ทช. ประชุมคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการ ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ ครั้งที่ 3

เมื่อวันที่ 28 ก.ย.61 พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รัฐมนตร
ว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหาร
จัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ ครั้งที่3/2561 โดยมีพลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ในฐานะรองประธานกรรมการ พร้อมด้วยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อทช.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการ และนายโสภณ ทองดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงคณะกรรมการผู้ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ผู้แทนจากภาครัฐ ผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคส่วนต่างๆ นักวิชาการ และภาคประชาชน รวมจำนวน 31 คน เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน ณ ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ชั้น 2 สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ตึกแดง) ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ชุดนี้ ถือเป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดทิศทางนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ ให้มีความเหมาะสม ตอบสนองต่อการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในการประชุมวันนี้ได้มีการรายงานภาพรวมสถานการณ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่สำคัญ และ การกัดเซาะชายฝั่งของประเทศไทย พ.ศ.2560 โดยพบว่าสถานภาพแนวปะการังฝั่งอันดามันมีความเสียหายมากกว่าฝั่งอ่าวไทย มีขยะมูลฝอยใน 23 จังหวัดชายฝั่งทะเลเกิดขึ้น 11.47 ล้านตัน เป็นขยะพลาสติกถึง 3.4 แสนตัน โดยร้อยละ 10 – 15 มีโอกาสปนเปื้อนลงสู่ทะเล ส่วนปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งยาว 704 กม. มีการก่อสร้างรุกแนวชายฝั่ง/ทะเล 70 กม. แนวโน้มทรัพยากรทางทะเลเปลี่ยนแปลงไปจากการกระทำของมนุษย์มากกว่าธรรมชาติ โดยเฉพาะบริเวณเกาะแก่งสำคัญของแหล่งท่องเที่ยวในภาคใต้ มีกิจกรรมการใช้ประโยชน์มากขึ้น ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อแนวปะการัง สัตว์น้ำ และระบบนิเวศน์ทางทะเลมากขึ้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงออกประกาศกฎระเบียบ เรื่อง มาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในพื้นที่ เกาะไข่ใน เกาะไข่นอก และเกาะไข่นุ้ย อ.เกาะยาว จ.พังงา และพื้นที่ เกาะราชาใหญ่ เกาะราชาน้อย อ.เมือง จ.ภูเก็ต รวมทั้ง มาตรการคุ้มครองทรัพยากรปะการัง จากกิจกรรมท่องเที่ยวดำน้ำ ซึ่งมอบให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งรับผิดชอบดำเนินการต่อไป

นายจตุพร อธิบดี ทช. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวขอบคุณและให้กำลังใจกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ร่วมกันรณรงค์ขับเคลื่อน ลดการใช้ถุงพลาสติกอย่างเป็นผลต่อเนื่องมา เป็นผลให้พฤติกรรมนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่เปลี่ยนไปในเชิงอนุรักษ์และการหวงแหนท้องถิ่นร่วมกันอย่างกว้างขวางมากขึ้น โดยขอให้รณรงค์และ ให้ความรู้กับประชาชนในภาพรวมใน 24 จังหวัดชายฝั่งทะเลและกทม.อย่างจริงจังต่อเนื่องกันไป พร้อมทั้งได้เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนราชการที่เกี่ยวข้องถือเป็นหน้าที่สำคัญเร่งด่วนที่จะต้องนำผลประชุมทางนโยบายร่วมกันขับเคลื่อนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทั้งระบบในภาพรวม โดยให้เร่งรัดจัดทำแผนแม่บทการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ปี 62 – 69 ให้มีความสมบูรณ์ครอบคลุมทุกประเด็นสำคัญ จากข้อมูลรายงานสถานการณ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ผ่านมา ควบคู่กับการคาดการณ์สถานการณ์อนาคต และขอให้พิจารณาเร่งออกประกาศมาตรการคุ้มครองความเสียหายของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จากการประกอบการท่องเที่ยวและกิจกรรมดำน้ำที่มีกว่า 5 ล้านรายต่อปี โดยให้ครอบคลุมทุกหมู่เกาะที่ได้รับผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบโดยเร็ว

ซึ่งในโอกาสเดียวกันนี้ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้เกียรติมอบเครื่องหมายเชิดชูเกียรติยศยิ่ง “รักษ์ทะเลยิ่งชีพ” แก่คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผู้ทำคุณประโยชน์ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติสืบไป



แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ