ทช.เผยสถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งของไทย ปี2560

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจัดแถลงข่าวเรื่องสถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งของไทย ปี 2560 เผยแผนงานโครงการป้องกันปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ผุด 4 แนวทาง 3 มาตรการ 8 รูปแบบ ลดผลกระทบปัญหากัดเซาะชายฝั่งอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเป็นเจ้าภาพจัดแถลงข่าวเรื่องสถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งของไทย ปี 2560 โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเป็นประธาน พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิด้านการกัดเซาะชายฝั่งและนักวิชาการด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของไทย ประกอบด้วย อาจารย์ศศิน เฉลิมลาภ,อาจารย์ศักดิ์อนันต์ ปลาทอง, อาจารย์กิตติพจน์ เพิ่มพูน และนายอดิศักดิ์ ทองไข่มุกต์ พร้อมผู้บริหารข้าราชการเข้าร่วม ณ ห้องประชุมลำแพน ชั้น 9 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า ตลอดระยะที่ผ่านมากว่า 50 ปี ประเทศไทยต้องประสบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งมาอย่างยาวนาน จากการรวบรวมข้อมูลการกัดเซาะชายฝั่งตั้งแต่ปี 2495-2551 พบว่ามีพื้นที่ชายฝั่งที่ประสบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งประมาณ 800 กิโลเมตร จากความยาวชายฝั่งทั้งสิ้น 3,151 กิโลเมตร คิดเป็น 25% ของความยาวชายฝั่งประเทศไทย ซึ่งประเทศไทยได้พยายามแก้ไขปัญหาการกัดเซาะมาเป็นเวลาหลายสิบปี โดยการแก้ไขปัญหาในสมัยก่อนนั้นเน้นการแก้ไขปัญหาเฉพาะจุด หรือเฉพาะพื้นที่ที่มีการกัดเซาะ โดยใช้โครงสร้างทางวิศวกรรม ซึ่งการแก้ไขปัญหาโดยวิธีดังกล่าว จะส่งผลให้ชายฝั่งที่อยู่ใกล้เคียงกับโครงสร้าง หรืออยู่ท้ายโครงสร้างเกิดการกัดเซาะรุกลามกลายเป็นปัญหาที่รุนแรงมากขึ้น

จากการสำรวจแนวชายฝั่งประเทศไทยปี 2560 โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พบพื้นที่กัดเซาะชายฝั่งได้ดำเนินการแก้ไขแล้วเป็นระยะทางประมาณ 559 กิโลเมตร คิดเป็นประมาณ 18% ของแนวชายฝั่ง คงเหลือพื้นที่กัดเซาะที่ยังไม่รับการแก้ไขเป็นระยะทางประมาณ 145 กิโลเมตร คิดเป็นประมาณ 5% ของความยาวชายฝั่ง และพื้นที่ที่ไม่มีปัญหาการกัดเซาะระยะทาง 2,447 กิโลเมตร คิดเป็นประมาณ 77% ของแนวชายฝั่ง

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้มีการแบ่งขอบเขตพื้นที่ชายฝั่ง แบบระบบกลุ่มหาด ซึ่งพิจารณาจากลักษณะทางธรณีสัณฐาน ลักษณะทางธรณีวิทยา ลักษณะทางกายภาพของหาด และสมดุลตะกอนที่เคลื่อนที่ในบริเวณชายฝั่ง ทำให้สามารถแบ่งเป็นหน่วยย่อย ทั้งสิ้น 282 ระบบหาดย่อย และนำไปเป็นฐานข้อมูลที่ใช้ในการกำหนดแนวทางหรือมาตรการในจัดการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในแต่พื้นที่เพื่อไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียงเหมือนเช่นเดิม

จากอดีตจนมาสู่รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีข้อสั่งการให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะอย่างเร่งด่วน ดังนั้น กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ ได้จัดทำแนวทางการจัดทำแผนงาน,โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งโดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้คณะทำงานบูรณาการแนวทาง แผนงานโครงการและงบประมาณการจัดการป้องกันแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง โดยผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของภาคประชาชน หน่วยงานในท้องถิ่นพื้นที่ชายฝั่งทะเล 23 จังหวัด

ทั้งนี้แนวทางดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ และผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2561 โดยแนวทางดังกล่าวเป็นการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง โดยมุ่งเน้นความสอดคล้องกับธรรมชาติไม่ส่งผลต่อเนื่องไปยังพื้นที่ข้างเคียงเป็นหลักซึ่งแบ่งได้เป็น 4 แนวทาง 3 มาตรการ 8 รูปแบบ คือแนวทางการปรับสมดุลชายฝั่งโดยธรรมชาติ แนวทางการป้องกันปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง แนวทางการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง แนวทางการฟื้นฟูเสถียรภาพชายฝั่ง ด้านมาตรการการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง อีก 3 มาตรการ 8 รูปแบบ คือ มาตรการสีขาว หมายถึงการดำเนินการ เพื่อลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ที่อาจเกิดขึ้นจากการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งดำเนินการในรูปแบบการกำหนดพื้นที่ถอยร่น ห้ามก่อสร้างหรือกระทำกิจกรรมที่เปลี่ยนแปลงสภาพสัณฐานชายหาดและเนินทราย เพื่อให้ธรรมชาติปรับสมดุล  มาตรการสีเขียว คือการดำเนินการที่จะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับพื้นที่ข้างเคียง เหมาะกับบริเวณชายฝั่งทะเลแบบปิดขนาดเล็ก ชายฝั่งที่มีความลาดชันต่ำ มี 3 รูปแบบ การดำเนินการ คือ การปลูกป่า การฟื้นฟูชายหาด และการปักเสาดักตะกอน เพื่อปลูกป่าชายเลน มาตรการสีเทา การดำเนินงานโดยใช้โครงการทางวิศวกรรม เพื่อให้เหมาะสมกับชายฝั่งที่มีคลื่นขนาดใหญ่ชายฝั่งมีความลาดชันสูง มีมาตรการดำเนินการทั้งหมด 4 รูปแบบ คือ การสร้างเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่ง รอดักทราย เขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล และกำแพงป้องกันคลื่นริมชายหาด

นอกจากนี้ในช่วงระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมากรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งมีการศึกษาวิจัย พัฒนานวัตกรรมด้านต่าง ๆ และได้ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทั้งในพื้นที่หาดโคลนและหาดทราย เช่น การปักไม้ไผ่ชะลอความรุนแรงของคลื่น การฟื้นฟูป่าชายเลน การถ่ายเททราย พร้อมทั้งเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการกัดเซาะชายฝั่งให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้ตระหนักถึงสาเหตุของปัญหา และแนวทางการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง รวมถึงการบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ และยั่งยืน

ปัจจุบันกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้วางแนวทางในการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งเชิงรุกทั้งในพื้นที่ชายฝั่งทะเล 23 จังหวัด โดยเบื้องต้นจะดำเนินการกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง บริหารจัดการพื้นที่ชายฝั่งตามระบบกลุ่มหาด แก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่หาดโคลนและหาดทราย ส่วนในพื้นที่เกาะที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจกว่า 70 เกาะ ในปี 2561 จะดำเนินการสำรวจสภาพปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง เพื่อจัดลำดับความสำคัญและกำหนดมาตรการในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งจะได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง เหมาะสมตามหลักวิชาการและสอดคล้องกับแนวทางการจัดทำแผนงาน โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งต่อไป

 




แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ