เร่งล่าสาวปลอมพนักงานแบงค์หลอกตุ๋นเงินร้านค้า

ตร.อุดรธานี เร่งล่าสาวปลอมเป็นพนักงานธนาคารกรุงไทยหลอกประชาชนให้กู้เงินลงทุน SME ก่อนชวดเงินหลบหนีลอยนวล


นายเจริญ ธรรมมา ผู้จัดการสาขาอาวุโส สาขาอุดรธานี ตลาดบ้านห้วย เขตเทศบาลนครอุดรธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้มีบุคคลแอบอ้างเป็น พนักงานของธนาคารกรุงไทย สาขาอุดรธานี (บ้านห้วย) ออกไปพบชาวบ้านตามชนบท อ้างมาหาลูกค้าที่ต้องการกู้เงินลงทุน SME เปิดร้านหรือขยายกิจการ โดยจากการตรวจสอบพบมีผู้เสียหาย 3 ราย รายแรกเป็นอดีตข้าราชการครู เสียเงินไป 45,000 บาท รายที่สอง เป็นอดีตข้าราชการครูเช่นกัน เสียเงินไป 25,000 บาท และรายที่สามเป็น 2 แม่ลูก เสียเงินไป 3,500 บาท โดยคนที่ไปหลอกเป็นผู้หญิง อายุประมาณ 30-35 ปี ขับขี่รถยนต์เก๋ง สีขาว ทะเบียนอุดรธานี เชื่อว่าผู้ที่แอบอ้างเป็นคนเดียวกัน

นายเจริญ ธรรมมา ผู้จัดการสาขาอาวุโส สาขาอุดรธานี กล่าวต่อว่า การไปพบลูกค้าเป็นกิจกรรมปกติ แต่การออกไปพบจะต้องไปกันเป็นคณะ เป็นการไปประชาสัมพันธ์ หรือให้คำแนะนำ การจะตัดสินใจทำธุรกรรม จะต้องมาที่สาขานั้น โดยเฉพาะการจ่าย-รับเงิน ต้องไม่ทำนอกธนาคาร หากมีผู้ที่ถูกหลอกหรือสงสัยจะถูกหลอก ขอให้ติดต่อทางธนาคารทันที รวมทั้งขอให้ไปแจ้งความกับตำรวจ เพราะเป็นผู้เสียหายโดยตรง
ด้านนางสมพร บุตรอินทร์ อายุ 62 ปี อดีตข้าราชการครู เปิดเผยว่า กำลังลงทุนเปิดร้านขายสมุนไพร ก็มีสาวแบงค์กรุงไทยปลอม ขับรถเก๋งมาพบที่โรงเรียน เสนอให้เงินกู้ SME 5 แสนบาท แต่ต้องเปิดบัญชีเงินฝากก่อน 45,000 บาท จากการพูดคุยซักถาม และเอกสารนำมาอธิบาย จึงเชื่อว่าเป็นสาวแบงค์จริงด้วยความอยากได้เงินก้อน จึงมอบเงินให้ไป เมื่อมาตามที่ธนาคารจึงรู้ถูกหลอก

ขณะนางศรีภา ทวีทรัพย์ อายุ 78 ปี นางเตือนใจ วู อายุ 48 ปี 2 แม่ลูก เหยื่อของพนักงานแบงค์ปลอมอีกคน ที่ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ย่อยนาข่า อ.เมือง โดยมอบหลักฐานเป็นทะเบียนรถให้ แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าเช่นกัน ผู้สื่อข่าวได้นำภาพสาวแบงค์ปลอมที่ครูสมพรถ่ายไว้ให้ดู ทั้งสองคนก็ยืนยันว่า เป็นบุคคลเดียวกันที่มาหลอกเอาเงินไป โดยพฤติกรรมดูน่าเชื่อถือ

ส่วน พ.ต.อ.ชวิศ ศรีจันทร์ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ระบุยังว่าไม่ได้รับรายงานในเรื่องนี้ แต่หลังจากสอบถามไปยัง สภ.ท้องที่เจ้าของคดี แล้วชี้แจงว่า ท้องที่มีความสับสนว่าผู้เสียหายไปแจ้งความ ประสงค์จะแจ้งเพื่อดำเนินคดี หรือแจ้งเป็นหลักฐานเท่านั้น จึงได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน เร่งรัดไปพบผู้เสียหายยืนยันอีกครั้ง เพราะเกรงว่าหากล่าช้าอาจจะมีคนถูกหลอกเพิ่ม