ซูเปอร์โพล เผยประชาชนเห็นว่าไม่เหมาะสมเปลี่ยนรัฐบาล-ให้เวลาสางปัญหาเพิ่ม

สำนักวิจัย ซูเปอร์โพล เผยผลสำรวจประชาชนเห็นว่าไม่เหมาะสมเปลี่ยนรัฐบาล ขณะที่กลุ่มพลังเงียบหันมาให้เวลารัฐบาลแก้ปัญหา 3-4 ปี 

เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง โอกาสรัฐบาลในสภาวะปัจจุบัน กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,105 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ระหว่าง วันที่ 9-10 ม.ค. 63 ที่ผ่านมา

เมื่อถามถึงความรู้สึกกลัวที่จะก้าวต่อไปข้างหน้าหรือมีความหวังจะก้าวต่อไปในสภาวะปัจจุบันที่มีข่าวทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น การสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน ความวุ่นวายทางการเมืองของไทยและคนร้ายปล้นร้านทองสังหารประชาชนผู้บริสุทธิ์ เป็นต้น พบว่า ประชาชนเกินครึ่งหรือร้อยละ 51.3 รู้สึกกลัวที่จะก้าวต่อเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 31.5 ในผลสำรวจเดือนตุลาคม พ.ศ. 2562 และร้อยละ 47.8 ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ในขณะที่คนที่มีความหวังจะก้าวต่อไปลดลงจากร้อยละ 68.5 ในเดือนตุลาคม พ.ศ.2562 มาอยู่ที่ร้อยละ 52.2 ในช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมาและตกมาอยู่ที่ร้อยละ 48.7 ในการสำรวจครั้งล่าสุดนี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงความเหมาะสมต่อการเปลี่ยนรัฐบาลในเวลานี้ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 62.7 เห็นว่ายังไม่เหมาะสม ในขณะที่ร้อยละ 14.4 ระบุว่าเหมาะสม และร้อยละ 22.9 ไม่มีความเห็น นอกจากนี้ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อถามถึงระยะเวลาที่ให้โอกาสรัฐบาลในสภาวะปัจจุบันทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ พบว่า ร้อยละ 35.2 ให้เวลา 2-3 ปี ร้อยละ 32.6 ให้เวลา 3-4 ปีขึ้นไป ร้อยละ 26.7 ให้เวลา 1-2 ปี และร้อยละ 5.5 เท่านั้นที่ให้เวลาน้อยกว่า 1 ปี

ที่น่าสนใจคือ เมื่อจำแนกแบ่งประชาชนออกตามจุดยืนทางการเมืองคือ สนับสนุนรัฐบาล ไม่สนับสนุนรัฐบาลและพลังเงียบ พบว่า กลุ่มที่เป็นพลังเงียบจำนวนมากที่สุดคือ ร้อยละ 39.0 กลับมาให้เวลารัฐบาลแก้ปัญหานาน 3-4 ปีขึ้นไป ในขณะที่กลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาลร้อยละ 37.1 และกลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาลมีอยู่ร้อยละ 18.4 

ผศ.ดร.นพดล กล่าวว่า ผลโพลครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่ากลุ่มพลังเงียบกำลังหันมาให้โอกาสรัฐบาล 3-4 ปีขึ้นไปมากที่สุด เพราะรัฐบาลเคยมีผลงานด้านความมั่นคงและความสงบของบ้างเมืองจะช่วยลดทอนความวิตกกังวลของประชาชนเกี่ยวกับการสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านและความกลัวต่อการซ้ำเติมเศรษฐกิจให้แย่ลงไปอีกจากความวุ่นวายทางการเมือง ยิ่งไปกว่านั้น เหตุคนร้ายปล้นร้านทองฆ่าผู้บริสุทธิ์ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่รู้สึกกลัวเหตุการณ์ร้ายต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้นเวลานี้จึงเป็นช่วงเวลาที่นักการเมืองฝ่ายค้านควรศึกษาอารมณ์ของประชาชนที่กำลังอ่อนไหวและหวาดกลัวต่อสถานการณ์ปัจจุบันและเป็นช่วงเวลาที่รัฐบาลควรเร่งทำผลงานให้ประชาชนรู้สึกดีเกิดความหวังมากกว่าความกลัว

อ่านข่าวที่ Bright Today

สุดทึ่ง!! สาวน้อย โคราช อายุ 21 ปี ยึดอาชีพสัปเหร่อเลี้ยงครอบครัว

โคราช นางสาวจิราพร นรินทร์นอก อายุ 21 ปี หรือ “น้องมาย” ชาวตำบลท่าหลวง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา กำลังนำร่างผู้เสียชีวิตไปฌาปนกิจ ณ เมรุวัดบ้านท่าหลวง

ช่อง 3 จ่อลดพนักงานอีกระลอก เปิดโครงการสมัครใจลาออก

บอสใหญ่ ช่อง 3 เตรียมลดพนักงานอีกรอบ เพื่อปรับกลยุทธ์ ปรับคอนเทนต์ และแนวทางธุรกิจ ปี 2020 พร้อมเปิด โครงการสมัครใจลาออก ของพนักงาน

กรมชลประทาน ลงพื้นที่ติดตามฯโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคกลาง

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี และ พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในเขตพื้นที่ภาคกลาง

กระทรวงสาธารณสุข ปรับแนวทาง ป้องกันบุคลากรติดเชื้อ โควิด-19

กระทรวงสาธารณสุข ปรับแนวทางเวชปฏิบัติการวินิจฉัยเพื่อป้องกันการติดเชื้อ โควิด-19 หรือ ไวรัสโคโรนา ในโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์