ปภ.สรุปสถานการณ์ยังมีน้ำท่วม 9 จังหวัด อีสานยังหนัก-ระนองน้ำป่าเซาะดินทรุดต่อเนื่อง

สถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.เพชรบุรี ตอนนี้ผ่านพ้นวิกฤตแล้ว เนื่องจากน้ำทะเลหนุนสูงสุดไม่มีผลกระทบกับชุมชน ส่วนปริมาณน้ำในเขื่อนแก่งกระจานยังเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ แม้ทางชลประทานระบุว่าบริหารจัดการได้แต่ยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง ส่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานว่ามี 9 จังหวัดยังประสบปัญหาอุทกภัย เจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำพร้อมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยต่อเนื่อง หนักสุดอยู่ที่ จ.นครพนม มีพื้นที่ถูกน้ำท่วมมากถึง 12 อำเภอ เช่นเดียวกับ สกลนคร และอุบลราชธานี

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ “ปภ.” สรุปสถานการณ์น้ำท่วมปัจจุบัน ระบุว่า ยังมีพื้นที่ได้รับผลกระทบอยู่ 9 จังหวัด ได้แก่ นครพนม, อุบลราชธานี, บึงกาฬ, สกลนคร, กาฬสินธุ์, ยโสธร เพชรบุรี, สุราษฎร์ธานี และ ระนอง รวม 35 อำเภอ 187 ตำบล 1,285 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 25,118 ครัวเรือน โดยเฉพาะนครพนม ได้รับผลกระทบมากที่สุดถึง 12 อำเภอ ทั้งนี้ ยังมีจังหวัดที่น่าเป็นห่วง คือ สกลนคร มีน้ำท่วมขังในพื้นที่ อ.นิคมน้ำอูน และระดับน้ำเพิ่มขึ้นในขณะนี้ ส่วนอีกจังหวัด คือ อุบลราชธานี พื้นที่ อ.เขื่องใน ระดับน้ำในแม่น้ำชียังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งทาง ปภ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่องรวมถึงแจกจ่ายถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัยเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแล้ว อย่างไรก็ตาม หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

เมืองเพชรบุรีโล่ง! พ้นวิกฤติน้ำท่วมแล้ว

ส่วนสถานการณ์น้ำที่ จ.เพชรบุรี หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา (12 ส.ค.61) เป็นคืนที่น้ำทะเลหนุนสูงสุดแต่ไม่ส่งผลกระทบกับชุมชนและพื้นที่การเกษตร ล่าสุด โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี สำนักงานชลประทานที่ 14 รายงานปริมาณน้ำภายในเขื่อนแก่งกระจาน เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (13 ส.ค.61) อยู่ที่ 726 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 102 ของความจุอ่าง มีน้ำไหลลง 12.86 ล้านลูกบาศก์เมตร ระบายน้ำออกท้ายเขื่อนลงแม่น้ำเพชรในอัตรา 14.12 ล้านลูกบาศก์เมตร/วัน ส่วนเขื่อนเพชร ระบายน้ำลงแม่น้ำเพชรบุรี 94.53 ลูกบาศก์เมตร/วินาที หรือ 8.16 ล้านลูกบาศก์เมตร/วัน ซึ่งเป็นปริมาณที่ชลประทานคำนวณแล้วว่าไม่ส่งผลกระทบกับชุมชนท้ายเขื่อนทั้งริมสองฝั่งแม่น้ำเพชรบุรี อย่างไรก็ตาม ทางชลประทานฯยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์กันต่อไป เนื่องจากเขื่อนแก่งกระจานยังมีปริมาณน้ำมาก

เจ้าหน้าที่เฝ้ารอ่างเก็บน้ำห้วยเดียกสกลนคร 97 เปอร์เซ็นต์

ไปดูทางภาคอีสานที่ จ.สกลนคร สถานการณ์น้ำยังทรงตัวและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีฝนตกลงมาอย่างหนักในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา นอกจากปริมาณน้ำในเขื่อนน้ำอูนยังคงมากถึง 534 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 102 ซึ่งเกินความจุอ่างแล้ว อ่างเก็บน้ำห้วยเดียก ต.ห้วยยาง อ.เมืองสกลนคร ตอนนี้ปริมาณน้ำสูงขึ้นมาก อยู่ที่ 3.9 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 97.5 ของความจุอ่างซึ่งรับได้ที่ 4 ล้านลูกบาศก์เมตร เจ้าหน้าที่ก็ต้องเร่งระบายน้ำทางคลองส่งน้ำวันละประมาณ 1 แสน 8 หมื่นลูกบาศก์เมตร เพื่อไม่ให้กระทบต่อพื้นที่การเกษตรที่อยู่บริเวณใกล้เคียง

ระดับน้ำตาปี จ.สุราษฎร์ธานี เริ่มทรงตัว

ลงไปกันที่ จ.สุราษฎร์ธานี สภาพอากาศในพื้นที่ แม้ว่าท้องฟ้าปลอดโปร่งขึ้นแต่ยังมีเมฆปกคลุมจำนวนมาก ซึ่งปริมาณฝนลดลงตั้งแต่เมื่อวานนี้ (12 ส.ค.61) เช่นเดียวกันพื้นที่รอบนอก ปริมาณน้ำฝนลดลงด้วยเช่นกัน มีในบางพื้นที่ที่ติดภูเขาที่มีฝนหนักในบางเวลา ทำให้น้ำฝนสะสมลดลงไม่เพิ่มปริมาณน้ำในคลองและแมะน้ำ ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำลำคลองเริ่มทรงตัวและค่อยๆลดลง ระดับน้ำไม่แม่น้ำตาปีไม่สูงถึงระดับวิกฤติ เช่นที่ อ.พระแสง ระดับน้ำในแม่น้ำตาปีทรงตัวคาดว่าจะเริ่มลดลงในไม่ช้า แต่ส่งผลให้ 83 หลังคาเรือนพื้นที่ บ.บางหยด ต.อิปัน อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ฯ ยังมีน้ำท่วมพื้นที่ชุมชน น้ำยังท่วมบ้านและถนนระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร

ส่วนพื้นที่กลางน้ำของลุ่มน้ำตาปีที่ อ.เคียนซา ซึ่งรับน้ำจาก อ.พระแสง ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 7 เซนติเมตรจากวันที่ผ่านมา ยังห่างจากระดับวิกฤติกว่า 60 เซนติเมตร และน้ำยังสามารถระบายสู้ปลายน้ำใน อ.พุนพิน ได้อย่างต่อเนื่อง คาดว่าน้ำหลากในครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนส่วนใหญ่แต่อาจทำให้บ้านริมแม่น้ำตาปีได้รับผลกระทบบ้าง และคาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

น้ำป่ากัดเซาะดินข้างบ้านหายไร่เศษ จ.ระนอง

ปิดท้ายกันที่ จ.ระนอง ยังมีฝนตกติดต่อกันในพื้นที่ 5 อำเภอ และบางพื้นที่มีปัญหาน้ำป่าไหลหลากกัดเซาะตลิ่ง เช่นที่บ้านของ นายวสันต์ วรรณศรี ชาวบ้าน ม.1 ต.บางนอน อ.เมืองระนอง น้ำป่าไหลรวมกับน้ำในคลองกัดเซาะพื้นดินที่อยู่รอบ ๆ บ้านซึ่งปลูกเป็นสวนมะพร้าว กัดเซาะดินหายไปแล้วกว่า 1 ไร่ แม้จะนำเสาไม้มาปักพร้อมกับนำกระสอบทรายมาตั้งเพื่อลดความแรงของกระแสน้ำแต่ก็ยังไม่ดีขึ้นซึ่ง นายวสันต์ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เร็ว ๆ นี้ ต้องเริ่มขนย้ายสิ่งของเพื่อเตรียมความพร้อม และหวังว่าทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือด้วย