กระทรวงศึกษาฯ ประกาศห้ามโรงเรียนห้าม กล้อนผมนักเรียน ชี้ ไม่ถูกต้อง

กล้อนผมนักเรียน นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตนได้เซ็นลงนามหนังสือคำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการด่วนที่สุด แจ้งไปยังหน่วยงานที่มีสถานศึกษาในสังกัด ทั้งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เกี่ยวกับระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยเรื่องทรงผมนักเรียน พ.ศ.2563 ให้รับทราบและถือปฏิบัติ

พร้อมให้แจ้งสถานศึกษาในสังกัดกำกับดูแลยกเลิกการใช้บังคับระเบียบสถานศึกษาเดิมเกี่ยวกับทรงผมนักเรียน เมื่อปี 2518 ซึ่งหากสถานศึกษาใดยังใช้ระเบียบเดิม จะต้องวางระเบียบเกี่ยวกับการไว้ทรงผมนักเรียนขึ้นใหม่ตามประกาศกระทรวง หรือหากสถานศึกษาใดจะออกระเบียบทรงผมนักเรียนขึ้นใหม่ต้องยึดหลักประกาศกระทรวงข้อ 7 ต้องดูความเหมาะสม โรงเรียนจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาหรือคณะกรรมการบริหารโรงเรียน ซึ่งประกอบด้วย ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะครู ผู้ปกครอง นักเรียน และชุมชนท้องถิ่นนั้นๆ เพื่อวางระเบียบเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียนที่มีความเฉพาะเจาะจงได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบกระทรวง ก่อนประกาศใช้ ซึ่งหากโรงเรียนใดมีการขอความเห็นชอบเรื่องระเบียบทรงผมจากคณะกรรมการสถานศึกษาก่อน วันที่ 30 มีนาคม 2563 ต้องมีการขอความเห็นชอบใหม่

นายประเสริฐ ยอมรับว่า ทรงผมนักเรียนที่เป็นประเด็นอยู่ในตอนนี้ เนื่องจากกลุ่มนักเรียนต้องการให้โรงเรียนดำเนินการตามข้อ 7 ของกฎกระทรวงฉบับใหม่ที่ต้องให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการดำเนินการ เพราะขณะนี้มีสถานศึกษาบางแห่งยังยึดกฎระเบียบฉบับเดิมอยู่ ซึ่งจากนี้ไปสถานศึกษาจะต้องจัดประชุมชี้แจงทำความเข้าใจระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครอง นักเรียน และครู เพื่อออกเป็นข้อปฏิบัติติการไว้ทรงผมนักเรียนของแต่ละโรงเรียนให้ชัดเจน เช่น โรงเรียนเอประชุมร่วมกับทุกฝ่ายแล้วมีข้อสรุปว่ายังต้องการยึดทรงผมนักเรียนแบบเดิม หรือ โรงเรียนบีประชุมร่วมกับทุกฝ่ายแล้วมีข้อสรุปว่าจะถือปฏิบัติติเรื่องทรงผมนักเรียนตามกฎกระทรวงฉบับใหม่ก็ได้ เป็นต้น 

ส่วนภาพการกล้อนผมนักเรียน ที่มีการเผยแพร่อยู่ในขณะนี้ ยอมรับว่าโรงเรียนทำไม่ถูกต้อง เพราะการจะลงโทษนักเรียนไม่ว่าจะกระทำความผิดใดๆ ก็ตามจะต้องยึดระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ.2548 มี 4 ข้อดังนี้ 1.ว่ากล่าวตักเตือน 2.ทำทัณฑ์บน 3.ตัดคะแนนความประพฤติ และ 4.ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งรวมไปถึงการทำโทษนักเรียนในกรณีอื่นๆ ด้วย ต้องยึดหลักการลงโทษ 4 ข้อนี้เท่านั้น  

ทั้งนี้ ขอย้ำและทำความเข้าใจกับโรงเรียน และผู้ปกครอง หากทุกฝ่ายพูดคุยทำความเข้าใจ และเห็นชอบร่วมกัน จะไม่เกิดประเด็นความขัดแย้งและสังคมจะอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข

ข่าวล่าสุด

ดูทั้งหมด

เปิด 7 วัคซีนโควิด ต่างชาติฉีดครบ 2 โดส ก่อนเข้า “เกาหลีใต้” ไม่ต้องกักตัว 14 วัน

ประเทศ เกาหลีใต้ เผยเข้าประเทศแบบไม่ต้องกักตัว หากชาวต่างชาติ ฉีดวัคซีนโควิด-19 จาก 7 ยี่ห้อนี้ และมีเหตุผลเข้าประเทศต่างที่กำหนด

รวมทุกรายละเอียด ยิ่งใช้ยิ่งได้ คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ และช่องทางลงทะเบียน

เฟซบุ๊ก Krungthai Care ได้โพสต์รายละเอียด คุณสมบัตร และช่องทางการลงทเบียนเพื่อเข้าร่วมโครงการ ยิ่งใช้ยิ่งได้ ที่จะเริ่มมี

ยูคยอม GOT7 เผยถึงการเตรียมโซโลอัลบัมแรก และเป้าหมายในอนาคต

หลังปล่อยโซโลอัลบัมไปได้หมาดๆ ล่าสุด ยูคยอม GOT7 ได้อวดความหล่อในเซตภาพถ่ายแบบ พร้อมให้สัมภาษณ์กับทางนิตสาร Marie Claire

ยอดดีไม่แผ่ว! แบมแบม GOT7 พาโซโลอัลบัม riBBon ติดท็อปชาร์ต iTunes ทั่วโลก!

ปังตั้งแต่ปล่อยจริงๆ สำหรับ โซโลมินิอัลบัมแรก riBBon ของ แบมแบม GOT7 ที่ยอดวิวจะพุ่งสูงถึงหลักสิบล้านในเวลาเพียงแค่ 1 วัน

บุคคลากรทางการแพทย์อินโดฯ กว่า 350 คน ติดโควิด19 แม้ฉีด วัคซีนซิโนแวค แล้ว

สำนักข่าวรอยเตอร์สของอังกฤษรายงานว่า ขณะนี้มีบุคลลาการทางแพทย์ในอินโดนีเซีย ที่ฉีด วัคซีนซิโนแวค มากกว่า 350 คนติดเชื้อ

เกาหลีใต้ เตรียมฉีดวัคซีนต่างยี่ห้อ เล็งฉีดไฟเซอร์เป็นเข็มที่ 2 ให้กับผู้ที่ฉีดวัคซีน แอสตราเซเนกา

รัฐบาลเกาหลีใต้เปิดเผยว่า จะเตรียมฉีดวัคซีนของไฟเซอร์เป็นเข็มที่ 2 ให้กับผู้ที่เข้ารับการฉีดวัคซีนของแอสตราเซเนกาเข็มแรกราว