สาว32 ปี กินยาแผนโบราณหน้าพังยับใบหน้าเป็นอัมพาตครึ่งซีก

 สาววัย 32 ปี หลังไปซื้อยาสมุทรไพร ยาแผนโบราณ มารับประทานเอง แล้วเกิดอาการแพ้ อังเสบ บวม และเป็นแผล หน้าเป็นอัมพาตไปครึ่งซีก จึงร้องเรียนมายังผู้สื่อข่าวไบรท์ทีวี เพื่อช่วยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบตัวยาแผนโบราณ

นางทัศวรรณ สังวาลย์เพชร อายุ 32ปี อาชีพขายเบเกอรี่ อยู่ในจังหวัดระยอง ได้ร้องเรียนผ่านทางสื่อมวลชนขอให้ประสาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบ หลังซื้อหาแผนโบราณ จากห้างขายยาแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง เมื่อวันอาทิตย์ที่3 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยตนเองได้แจ้งกับทางร้านขายยาว่า ว่าต้องการยาประสานกระดูกที่ใบหน้า พร้อมกับแจ้งว่าตนเองมีโรคประจำตัว โรค HLEหรือโรคแพ้ภูมิคุ้มกันตัวเอง ซึ่งหมอแผนโบราณมาตรวจชีพจร เสร็จแล้ว จึงหยิบยามาให้ 2 กระปุก จ่ายไปกระปุกละ120 บาท รวม เป็น 240 บาท กินไปได้ 24 เม็ด เช้า กลางวัน เย็นและก่อนนอน มื้อละ 6 เม็ด พอมาเช้าวันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน หน้าเริ่มบวมและเป็นผื่นขึ้น ลิ้นเริ่มชา แฟนถึงรีบพามาโรงพยาบาลระยอง ซึ่งแพทย์แผนปัจจุบันได้ฉีดยาแก้แพ้และยาขยายหลอดลม ยาแก้ปวด รวมฉีด 3 เข็ม จากนั้นจึงได้กลับบ้านไป

ต่อมาเวลา 5 โมงเย็นของวันเดียวกัน แฟนได้โทรฯไปหาห้างขายยาแผนโบราณดังกล่าว เพื่อสอบถาม แพทย์ที่ให้ ยาแผนโบราณมา โดยแพทย์ได้แจ้งว่า ให้พาตัวคนไข้มาดูหมออยากเห็น และเมื่อหมอพบกับตน ยังแจ้งว่า เป็นโรคงูสวัด และยังแจ้งอีกว่า โรคที่เป็นไม่เกี่ยวกับยาของเขา จากนั้น แพทย์แผนโบราณคนดังกล่าวก็ให้ยามากินอีก 3 กระปุกฟรีโดยไม่คิดเงิน โดยแพทย์แผนโบราณให้เหตุผลว่าเขารักษามาหลายคนแล้วและรักษามาหลายปีไม่เคยมีใครมีอาการแพ้ในลักษณะแบบนี้

และเมื่อกลับถึงบ้านก็กินยา 3 กระปุกที่แพทย์แผนโบราณให้มา  ซึ่งแพทย์แผนโบราณคนดังกล่าว ยังกำชับอีกว่าให้กินครั้งละ 1 เม็ด 3 กระปุกก็กินไป 3 เม็ดรวมกินไป 3 มื้อ กินไป9 เม็ด พอถึงวันพุธที่6 มิถุนายน ที่ผ่านมา อาการในช่วงเช้า ตื่นขึ้นมา มีอาการหายใจไม่ออก กินอะไรไม่ได้เลย และในวันที่ 7 มิถุนายน ได้เข้าไปโรงพยาบาลระยองอีกครั้ง แพทย์ที่โรงพยาบาลตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะและเนื้อเยื่อที่ใบหน้า ยืนยันว่า ว่าไม่ใช่โรคงูสวัด และยังไม่ทราบว่าเป็นโรคอะไร ต้องตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งและให้พักนอนรักษาดูอาการที่โรงพยาบาลระยอง ประมาณ 14 วัน เพราะแพทย์อยากให้ใบหน้ายุบหรือมีอาการดีขึ้นและเบาบางลงก่อน ถึงจะให้กลับบ้านได้ แต่ตอนนี้ยังรู้สึกชาที่ไปหน้าซีกซ้าย และยังมีอาการบวมอยู่ ถึงแม้จะกินข้าวได้ก็ตาม

อย่างไรก็ตามนางทัศวรรณ วิงวอนสื่อมวลชนช่วยเป็นกระบอกเสียงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยเหลือในอาการที่ตนเป็นอยู่เพราะตนตรวจสอบแล้วยาแผนโบราณที่ตนรับประทานเข้าไปก็ไม่มี อย.และข้างกระปุกก็เขียนไว้ว่าไม่มีสารสเตอรอยด์ ตนจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบในเหตุของตนด้วยเกรงว่าอาจมีผู้อื่นรับประทานยาแผนโบราณเข้าไปแล้วจะมีอาการเหมือนตน ที่สำคัญต้องการให้มีผู้มารับผิดชอบในอาการที่ตนประสบอยู่ด้วย