“อัจฉริยะ” แจ้งความ ”ทนายตั้ม”เรียกเงินสองสามีภรรยา ส่งออกอาหารทะเล 5 แสนบาท

 

 

ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้าแจ้งความร้องทุกข์ตำรวจกองปราบ ขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมของทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทนายเพื่อประชาชน เพื่อเอาผิดในข้อหาเรียกรับสินบน ตามมาตรา 143

วันนี้ 3 ต.ค. 2561 เมื่อเวลา 10.30 น ที่ กองปราบปราม ถนนพหลโยธิน นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้นำเอกสารหลักฐานคลิปวิดีโอ ภาพวงจรปิดขณะที่ผู้เสียหายมาร้องให้ช่วยเหลือ พร้อมทั้งสลิปการโอนเงิน และคลิปเสียงการเจรจาระหว่างทนายษิทรากับผู้เสียหาย เพื่อขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ว่าเข้าข่ายความผิด ตามมาตรา 143 หรือข้อหาเรียกรับสินบนหรือไม่ เนื่องจากทนายษิทรา มีการเรียกรับเงินจาก 2 สามีภรรยา นักธุรกิจส่งออกอาหารในจังหวัดสมุทรสาคร เป็นเงินจำนวน 500,000บาท โดยอ้างว่า สามารถช่วยเหลือเพิ่มคดีผู้ต้องหาที่ฉ้อโกงเงินจำนวน10,300,000บาทของ2สามีภรรยาจากการเล่นแชร์ห้องเย็นได้ สามีภรรยาจึงหลงเชื่อและโอนเงินให้

 

โดยคดีนี้ในตอนแรกตำรวจสั่งฟ้องคู่กรณีทั้งหมด 42 กรรม เมื่อเข้าสู่ชั้นอัยการ มีการเปลี่ยนสำนวนสั่งฟ้องแค่กรรมเดียว สุดท้ายสามีภรรยาที่ไม่รู้ข้อกฎหมายได้ติดต่อขอความช่วยเหลือจากทนายษิทรา โดยทนายษิทรา รับปากว่า จะพูดคุยอัยการให้ฟ้อง 42 กรรมเช่นเดิม แต่มีค่าใช้จ่าย 700,000บาท ต้องเบิกเงินก่อน 500,000บาท ต่อมาทนายษิทรากลับเขียนหนังสือขอความเป็นธรรมยื่นต่ออัยการ ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถทำได้เอง โดยไม่ต้องเสียเงิน ก่อนที่ภายหลังจะพบว่าศาลได้สั่งฟ้องคู่กรณีแค่กรรมเดียว ตามสำนวนเดิมของอัยการ
ทั้งนี้แม้ว่าทนายษิทราจะคืนเงินให้ผู้เสียหายแล้ว แต่ถือว่าเป็นความผิดสำเร็จแล้ว อีกทั้งทนายษิทราไม่ได้เป็นทนายความคดีดังกล่าว ถือว่ามีความผิดทางมรรยาท สภาทนายความด้วย

 

 

ชมคลิป

นอกจากนี้ นายอัจริยะ เปิดเผยถึงพฤติกรรมของทนายษิทราอีกคดีว่า เคยมีการกล่าวหาเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรตำบลบางโทรัด 8 นายว่ามีการยัดยาและปล้นทรัพย์ 2 สามีภรรยา ล่าสุดศาลมีคำสั่งพิพากษาว่าตำรวจทั้ง8นายเป็นผู้บริสุทธิ์แล้ว

ส่วนความคืบหน้าคดีนางสาวอาเมเรีย จาคอป หรือเอมี่ ที่นายอัจฉริยะ เคยอ้างว่า ทนายษิทราและพวกที่มีอัยการเข้าไปร่วมรับเงินและวิ่งล้มคดีข้อหาจำหน่ายยาเสพติดให้นางสาวอาเมเรีย จากการนำรูปถ่ายของอัยการที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ส่งให้สำนักงานอัยการสูงสุด ตรวจสอบ ปรากฎว่าบุคคลดังกล่าวไม่ใช่อัยการ หลังจากนี้จะเดินทางไปที่สำนักอัยการสูงสุด เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม