นายกฯ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำเพชรบุรี ย้ำดูน้ำท่วมไม่หวังผลการเมือง

วันนี้ นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ จ.เพชรบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำเขื่อนแก่งกระจาน ยืนยันกับชาวบ้านว่าสถานการณ์ไม่ได้หนักหนาสาหัสอย่งที่คิด และไม่ได้มาเพื่อเรื่องของการเมือง พร้อมกำชับกับสื่อมวลชนว่าอย่าเสนอข่าวให้หนักหน่วงและทำชาวบ้านแตกตื่น

วันนี้ (8 ส.ค.61) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.เพชรบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์ระดับน้ำในเขื่อนแก่งกระจาน ที่อยู่ในขันวิกฤติน้ำล้นสปิลเวย์ และมีแนวโน้มว่าจะไหลบ่าท่วมขังใน 5 อำเภอ ซึ่งการเดินทางมายังโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี หรือ “เขื่อนเพชร” ต.ท่าคอย อ.ท่ายาง นายกรัฐมนตรี เข้ารับฟังบรรยายสรุปภาพรวมการบริหารจัดการน้ำ จ.เพชรบุรี และมอบนโยบาย พร้อมกล่าวทักทายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระบุว่ามาให้กำลังใจกับทุกคนเพื่อติดตามสถานการณ์ พร้อมฝากสื่อมวลชนเกี่ยวกับการนำเสนอข่าวว่า สถานการณ์น้ำยังไม่ถึงขนาดนั้น มันต้องมีการท่วมขังบ้าง แต่ข้อสำคัญคือเราจะมีมาตรการและเตรียมการอย่างไร ซึ่งสิ่งที่ทำในวันนี้ คือ การป้องกัน การเก็บกักน้ำ เพื่อใช้ไปถึงหน้าแล้ง นอกเหนือจากการบริหารจัดการน้ำแล้ว จะมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัย จึงขอให้สื่อมวลชนระวังการนำเสนอข่าว อย่าทำให้สถานการณ์มันดูหนักหนาสาหัสเกินไป และยืนยันว่าจะแก้ไขปัญหาให้ดีที่สุดแต่อาจต้องใช้เวลา

ซึ่งหลังจาก นายกรัฐมนตรี เดินดูสันเขื่อนเพชรเพื่อดูการระบายน้ำแล้ว ได้พบปะกับพี่น้องประชาชนจากหลายอำเภอใน จ.เพชรบุรี ที่มาคอยให้กำลังใจ โดยย้ำว่าให้ประชาชนคลายความกังวลสถานการณ์น้ำ เนื่องจากภาครัฐได้บริหารจัดการพร่องน้ำไปแล้วกว่าร้อยละ 42 แต่หากมีคำเตือนจากภาครัฐก็ขอให้เก็บสิ่งของสำคัญขึ้นที่สูง ส่วนพื้นที่ได้รับผลกระทบก็จะมีการชดเชยช่วยเหลือในความเสียสละ พร้อมย้ำว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการทำหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรี ไม่ได้มาเพื่อหวังผลทางการเมือง เกรงว่าสื่อจะเข้าใจผิด อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า นอกจากพื้นที่ จ.เพชรบุรี แล้ว รัฐบาลยังต้องดูแลสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ที่จะได้รับผลกระทบต่อไปด้วย

ฝนถล่มพังงา น้ำป่าท่วม 9 หมู่บ้านที่คุระบุรี

ไปดูสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ หลังมีฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่ อ.คุระบุรี จ.พังงา น้ำป่าจากเทือกเขานมสาวและเทือกเขาพระหมี ไหลลงสู่คลองนางย่อน เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตรติดแม่น้ำรวม 9 หมู่บ้าน ใน ต.คุระ และ ต.แม่นางขาว ล่าสุด พบว่าในพื้นที่ยังคงมีฝนตกและน้ำทะเลหนุน จึงทำให้น้ำไม่สามารถระบายลงสู่ทะเลได้สะดวก เจ้าหน้าที่กู้ภัยคุระบุรีร่วมใจ พร้อมด้วยฝ่ายปกครองและผู้นำชุมชน เข้าช่วยเหลือประชาชนที่บ้านเรือนถูกน้ำท่วมขัง พร้อมเร่งเก็บข้าวของหนีน้ำไปอยู่ที่สูงเพื่อความปลอดภัย ซึ่งทาง นายสาธิต ไกรนรา นายอำเภอคุระบุรี สั่งการให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์พร้อมช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

น้ำโขงลดลงแล้ว จ.บึงกาฬ เร่งผลักดันน้ำ

ส่วนสถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงพื้นที่ภาคอีสานเริ่มคลี่คลายลงบ้างแล้ว เช่นที่ จ.บึงกาฬ ระดับน้ำโขงล่าสุดอยู่ที่ 11.50 เมตร ลดลงจากวานนี้ 40 เซนติเมตร และห่างจากจุดวิกฤต 2.50 เมตร และมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางด้าน นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการ จ.บึงกาฬ นำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำใน อ.โซ่พิสัย และสั่งการให้ชลประทานเปิดประตูระบายน้ำ และติดเครื่องเร่งผลักดันน้ำลงสู่แม่น้ำโขง โดย อ.ปากคาด มีพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบแล้วกว่า 1,000 ไร่ใน 3 ตำบล 7 หมู่บ้าน ส่วนที่ อ.โซ่พิสัย มีพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบจำนวน 6 ตำบล 42 หมู่บ้าน และยังอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย

น้ำโขงอำนาจเจริญเริ่มลด แต่พื้นที่เกษตรยังอ่วม

ขณะที่ จ.อำนาจเจริญ ระดับน้ำแม่น้ำโขงที่ อ.ชานุมาน ล่าสุดระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว วัดได้ประมาณ 10.70 เมตร ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 1.3 เมตร แต่พื้นที่การเกษตรริมแม่น้ำโขงได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังกว่า 1,900 ไร่ ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรเริ่มเน่าตายแล้ว เช่นเดียวกับปลาในกระชังที่เลี้ยงไว้ริมฝั่งแม่น้ำโขง น็อคน้ำตายเกือบหมดเนื่องจากน้ำมีสีแดงขุ่นและขาดออกซิเจน ส่วนปลาที่ยังไม่ขาย ผู้ประกอบการต้องเร่งขึ้นมาขายแม้ว่าจะขาดทุนก็ตาม เพราะขนาดปลายังไม่โตเต็มที่