการเสียบบัตรแทนกันของ ส.ส. จนทำให้กระบวนการออกกฎหมายไม่ชอบ

“ไม่ว่าจะเลือกแนวทางใด รัฐบาลก็ยังมีทางออกอื่นในการนำงบประมาณปี 63 เอามาใช้ได้ แต่ที่จะเป็นปัญหาอย่างมากสำหรับตัว พล.อ.ประยุทธ์ ก็คือความรับผิดชอบทางการเมืองจากการที่มี ส.ส. รัฐบาลเสียบบัตรแทนกันถึง 4 คน แม้จะพยายามอ้างว่ามี 2 คนเสียบบัตรแทนกันเพราะเครื่องไม่พอ แต่ประธานสภาก็ฟันธงไปแล้วว่าถือเป็นความผิดเช่นเดียวกัน จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่รัฐบาลจะปัดความรับผิดชอบ” น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว

เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ยังเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ เร่งสร้างความกระจ่างให้ได้ว่าใครเป็นคนเอาบัตรไปเสียบแทนกัน จะอ้างในทำนองว่า ไม่ได้ฝากใครเสียบหรือไม่ได้มอบอำนาจให้ใครเสียบบัตร แล้วก็ปล่อยให้เรื่องเงียบหายไปเฉย ๆ ตามที่ นายวิษณุแนะนำไม่ได้ เพราะจะยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงปัญหาสองมาตรฐานของประเทศ เพราะต้องไม่ลืมว่ากรณี นายนริศร ทองธิราช อดีต ส.ส. พรรคเพื่อไทย เคยถูกทั้ง สนช. ยื่นถอดถอนและถูกอัยการสั่งฟ้องคดีอาญาโทษถึง 10 ปี จากกรณีเดียวกัน

“ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ ถูกครหาว่า มีทั้งการอุ้มรัฐมนตรี และ ส.ส. ที่ถูกฟ้องคดีอีกหลายคน หากครั้งนี้ยังไม่ทำเรื่องใครเสียบบัตรแทนกันให้กระจ่างอีก ก็จะมีเรื่องอุ้ม ส.ส. เสียบบัตร เพิ่มเข้าไปอีก ซึ่งจะยิ่งทำให้ความชอบธรรมของรัฐบาลหมดไปเรื่อย ๆ และนั่นเท่ากับว่า พล.อ.ประยุทธ์ เริ่มนับถอยหลังทางการเมือง ตั้งแต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ได้เลย” เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ระบุ