ซูเปอร์โพล โต้ “หมวดเจี๊ยบ” ผลเป็นกลางเชื่อถือได้ ลั่น อย่าหมิ่นกัน

“ดร.นพดล” โต้ปมสงสัย “หมวดเจี๊ยบ” อย่าดูหมิ่นความน่าเชื่อถือซูเปอร์โพล ไร้รับเงินเงินเดือน-ตำแหน่งจากรัฐบาลเพื่อทำโพล มีหลักฐานตรวจสอบได้

จากกรณีที่ ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาสงสัยการทำงานของ ซูเปอร์โพล โดยตั้งคำถามว่า ผลการศึกษาของซูเปอร์โพล ค้านสายตาประชาชนส่วนใหญ่ ผู้อำนวยการซูเปอร์โพล คือ ดร.นพดล กรรณิกา ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นข้าราชการการเมือง โดยได้รับความเห็นชอบจากมติ ครม.ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อเดือนตุลาคม 2557 และกล่าวว่าจะให้สังคมเชื่อได้อย่างไรว่า ผู้บริหารของซูเปอร์โพล ไม่ได้มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับรัฐบาล

ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล กล่าวว่า จากกรณีที่ ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาสงสัยการทำงานของซูเปอร์โพลนั้น อาจจะมีข้อความหมิ่นประมาท ทั้งต่อตัวบุคคลและต่อองค์กรหรือไม่ จะปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ใครแชร์ ใคร Like ใคร Love ก็อาจจะขอความร่วมมือสละเวลาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมกันด้วย แต่ในฐานะที่ตนเป็นอาจารย์สอนเรียน จึงไม่ประสงค์จะรอช้าจำเป็นต้อง “ตอบหมวดเจี๊ยบก่อนเบื้องต้น” ดังนี้

ข้อที่ 1 ความน่าเชื่อถือและความเป็นกลางของ ซูเปอร์โพล

1.1 เรื่องความน่าเชื่อถืออยู่ที่ว่า ซูเปอร์โพล เคยผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่าสามารถสำรวจได้ข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำโดยผลโพลทำนายผลลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญประกาศก่อนล่วงหน้า 2 สัปดาห์ก่อนวันลงประชามติว่า ประชาชนจะเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ 61.5% และผลจริงออกมา 61.4% ดูแหล่งอ้างอิงได้ที่นี่ https://www.sanook.com/news/2035470/ จากนั้นมหาวิทยาลัยแห่งชาติของไต้หวันเชิญผมไปบรรยายต่อหน้าเครือข่ายคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลกว่า ซูเปอร์โพล ทำได้อย่างไรถึงคลาดเคลื่อนน้อยกว่า 1% ดูอ้างอิงได้ที่นี่ https://esc.nccu.edu.tw/app/news.php?Sn=507 และที่นี่ https://esc.nccu.edu.tw/files/news/500_3ef31995.docx ขอให้หมวดเจี๊ยบไปอ่านดูตรง Panel III : Democracy and Polls หวังว่าหมวดเจี๊ยบจะอ่านภาษาอังกฤษได้ดีก็จะเห็นถึงความน่าเชื่อถือของ SUPER POLL ที่มีโอกาสไปบรรยายให้คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำต่าง ๆ ทั่วโลกได้เห็นความสามารถและความน่าเชื่อถือของสำนักโพลที่ทำโดยคนไทย

1.2 ความเป็นกลางนั้น ยืนยันได้ว่า ตั้งแต่ซูเปอร์โพล เปิดทำงานมากว่า 4 ปีไม่มีใครรับเงินเดือนและค่าตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ เลย ดังนั้นเพื่อให้สังคมเข้าใจถูกต้อง ขอให้อ่านความเป็นจริงตรงนี้คือ ผมเข้าทำงานตำแหน่งข้าราชการการเมืองนาน 11 เดือนเริ่มในปี 2557 ผมออกมาจากตำแหน่งนั้นมาร่วม 5 ปีแล้ว ตอนนั้นรับภารกิจเข้าไปออกแบบยุทธศาสตร์ปกป้องผลประโยชน์ชาติที่เรากำลังมีปัญหาจะส่งออกสินค้ากว่า 25 ล้านรายการ จนออกแบบสำเร็จ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ต่อต้านการค้างาช้าง ต่อต้านการค้ามนุษย์ ต่อต้านการประมงผิดกฎหมายขาดการรายงานไร้การควบคุม และต่อต้านแรงงานเด็กแรงงานบังคับ

ผลที่ตามมาคือ ปัจจุบันนี้ไปตรวจสอบดูได้ว่ารัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ทำสำเร็จทุกตัว ปกป้องผลประโยชน์ชาติได้ปีละกว่า 4 – 5 แสนล้านบาท แบบนี้เรียกว่ารับใช้ใคร ทำเพื่อผลประโยชน์ธุรกิจครอบครัวเหมือนบรรดานักการเมืองบางคนหรือไม่ที่หมวดเจี๊ยบน่าจะทราบดีกว่าผมหรือไม่ ผมก็สงสัยบ้างเหมือนกัน ขอให้ผู้มีปัญญาทั้งหลายลองคิดกันดู ดูแหล่งอ้างอิงได้ที่นี่ https://www.thaipbsworld.com/thailand-delisted-from-citess-list-of-countries-affected-by-illegal-traffic-in-ivory/ และลิงค์ของ CITES ได้ที่นี่ อ่านดูข้อ 25 ในหน้า 5 https://cites.org/sites/default/files/eng/cop/18/doc/E-CoP18-069-01.pdf

ในช่วงเวลานั้น ผมตัดสินใจเข้าไปทำงานปกป้องผลประโยชน์ชาติในยุคนั้นเพราะเล็งเห็นว่า ถ้าเป็นยุคการเมืองที่ประเทศไทยมีนักการเมืองที่ไม่เคยเปลี่ยนนิสัยก็คงจะสำเร็จได้ยากกระมัง

ข้อที่ 2 เรื่องผลโพลที่หมวดเจี๊ยบพูดไปโยงกับตำแหน่งจากรัฐบาลหรือรับเงินสปอนเซอร์จากหน่วยงานของรัฐนั้น

2.1 ผลโพลที่เกี่ยวกับตำแหน่งจากรัฐบาล คำตอบคือ ไม่มีตำแหน่งอะไรที่ได้เงินเดือนหรือค่าเบี้ยเลี้ยงโดยเด็ดขาด ผลโพลจึงเป็นเสียงประชาชนที่สำรวจพบไม่มีใครมีตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามที่หมวดเจี๊ยบกล่าวอ้างเลย ตอบหมวดเจี๊ยบไปแล้วในข้อ 1.2

2.2 ลูกค้าที่เป็นหน่วยงานรัฐหรือรัฐวิสาหกิจเกิดจากการแข่งขันตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ลูกค้าของซูเปอร์โพลตัดสินเลือกซูเปอร์โพลตามหลักธรรมาภิบาลของแต่ละหน่วยงานว่าจ้างทุกประการ จึงไม่ต้องเกรงใจใคร แต่จะดำรงไว้ซึ่งความถูกต้องแม่นยำ ความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่เคยผ่านการพิสูจน์ให้เห็นแล้วในข้อ 1.1 และมีความเป็นกลางเพราะไม่มีตำแหน่งข้าราชการการเมืองอะไรเลย

จึงเรียนมาเพื่อตอบหมวดเจี๊ยบก่อนเบื้องต้น จะได้เข้าใจอันดีต่อกัน