ตำรวจหิ้วตัวไอ้หมึกทำแผนข่มขืนเด็กสาววัย 16 หลังมุดท่อระบายน้ำหลบหนีนานกว่า 6 ชม.

จากกรณีช่วงค่ำคืนของวันที่ 16 มิ.ย. ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายฉุด น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ไปข่มขืนในท่อระบายน้ำใต้สะพานนเรศวร (ฝั่งตะวันออก) หน้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร (วัดหลวงพ่อพระพุทธชินราช) ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก จากนั้นคนร้ายได้ใช้ขวดเหล้าตีศีรษะและชกที่ใบหน้าจนเหยื่อฟันหักได้รับบาดเจ็บสะบักสะบอมทั่วร่างกาย กระทั่งมีคนหาปลาผ่านมาพบได้ยินเสียงร้องให้ช่วยเหลือจนคนร้ายตกใจรีบมุดเข้าไปในท่อระบายน้ำ

  เจ้าหน้าที่ตำรวจ และกู้ภัย ต้องระดมกำลังเฝ้าปิดล้อมค้นหานานกว่า 6 ชม. จนสามารถจับกุมตัวได้ ทราบชื่อคือ นายสมชาย เย็นจิตร อายุ 44 ปี หรือหมึก อยู่บ้านเลขที่ 41/6 หมู่ 3 ต.ป่าเซา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ตำรวจได้ควบคุมตัวไปสอบปากคำและยอมรับสารภาพอ้างว่า ได้ซื้อบริการเด็กสาวจำนวน 150 บาท แต่ไม่สำเร็จความใคร่จึงขอเงินคืน ซึ่งหญิงสาวไม่ยินยอมจนถึงขั้นทำร้ายร่างกายดังกล่าว ทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อเพราะมีประวัติเคยต้องคดีข่มขืนเด็กอายุ 13 ปี ที่ จ.อุตรดิตถ์ เมื่อปี 2551 จนพ้นโทษออกมาปี 2556 ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 18 มิ.ย. พ.ต.อ.ทรงพล สังข์เกษม ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวนได้ควบคุมตัวนายสมชาย เย็นจิตร อายุ 44 ปี หรือหมึก ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และชี้จุดเกิดเหตุที่ทำการข่มขืน น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี บริเวณปากท่อระบายน้ำหน้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร ท่ามกลางกำลังตำรวจคุ้มกันกว่า 50 นาย เพราะหวั่นเกรงว่าชาวบ้านที่ทราบข่าวมายืนมุงดูเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก อาจจะเข้ามารุมประชาทัณฑ์ผู้ต้องหาจากนั้นได้รีบพาตัวผู้ต้องหาไปยังจุดที่ 2 บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าท็อปแลนด์ พลาซ่า ถ.เอกาทศรถ ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก ซึ่งเป็นจุดที่นายสมชายมุดท่อระบายน้ำที่เหม็นและอับชื้นไปไกลกว่า 1 กม. ก่อนจะดันเหล็กตะแกรงปิดท่อระบายน้ำขึ้นมาด้านบน แล้วหลบหนีว่ายข้ามแม่น้ำน่านไปจนมุมอีกฝั่งหนึ่งที่บริเวณด้านหน้าโรงแรมวังจันทน์ริเวอร์วิว และถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ พร้อมนำตัวฝากขังต่อศาลจังหวัดพิษณุโลกภายในวันนี้

ส่วน น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ผู้เสียหาย ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.พิษณุโลก กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ลงพื้นที่ติดตามให้การช่วยเหลือ เพื่อรับการสงเคราะห์และคุ้มครองสวัสดิภาพ พร้อมประสานโรงพยาบาลพุทธชินราช นำตัวเด็กไปตรวจร่างกายและสภาพจิตใจ จากนั้นได้ติดตามไปเยี่ยมที่บ้านเพื่อประเมินครอบครัวเด็ก ก่อนจะนำเด็กเข้าสอบปากคำต่อหน้าทีมสหวิชาชีพตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาต่อไป