ฝนตกหนัก! บ้านโบราณอายุกว่า 200 ปี ทรุดลงน้ำโขง นับ 10 หลัง

ฝนตกหนัก! บ้านโบราณอายุกว่า 200 ปี ทรุดลงน้ำโขง นับ 10 หลัง ระดมเจ้าหน้าที่ตรวจสอบให้การช่วยเหลือ เร่งย้ายสิ่งของรื้อบ้านหนี รอสร้างเขื่อน

เกิดเหตุการณ์ระทึกดินสไลด์พังถล่มลง เป็นเหตุให้บ้านเรือนของชาวบ้านในพื้นที่บ้านไชยบุรี หมู่1 ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ซึ่งเป็นชุมชนบ้านเรือนเก่าแก่โบราณ อายุ ร่วม 200 ปี ที่ตั้งอยู่ริมน้ำสงคราม จุดบรรจบกับแม่น้ำโขง เกิดการทรุดพังเสียหาย จำนวน 4 หลัง จากทั้งหมด 10 หลัง เนื่องจากในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ลำน้ำสาขาสายหลัก คือ ลำน้ำสงคราม ที่รองรับน้ำมาจากหลายพื้นที่ ไหลระบายลงน้ำโขง ได้มีปริมาณน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้กระแสน้ำไหลเชี่ยว ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อการเกิดปัญหาน้ำเอ่อท่วม พื้นที่การเกษตร รวมถึงชุมชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง

ซึ่งทาง ว่าที่ร้อยตรี ภูมิศักดิ์ ขำปู่ นายอำเภอท่าอุเทน ประสานงานร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง ระดมเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือ เร่งขนย้ายสิ่งของออกจากบ้านเรือน พร้อมทำการรื้อถอนบ้านเรือน ป้องกันพังเสียหายเพิ่มอีก นอกจากนี้ยังได้นำทรายมาบรรจุกระสอบปุ๋ย เพื่อนำไปเป็นแนวป้องกันดินถล่มเพิ่มอีก เนื่องจากกระแสน้ำไหลเชี่ยวจนดินริมตลิ่งสไลด์ พังถล่มหายไปประมาณ 2-3 เมตร จนถึงตัวอาคารบ้านเรือน ที่ยังรอการดำเนินการก่อสร้างโครงการเขื่อนป้องกันตลิ่ง ระยะทางประมาณ 300 เมตร ซึ่งทางจังหวัดนครพนม จะดำเนินการก่อสร้างในปีนี้ แต่มาถล่มซ้ำอีก

สำหรับชุมชนบ้านโบราณ อายุเก่าแก่ร่วม 200 ปี ซึ่งมีการพัฒนาส่งเสริมเป็นแหล่งท่องเที่ยว บ้านพัก โฮมสเตย์ ไว้รองรับประชาชน นักท่องเที่ยวที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของ จ.นครพนม ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านอาหารชื่อดัง ปากน้ำไชยบุรี และยังเป็นจุดชมความสวยงามทางธรรมชาติ แม่น้ำสองสี เพราะมีลำน้ำสงคราม ไหลมาบรรจบแม่น้ำโขง ทำให้ช่วงฤดูฝนจะสามารถมองเห็นแม่น้ำสองสี แต่หลังจากระดับน้ำสงครามเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดดินสไลด์พังถล่ม จึงทำให้บ้านเรือนโบราณ ที่อนุรักษ์ไว้เป็นที่ท่องเที่ยว และมีอายุเก่าแก่ ต้องพังเสียหาย บางหลังต้องรื้อถอน เพราะเกรงว่าจะถล่มลงน้ำโขง

ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่อยากให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งหาทางดูแลช่วยเหลือ และเร่งหาทางสร้างแนวป้องกันดินถล่มในส่วนที่เหลือไม่ให้เสียหายเพิ่มขึ้นต่อไป