ตั้ง3ทีม! ล่าไอ้หมอก-แฟนสาวข่มขืนน้องออทิสติก

ตั้ง3ทีม! ล่าไอ้หมอก-แฟนสาว ร่วมกันก่อเหตุข่มขืนน้องออทิสติก ที่ยังหลบหนี ด้านครอบครัวเด็กหญิงออทิสติกดูแลสภาพจิตใจอย่างใกล้ชิด และยังสะเทือนใจอย่างหนัก ย่าต้องประกาศตัดขาดกับหลานสาว พร้อมสาบแช่งที่ทำกับน้องสาวแท้ๆ ได้ลงคอ

ความคืบหน้าคดีพี่สาววัย 17 ปี รู้เห็นเป็นใจให้นายสัณห์พิชย์ โกบใบ หรือหมอก อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นแฟนหนุ่ม ข่มขืนน้องสาว อายุ 12ปี ป่วยออทิสติกจนได้รับบาดเจ็บ ที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยศาลได้ออกหมายจับทั้งคู่แล้ว ในข้อหา “ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน13 ปี ซึ่งไม่ใช่ภริยาตนโดยเด็กหญิงนั้นไม่ยินยอม และร่วมกันลักทรัพย์ของผู้อื่น” แต่ยังคงหลบหนีการจับกุม

ล่าสุด พันตำรวจเอก สวัสดิ์ ศรีแสนยง ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรสะเดา เปิดเผยว่า ได้ตั้งทีมไล่ล่าขึ้นมา3 ชุด ทั้งชุดสืบสวนของโรงพัก ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา และชุดสืบสวนของกองปราบปราม โดยกระจายกำลังกันลงพื้นที่สืบสวนหาเบาะแส ทั้งที่บ้านญาติ บ้านเพื่อนของทั้งสองคน แต่ก็ยังไม่พบตัว และจากข้อมูลล่าสุด ตำรวจกองปราบปราม ได้เช็กสัญญาณโทรศัพท์มือถือของทั้งสองคนพบว่า พบสัญญาณครั้งสุดท้ายในพื้นที่อำเภอสะเดา เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังก่อเหตุจับย่ามัดมือมัดเท้า แล้วขโมยแหวนทอง พร้อมเงินสด 300 บาท ที่ใช้ซื้อกับข้าว และโทรศัพท์มือถือ ก่อนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ก่อนขาดหายไป และยังบอกไม่ได้ว่ายังคงกบดานอยู่ในพื้นที่อีกหรือไม่

ส่วนบรรยากาศที่บ้านพักของเด็กสาวออทิสติกเคราะห์ร้ายวัย 12 ปี ในพื้นที่อำเภอสะเดานั้น ขณะนี้ยังอยู่ในความดูแลของพ่อ และย่าอย่างใกล้ชิด ต่างสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะย่า วัย 73 ปี ซึ่งเป็นคนเลี้ยงดูเด็กหญิง 2 พี่น้องมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะพ่อแม่แยกทางกัน ถึงกับสาปแช่งพี่สาว ถึงขั้นขอตัดขาดจากความเป็นย่าเป็นหลาน เพราะรับไม่ได้ที่ทำกับน้องสาวแท้ๆ แบบนี้ และยังทำร้ายตัวเองจนเกือบตายด้วย หากมาขอขมาก็จะไม่ยกโทษให้ เพราะใจดำเกินไป