ผลบอลไทยอินโด เสนายัน สิ้นลาย แข้งการูด้า พ่าย ช้างศึก ยับ

ผลบอลไทยอินโด ค่ำวานนี้ แฟนบอลชาวไทย ต่างใจจดใจจ่อ เฝ้ารอเสียงนกหวีดเริ่มเกมนัดที่ 2 ของฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนเอเชีย กลุ่มจี ระหว่าง ทีมชาติอินโดนีเซีย (เจ้าบ้าน) เปิดรังเหย้าสนามเกอโลราบุงการ์โน หรือในชื่อเดิม เสนายัน ต้อนรับช้างศึก ทีมชาติไทย โดยสถานการณ์ก่อนเริ่มเกม พลพรรคการูด้าเจ้าบ้าน ไม่มีทางเลือก ต้องเปิดหน้าแลกกับแข้งช้างศึกเพื่อเก็บ 3 แต้มให้ได้เท่านั้น หลังจากนัดแรก ผิดฟอร์ม พลาดท่าให้ทีมเยือนมาเลเซียในนาทีสุดท้ายช่วงทดเวลาไปอย่างน่าเจ็บใจ ด้วยสกอร์ 2 – 3

ก่อนเริ่มเกมการแข่งขัน สื่อต่างให้ความสนใจ และพยายามตามติดบรรยากาศการเชียร์ ของแฟนบอลเจ้าถิ่นเป็นอย่างมาก จะเห็นว่าตั้งแต่ช่วงเที่ยงบ่าย ก็มีรายงานเรื่องมาตรการความปลอดภัยที่ทางการอินโดนีเซียโฟกัสแบบเข้มขัน เพราะหวั่นใจ เกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์อันนำมาซึ่งภาพลบ เหมือนนัดที่แล้วกับทีมเสือเหลือง มาเลเซีย ถึงขนาดเตรียมรถถังหุ้มเกราะ รถบัสทหารกันเป็นแนวรั้วรอบสนามอย่างมิดชิด พร้อมทั้งกองกำลังตำรวจ ทหารมาหลายร้อยคน

พอภาพการถ่ายทอดสดถูกฉายออกมาหน้าจอโทรทัศน์ในมุมกว้าง ผมกลับรู้สึก “งวยงง” กับภาพที่เห็นเป็นอย่างมาก ถึงขนาดอุทานมาว่า “นี่หรือเสนายัน!..เกิดอะไรขึ้นที่นั่น!!” …ความรู้สึกที่ผมร้องออกมามันมีอยู่ 2 อารมณ์ อารมณ์แรกคืออยากรู้และอยากหาสาเหตุมากๆ ว่าทำไมอัฒจรรย์ถึงโล่งมากมายไร้แฟนบอลขนาดนั้น อย่างกับดูบอลอุ่นเครื่องเลย ส่วนอารมณ์ที่สองคือ เบาใจแทนนักเตะทีมชาติไทยของเรา เพราะอย่างน้อยก็คลายความกดดันลงไปได้มาก ซึ่งมีโอกาสที่จะเก็บชัยชนะมาได้มากขึ้นไปอีก

ขอพูดถึงประเด็นคนน้อยก่อนนะครับ… ในความคิดเห็นของผมเอง หลังจากติดตามข่าวคราวของวงการฟุตบอลอินโดนีเซียมาซักพัก พอจะรับทราบว่า มีปัญหาภายในสมาคมฟุตบอลที่นั่นหมักหม่มกันมานานพอสมควร ย้อนไปเมื่อตอนคัดเลือกฟุตบอลโลก โซนเอเชียเมื่อครั้งที่แล้ว ปี 2018 (ตอนนั้นอินโดนีเซียก็อยู่กลุ่มเดียวกับไทย) วงการฟุตบอลแดนอิเหนาก็ซบเซาไป หลังจากฟีฟ่าสั่งแบนไม่ให้เข้าร่วมการแข่งขันในระดับนานาชาติในทุกชุด จากปัญหาการละเมิดธรรมนูญฟีฟ่าข้อที่ว่าด้วยการเข้ามาก้าวก่ายกิจการของหน่วยงานรัฐ …แต่พอพ้นโทษแบน ฟ้าที่นั่นก็ยังไม่สดใส ทีมชาติที่ร้างการแข่งในระดับในนานาชาติไปนาน ต้องเหมือนเริ่มกันใหม่ แฟนบอลอินโดนีเซียรุ่นใหม่ๆก็ยังคงไม่ศรัทธาในตัวสมาคมเท่าไหร่นัก

ความไม่พอใจของแฟนบอลอิเหนาต่อผลงานทีมชาติที่เห็นได้ชัดเจนเลย จนส่งผลต่อบรรยากาศการเชียร์ในนัดที่เจอไทยเมื่อวานนี้ คือ แฟนส่วนใหญ่ไม่แฮปปี้กับราคาค่าตั๋วเข้าชมที่น่าให้ความเห็นว่า “เก็บแพงเกินไป” … ส่วนอีกหนึ่งประเด็นที่แฟนๆอินโดนีเซียไม่พอใจสุดๆ คือ “เด็กเส้น” อย่างผู้รักษาประตูทีมชาติอินโดนีเซีย “อันดริตานี อาร์ดิยาซา” ที่แฟนบอลอิเหนาเห็นว่า..ไม่เก่งจริง โชว์ฟอร์มไม่ดีในหลายๆเกม แต่ติดทีมชาติมาได้เพราะแม่ของเขาทำงานอยู่ในสมาคมฟุตบอลอินโดนีเซีย สังเกตได้เลยว่า พอบอลอยู่ที่อาร์ดิยาซาเมื่อไหร่ เสียงโห่จะดังขึ้นทันที!

กลับมาพูดถึงทีมชาติไทย ภาพรวมฟอร์มการเล่นของเกมเมื่อวานนี้ ต้องบอกเลยว่า ครบทุกรสชาติจริงๆ โดยครึ่งแรกจบลงด้วยสกอร์ 0 – 0 ในแบบที่แฟนบอลไทยค่อนข้างอึดอัดกับฟอร์มการเล่นของทัพช้างศึก ช่วงพักครึ่งความคิดเห็นในโซเชี่ยลวิพากษ์กันอย่างดุเดือด …ตัวเด่นๆที่ถูกพูดถึงมากที่สุด เห็นจะเป็น…เจ้าเจ ชนาธิป ที่ดูเล่นไม่ออก เสียบอลง่ายๆหลายๆจังหวะ ขาอ่อนเหมือนหมดแรงหลายๆจังหวะ บทบาทน้อยมากๆ …ในความเห็นผม คงเป็นเพราะการโดนผู้เล่นอินโดฯตามประกบ 2-3 คนเมื่อเจ้าตัวได้บอล แต่ก็พยายามสร้างสรรค์จังหวะให้เพื่อนร่วมทีมหลายๆลูกนะครับ

แต่พอตัดกลับมาครึ่งหลัง ต้องบอกว่า ช้างศึกตกมัน ลงมาฟาดงวงฟาดงาโชว์ความมุ่งมั่นให้แฟนบอลได้เห็นมากกว่าครึ่งแรกเหมือนคนละทีม เหล่าแข้งพลังหนุ่มทีมไทยเป็นฝ่ายเก็บบอล ครองบอลมากกว่าทัพการูด้าเจ้าถิ่น โดยหวังจะเบิกสกอร์แรกให้เกมวันนี้ให้ได้ จนในที่สุดประตูแรกอย่างเป็นทางการของทีมชาติไทยก็มา จากการซัดขึ้นนำของ “สุภโชค สารชาติ” ในนาทีที่ 55 และสร้างความสุขให้แฟนๆในอีก 10 นาทีถัดมา ด้วยการเรียกจุดโทษ ตามลำดับ


“ใครจะไปคิดว่า จะถล่มอินโดฯ ด้วยสกอร์ขาดลอยแบบนี้ที่..เสนายัน!”

ถ้าจะให้ผมตัดเกรดนักเตะไทยของเราเมื่อคืนนี้ ว่าใครน่าจะได้คะแนนมากที่สุด ผมขอยกให้ผู้ปิดทองหลังพระ 2 คนด้วยกัน นั่นคือผู้เล่นหมายเลข 4 “สารัช อยู่เย็น” และหมายเลข 16 “พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล” ที่คอยเชื่อมเกม ตัดเกม และสร้างสรรค์เกมจากแดนหลังไปสู่แดนกลาง ผมเห็นการขึ้นเกมสวยๆหลายๆจังหวะ ก็มาจาก 2 คนนี้ที่โดดเด่นไม่แพ้ MVP 2 นัดติดอย่างเจ้าเช็ค “สุภโชค สารชาติ” ที่สวมบทฮีโร่ซัด 2 ประตู แถมเรียกจุดโทษได้อีก 1 ลูก ทำให้ภาพรวมของผู้เล่นคนอื่นๆทั้งทีมดีตามมาจนยากจะปฏิเสธ

ศรัทธาของแฟนบอลไทยที่มีต่อ “โค้ชนิชิโนะ” หลั่งไหล พรั่งพรูมามากมายหลังจบเกม ..ทั้งหมดนี้มาด้วยมันสมองของเขาอย่างแท้จริง ตั้งแต่การจัดทัพ 11 ตัวจริง ก็ถูกใจแฟนบอลอย่างไม่มีใครติติง รูปแบบการเล่นที่ดูสนุกขึ้น สลัดคราบสไตล์บอลตั้งรับของราเยวัชไปเลย “เปลี่ยนนรก..เสนายัน เป็นสวรรค์ไปได้อย่างน่าชื่นชม”

15 ตุลาคม 2562 เกมระหว่างทีมชาติไทย VS สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นัดที่ 3 ที่ธรรมศาสตร์ รังสิต คงเป็นอีก 1 เกมที่สนุกครบรส พร้อมบรรยากาศที่อัดแน่นไปด้วยเสียงเชียร์อันกระหึ่มแน่นอน …ติดตามกันตอนต่อไปครับแฟนบอลที่รักทั้งหลาย!

นาซ่าบ้าบอล