“สเปอร์ส-แมนฯ ยูไนเต็ด” คว้าชัยเหนือทีม ชปช. ลิ่วรอบ 8 ทีมเอฟเอ คัพ

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตบคู่แข่งจากเดอะ แชมเปียนชิพ ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลเอฟเอ คัพ ได้ตามความคาดหมาย

ฟุตบอลเอฟเอ คัพ รอบ 5 หรือรอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อคืนที่ผ่านมา มีคู่ที่น่าสนใจด้วยกันถึง 2 คู่

คู่แรกเป็นศึกดาร์บี้แมตช์แห่งกรุงลอนดอน “เจ้าสัวน้อย” ฟูแล่ม ทีมจากสกายเบท แชมเปียนชิพ เปิดสนามคราเวน ค็อตเทจ รับการมาเยือนของ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส รองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก

เกมนี้ สลาวิซ่า โยคาโนวิช กุนซือเจ้าถิ่น วางผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามพร้อมเพรียง นำโดยสองแนวรุกคนเก่งอย่าง ทอม เครนี่ย์ และ ซอนี่ย์ อลูโก้ ขณะที่ เมาริซิโอ ปอเช็ตติโน่ นายใหญ่ของ “ไก่เดือยทอง” ส่งกองหน้าคนสำคัญอย่าง แฮร์รี่ เคน รวมถึงสามประสานแนวรุกทั้ง คริสเตียน อีริคเซ่น, เดเล่ อัลลี่ และ ซอน เฮือง มิน บัญชาการ ส่วนเกมรับเป็น โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ และ แยน แฟร์ทองเก้น ยืนคู่ในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ แต่ให้ มิเชล ฟอร์ม เฝ้าเสาแทนกัปตันทีม อูโก้ โยริส

ครึ่งแรก “ไก่เดือยทอง” ได้ประตูขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 16 คริสเตียน อีริคเซ่น แปะบอลเข้าในไปยังจุดนัดพบให้ แฮร์รี่ เคน วิ่งเข้าสอดยิงตุงตาข่ายให้ทีมเยือนนำก่อน 1-0 หลังทำประตูได้ “ไก่เดือยทอง” เป็นฝ่ายครองเกมเอาไว้ได้แต่ทำพลาดเองในบริเวณพื้นที่สุดท้ายเสียส่วนมาก หมดครึ่งแรก สเปอร์ส นำ 1-0

ครึ่งหลัง สเปอร์ส ก็ยังครองเกมได้อยู่และยิงประตูขึ้นนำ 2-0 ในนาทีที่ 51 แฮร์รี่ วิ้งค์ส วางบอลยาวมาด้านขวาถึง คีแรน ทริปเปียร์ ก่อนแปะคืนให้ อีริคเซ่น ตั้งป้อมเปิดไปถึง แฮร์รี่ เคน ซัดลอดขา มาร์คัส เบตติเนลลี่ ผู้รักษาประตูเจ้าบ้านอย่างเลือดเย็น

ทีมเยือนยังไม่หนำใจยิงประตูปิดท้ายในนาทีที่ 73 อีริคเซ่น ผ่านบอลไปให้ อัลลี่ ก่อนออกบอลต่อให้ เคน วิ่งเลี้ยงไลน์เอาไว้จนหลุดเดี่ยวก่อนยิงด้วยเท้าขวาตุงตาข่ายอย่างเหนือชั้น และเป็นประตูปิดท้ายให้ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส บุกมาเอาชนะ ฟูแล่ม 3-0 ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ โดยจะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ “สิงโตลอนดอน” มิลล์วอลล์ ทีมจากลีกวัน ที่พลิกล็อกเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ มาก่อนหน้านี้

ส่วนผลอีกคู่ที่สนามอีวู้ด พาร์ค “กุหลาบไฟ” แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ทีมรองบ๊วยเดอะ แชมเปี้ยนชิพ เปิดบ้านเจอกับ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เกมนี้เจ้าบ้าน แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ปรับผู้เล่นจากเกมลีกนัดที่ผ่านมาโดย กอร์ดอน เกรียร์, เลียม ฟีนี่ย์, เคร็ก คอนเวย์ และ มาร์วิน เอ็มเนส แทน คอนเนอร์ มาโฮนี่ย์, โฮป อัคปาน กับ เอลเลียตต์ เบ็นเน็ตต์ ติดโทษแบนทั้งคู่ รวมถึง แซม กัลลาเกอร์ บาดเจ็บหัวเข่า แถมบนม้านั่งสำรองยังมีชื่อของ เวส บราวน์ อดีตแข้ง “ปีศาจแดง” ที่ปัจจุบันรับบทผู้เล่นพ่วงโค้ชทีม ยู-23

ทางด้าน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่แพ้ใคร 5 นัดซ้อนรวมทุกถ้วยแถมชนะถึง 4 เกม นัดนี้ โชเซ่ มูรินโญ่ ปรับทัพถึง 8 ตำแหน่งจากเกมยูโรป้าลีกรอบ 32 ทีมนัดแรกเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่เปิดบ้านถล่มแซงต์-เอเตียน 3-0 เหลือเพียง เซร์คิโอ โรเมโร่, คริส สมอลลิ่ง และ อันเดร เอร์เรร่า ลงเป็นตัวจริงต่อไป บนม้านั่งสำรองมีชื่อของ พอล ป็อกบา, ซลาตัน อิบราฮิโมวิช และ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ รอโอกาสอยู่

ครึ่งแรกนาทีที่ 17 มาร์วิน เอ็มเนส ได้บอลหน้าหัวกะโหลกฝั่งขวาพลิกหนี มาร์กอส โรโฮ แล้วจ่ายเข้าเขตโทษด้านซ้ายให้ แดนนี่ เกรแฮม พลิกหนี คริส สมอลลิ่ง ซัดด้วยซ้ายไม่จับผ่านมือ เซร์คิโอ โรเมโร่ เสียบมุมไกลอย่างเหนือชั้นให้เจ้าบ้าน “กุหลาบไฟ” ยิงประตูขึ้นนำ 1-0

อย่างไรก็ตาม แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ยอมแพ้กลับมายิงตีเสมอได้เร็วในนาทีที่ 27 จากจังหวะสวนกลับแค่ 3 จังหวะ โรเมโร่ ขว้างบอลให้ เฮนริค มคิทาร์ยาน ล็อกหลบผู้เล่นเจ้าบ้านพาบอลถึงกลางสนามดีดไซด์ก้อยเข้าช่องระหว่างคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด หลุดเดี่ยวลากหนี เจสัน สตีล ซัดเข้าไปอย่างใจเย็นให้ “ปีศาจแดง” ไล่ตีเสมอเป็น 1-1 ก่อนจบ 45 นาทีแรกที่สกอร์ดังกล่าว

ครึ่งหลัง นาทีที่ 63 “ปีศาจแดง” ของ มูรินโญ่ ตัดสินใจส่ง พอล ป็อกบา และ อิบราฮิโมวิช ลงไปแทน เจสซี่ ลินการ์ด กับ อองโตนี่ มาร์กซิยาล ที่เล่นไม่ออกก่อนได้ผลในนาทีที่ 76 ป็อกบา วางบอลจากกลางสนามข้ามแผงหลัง “กุหลาบไฟ” ตกตรงพื้นที่ว่างในเขตโทษฝั่งซ้าย อิบราฮิโมวิช ที่ไม่ล้ำหน้าวิ่งหนี กอร์ดอน เกรียร์ มายังจุดนัดพบรอบอลตกอย่างเยือกเย็นแล้วเอี้ยวตัวแปด้วยขวาหนีมือ สตีล เข้าหน้าต่างเสาไกลเฉียบขาดและเป็นประตูขึ้นนำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็น 2-1

นาทีที่ 85 เจ้าบ้านพลาดโอกาสทองอย่างน่าเสียดาย มาโฮนีย์ ลากบอลจากกราบขวาหลบ 3 เข้าในแล้วยิงด้วยซ้าย โรเมโร่ รับบอลกระฉอกเข้าทาง แอนโทนี่ สโต๊คส์ กองหน้าตัวสำรองแปซ้ำ โรเมโร่ บล็อกไว้บอลกลิ้งมาหา เอ็มเนส ซัดอีกที โรเมโร่ ก็ยังปัดได้อีก บอลปลิ้นไปหา สโต๊คส์ ซ้ำดาบสี่ตุงตาข่ายแต่ล้ำหน้าเสียก่อน

จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาตัวรอดบุกชนะ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 2-1 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมเอฟเอ คัพ โดยไปเจอศึกหนักบุกไปเยือน เชลซี

ผลการจับสลากประกบคู่ฟุตบอลเอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย (แข่งขันประมาณวันที่ 15 มี.ค.60)

เชลซี พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส พบ มิลล์วอลล์ (ลีกวัน)
มิดเดิลส์โบรช์ พบ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ (แชมเปียนชิพ) หรือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ซัตตัน ยูไนเต็ด (นอกลีก) หรือ อาร์เซนอล พบ ลินคอล์น ซิตี้ (นอกลีก)

credit: twitter @EmiratesFACup