หนุ่มต่อยหน้าสาวจนมุม สารภาพต่อยแค่สั่งสอน-ป่วยทางจิต

รวบแล้วหนุ่มต่อยหน้าสาว-ทุบกระจกรถเสียหาย เจ้าตัวสารภาพอารมณ์ชั่ววูบและต้องการสั่งสอน พบประวัติรักษาอาการป่วยทางจิต

จากกรณีหนุ่มคนหนึ่งสวมหมวกกันน็อกเต็มใบ ได้ก่อเหตุชก หญิงสาวคนหนึ่ง แม้ว่าฝ่ายหญิงจะพยายามยกมือไหว้ขอโทษ แต่ชายคนดังกล่าวกลับต่อยสวนเข้ามาในรถ พร้อมกับเดินวนเวียนอยู่ข้างรถ พร้อมได้ตีรถจนกระจกแตก

ผู้หญิงเขาขอโทษแล้วยังจะทำร้ายเขาอีก..ฝากเจ้าหน้าที่ตามล่าชายในคลิป ทำร้ายร่างกายโดยการชกหน้าผู้หญิงและยังทุบรถจนกระจกเสียหาย แถวซอยวัดศรีวารีน้อย ออกปากทางลาดกระบัง54มันเป็นอะไรกันนักหนาหลายข่าวละ ยิ่งได้ยินคำพูดขอโทษยิ่งลงมือทำร้าย..

โพสต์โดย ที่นี่..บางพลี เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม 2019

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 8 ต.ค.62 ที่สน.จรเข้น้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ควบคุมตัว นายฉัตรชัย ปรุงสุข หรือ เบิร์ด อายุ 33 ปี ผู้ก่อเหตุ ต่อยหน้า น.ส.เอ (นามสมมติ) และเอาประแจที่พกติดตัวตีเข้าที่กระจกรถได้รับความเสียหาย ก่อนจะขับรถหนีไป มาทำการสอบปากคำ หลังเข้าไปเชิญตัวที่ บ้านพักเอื้ออาทร ย่าน 2 ย่านลาดกระบัง พร้อมรถที่ใช้ก่อเหตุ ยี่ห้อสกู๊ปปี้ไอ สีน้ำตาลดำ ทะเบียน ฬษก 203 กรุงเทพมหานคร

จากการสอบสวน นายฉัตรชัย ปรุงสุขหรือเบิร์ด ผู้ก่อเหตุ เล่าว่า วันเกิดเหตุ ตนเองตั้งใจขี่มอเตอร์ไซค์ไปทิ้งขยะ ที่ปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งย่านลาดกระบัง ก่อนจะขี่รถมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน แต่ระหว่างทาง (ลาดกระบัง 54) เจออีกฝ่ายขับรถจี้ตูดและกระพริบไฟใส่ จึงพยายามจะขี่รถปาดหน้าเพื่อจะลงไปถามว่า จะขับรถจี้ตูดเขาทำไมเท่านั้น และอยากให้อีกฝ่ายลงจากรถมาพูดคุย แต่ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง เพราะอีกฝ่ายไม่ยอมลดกระจกลง จึงใช้วิธีชกไปที่หน้าของอีกฝ่ายเพื่อสั่งสอนอีกฝ่าย ก่อนจะใช้ประแจที่พกติดตัวไว้ตลอด ทุบไปที่กระจกรถอีกฝ่าย เพราะตั้งใจจะทำให้เสียทรัพย์ จะได้ลงมาพูดคุยกันให้รู้เรื่องเท่านั้น ซึ่งหลังเกิดเหตุ ตนเองก็ได้ขี่มอเตอร์ไซค์ไปกินข้าวต่ออีกก่อนจะย้อนกลับที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อดูความเสียหายว่าเป็นอย่างไร ไม่โดยตนเองยืนยันว่า ที่ทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ และหลังเกิดเหตุตัวเองก็ไม่ได้หนีไปไหน แค่ไม่ได้ติดตามข่าวเท่านั้น จึงไม่รู้ว่ามีคนตามหาตัว ส่วนจะชดใช้ค่าเสียหายหรือไม่ขอให้เป็นเรื่องของกฎหมาย

ด้านพันตำรวจโท ธเนศ ศรีจำปา รองผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลจรเข้น้อย กล่าวว่า หลังเกิดเหตุผู้ก่อเหตุไม่ได้มีท่าทีหลบหนีไปที่ไหน และได้อาศัยอยู่ภายในบ้าน เก็บตัวเงียบ โดยล็อกประตูห้องอย่างแน่นหนา พร้อมทั้งเก็บรถจักรยานยนต์คันก่อเหตุไปไว้ภายในห้องของตนเองอีกด้วย ตำรวจต้องใช้วิธีกดดันโดยประสานให้ญาติเข้าพูดเกลี้ยกล่อมให้ออกมาจากบ้านแต่ผู้ก่อเหตุก็คงหลบอยู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่ต้องใช้คีบตัดเหล็กขนาดใหญ่ตัดกุญแจที่ผู้ก่อเหตุล็อกไว้และเข้าจับกุม

โดยจากการตรวจสอบพบว่า ผู้ก่อเหตุมีประวัติการรักษาอาการป่วยทางจิตเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหานายเบิร์ด 2 ข้อหาด้วยกัน คือ 1.ทำให้เสียทรัพย์ 2.ทำร้ายร่างกายทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ โดยจะนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อ่านข่าว Bright Today