๑๒ ปี โครงการป่าชายเลนเพื่ออนาคต “Mangroves for the Future”

​เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2561 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ร่วมกับโครงการ
ป่าชายเลนเพื่ออนาคต (Mangroves for the Future : MFF) จัดประชุมสรุปบทเรียนการทำงาน
ในรอบสิบสองปีที่ผ่านมาในประเทศไทยและสิบเอ็ดประเทศในภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย โดยมี
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นประธานและกล่าวปาฐกถาเรื่อง ป่าชายเลนเพื่ออนาคต ในโอกาสนี้ ดร. ไมตรี ดวงสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมการประสานความร่วมมือระดับชาติด้านนิเวศป่าชายเลนเพื่ออนาคต พร้อมด้วยคุณ ลุยส์ เฮอร์แมน เลขานุการเอกสถานฑูตสวีเดนประจำประเทศไทยและเอเชียแปซิฟิก และผู้จัดการอาวุโสด้านสิ่งแวดล้อม (SIDA) ตลอดจนคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และกลุ่มเครือข่ายอนุรักษ์ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 205 ชั้น 2 โรงแรมเซนทรา ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

​นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า ประเทศไทย
เข้าร่วมโครงการป่าชายเลนเพื่ออนาคต (Mangroves for the Future : MFF) ซึ่งเป็นโครงการ
ความร่วมมือที่สนับสนุนการอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งที่ให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ของชุมชนชายฝั่งและการสร้างเวทีความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติโครงการ MFF ก่อตั้งขึ้นเนื่องจากต้องการช่วยเหลือชุมชนชายฝั่งที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ธรณีพิบัติเมื่อปี 2547 มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้และการนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการระบบนิเวศชายฝั่งอย่างยั่งยืน เพิ่มขีดความสามารถ ของผู้มีส่วนได้เสียในการมีส่วนร่วมตัดสินใจ และสร้างเสริมธรรมาภิบาลในการจัดการชายฝั่งแบบบูรณาการปัจจุบันมีประเทศสมาชิกจำนวน 11 ประเทศ ได้แก่ อินเดียอินโดนีเชียเมาล์ดีฟซีแชลศรีลังกาไทย ปากีสถานเวียดนามบังคลาเทศกัมพูชาเมียนมาร์
​ตลอดระยะเวลา 12 ปีที่ผ่านมา(2549 – 2561) โครงการป่าชายเลนเพื่ออนาคตภายใต้ความร่วมมือจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ให้การสนับสนุนทางด้านการเงิน ในรูปแบบของกองทุนโครงการขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่และโครงการรูปแบบพิเศษให้กับกลุ่มชุมชนอนุรักษ์ องค์กรพัฒนาเอกชนในประเทศไทย จำนวน 44 โครงการ ประกอบด้วยโครงการขนาดเล็ก 33 โครงการ โครงการขนาดใหญ่และขนาดกลาง 4 โครงการ โครงการระดับภูมิภาค 4 โครงการ โครงการศึกษาพิเศษ 2 โครงการ และโครงการความร่วมมือกับภาคเอกชน 2 โครงการ ด้วยงบประมาณสนับสนุนในไทยจากกองทุนจากรัฐบาลประเทศสวีเดน นอร์เวย์ และเดนมาร์ก กว่าห้าสิบล้านบาทโครงการป่าชายเลนเพื่ออนาคตมีพื้นที่ดำเนินโครงการในฝั่งอ่าวไทย 5จังหวัด คือ ตราด ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และประจวบคีรีขันธ์ ฝั่งอันดามัน 5 จังหวัด คือ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่และตรัง



​นายจตุพร อธิบดี ทช. กล่าวต่อว่า นอกจากการให้ทุนสนับสนุนโครงการเพื่อการอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในรูปแบบต่างๆโครงการป่าชายเลนเพื่ออนาคตยังได้มีการจัดการอบรมด้านการจัดการพื้นที่ชายฝั่งแบบบูรณาการให้กับประเทศสมาชิกมาอย่างต่อเนื่อง
โดยร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (Asian Institute of Technology : AIT) รวมถึงมีกลไกการแลกเปลี่ยนในระดับชาติผ่านคณะกรรมการประสานความร่วมมือระดับชาติด้านนิเวศป่าชายเลนเพื่ออนาคต ในระดับภูมิภาคผ่านคณะกรรมการระดับภูมิภาคที่ประกอบด้วยผู้แทนจากประเทศสมาชิกทั้ง 11 ประเทศและองค์การระหว่างประเทศ ได้แก่ IUCN,UNDP,FAO,UNEP,ACB,Wetlands International,SIDA, NORAD และ DANIDA
​ในโอกาสนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) จึงร่วมกับโครงการป่าชายเลนเพื่ออนาคต จัดประชุมสรุปผลการภาพรวมผลการดำเนินงานโครงการป่าชายเลนเพื่ออนาคต ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 – 2561 ณ โรงแรมเซนทรา กรุงเทพฯ ในวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2561 เพื่อนำบทเรียนที่ได้ไปพัฒนารูปแบบความร่วมมือในการจัดการทรัพยากรป่าชายเลนและชายฝั่งอย่างยั่งยืน ต่อไป ในการประชุมมีการรายงานผลการดำเนินงานโครงการป่าชายเลนเพื่ออนาคตทั้งในกรอบการทำงานของประเทศไทยมีเนื้อหาครอบคลุมด้านการส่งเสริมศักยภาพของทุกภาคส่วนในการจัดการทรัพยากรฯ การส่งเสริมการจัดการทรัพยากรชายฝั่งแบบบูรณาการ การฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลชายฝั่งและป่าชายเลน รวมถึงการจัดการจากภูเขาสู่ทะเล (Reef to Ridge) และการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง รวมทั้งสรุปบทเรียนในระดับภูมิภาคจากประเทศสมาชิก 11 ประเทศ ซึ่งรายงาน
โดย ดร.สตีน คริสเตนเซน ผู้ประสานงานโครงการป่าชายเลนเพื่ออนาคต ผู้เข้าร่วมครั้งนี้ ประกอบด้วยคณะกรรมการประสานความร่วมมือระดับชาติด้านนิเวศป่าชายเลนเพื่ออนาคต ระหว่างปี 2550 – 2561 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งและป่าชายเลนในประเทศไทย ผู้ได้รับทุนโครงการ ผู้แทนเครือข่ายเยาวชนอ่าวตราด และสถานทูตสวีเดน “นายจตุพร กล่าวทิ้งท้าย”

 



แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ