โพลชี้แก้ปัญหา “ข่มขืน-อุบัติเหตุ-ยาเสพติด” วาระเร่งด่วนรัฐบาล

ซูเปอร์โพลเผย ปชช. 55.7% ต้องการให้รัฐบาลเข้ามาแก้ปัญหา ความรุนแรงทางเพศ-ข่มขืน เป็นวาระเร่งด่วนที่สุด รองลงมาเป็นอุบัติเหตุ และยาเสพติด พร้อมหนุนตั้งศาลจราจร

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) มูลนิธิสถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ ร่วมกับ นายแพทย์ ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สสส. เผยผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง เกาะติดความปลอดภัยของประชาชน กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวน 1,094 ตัวอย่าง ช่วงวันที่ 15 พฤศจิกายน ถึง 15 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมาพบว่า

หากไม่นับรวมปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องเป็นปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องเข้ามาจัดการ ผลสำรวจชี้ชัดว่า ความรุนแรงทางเพศ ข่มขืน กับ อุบัติเหตุจราจร และการตายบนถนน และยาเสพติด กลายเป็นปัญหาสำคัญเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องเข้ามาจัดการ ร้อยละ 55.7 ร้อยละ 55.5 และร้อยละ 54.2 ตามลำดับ รองลงมาคือ การศึกษา ร้อยละ 51.3 อาชญากรรมทั่วไป ร้อยละ 47.3

ที่น่าพิจารณาคือ ความขัดแย้งทางการเมือง ร้อยละ 39.4 ไม่ได้อยู่ในอันดับต้น ๆ เพราะความขัดแย้งทางการเมืองได้รับการแก้ไขคลี่คลายลงโดยรัฐบาลชุดปัจจุบันแตกต่างไปจากช่วงขัดแย้งรุนแรงบานปลายในช่วงปี พ.ศ. 2556 – 2557 อย่างไรก็ตาม ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 73.9 ระบุมีคนในครอบครัว คนใกล้ชิดเคยประสบอุบัติเหตุบาดเจ็บ เสียชีวิต และค่าเฉลี่ยความปลอดภัยทางถนนที่ประชาชนให้มาเมื่อคะแนนเต็ม 10 คะแนนได้เกินครึ่งเพียงเล็กน้อยคือ 5.29 คะแนนเท่านั้น

นอกจากนี้ ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 97.0 อยากเห็นรัฐบาลใหม่ให้ความสำคัญและจริงจังความปลอดภัยทางถนนค่อนข้างมากถึงมากที่สุด เพียงร้อยละ 3.0 เท่านั้นรู้สึก เฉย ๆ

เมื่อถามถึงประเด็นในกรอบนโยบายพรรคการเมืองที่กำลังแข่งขันกันในขณะนี้ คือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 68.6 ระบุ  กรณีมีอุบัติเหตุและผู้เสียชีวิต ต้องมีการจัดการอย่างเด็ดขาดกับพฤติกรรมเสี่ยงที่อันตรายกับสังคม ได้แก่ ย้อนศร ฝ่าไฟแดง ชนแล้วหนี รองลงมาคือ ร้อยละ 63.3 ระบุ สิทธิสำหรับคนเดินถนน ต้องมีจัดการทางเดินเท้า ฟุตบาธ ทางม้าลายที่ปลอดภัย

ร้อยละ 62.5 ระบุ มีรถสาธารณะที่สะดวก ทั่วถึงและปลอดภัย และ ถนนต้องปลอดภัยมีระบบตรวจสอบความปลอดภัยทางถนนที่รัดกุม มีการแก้ไขจุดเสี่ยง จุดอันตราย โค้งอันตราย โค้งร้อยศพแยกวัดใจ จะต้องแก้ไขและหมดไป และร้อยละ 48.4 ยกเลิกเงินสินบนนำจับ จากเงินค่าปรับ โดยนำเงินค่าปรับมาเป็นกองทุนเพื่อใช้สำหรับการจัดหาอุปกรณ์ในการดำเนินงานและหนุนให้มีการตั้ง ศาลจราจร



แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ