ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี…คือดีอะ

ร้อนๆ แบบนี้ ใครที่อาศัยอยู่กลางกรุงที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายคงอึดอัดน่าดู  หลายคนคงอยากหนีไปเที่ยวชิลๆ พักผ่อนหย่อนใจกันให้หายร้อน แล้วค่อยกลับมาบากบั่นในเมืองกรุงกันต่อไป งั้นมากองรวมกันตรงนี้เลยดีกว่า เพราะเราจะขอพาทุกคนไปเที่ยว 3 ชุมชนโอทอปนวัตวิถีที่เลอเลิศเรื่องวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีงาม แถมยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร ความเรียบง่ายจะช่วยคลายความอึดอัดได้ไม่ยาก แล้วยังรู้สึกเย็นกายสบายใจอย่างอัตโนมัติอีกต่างหาก 

เริ่มต้นการเดินทางวันแรกที่ “บ้านดอนไก่ดี” ตั้งอยู่ที่ หมู่ 1 ต.ดอนไก่ดี อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร  บ้านดอนไก่ดีเขามีดีสมชื่อ ด้วย “เครื่องเบญจรงค์” ว่ากันว่าเครื่องเบญจรงค์ที่นี่คือของดีที่หาชมไม่ได้จากที่อื่น เพราะลวดลายมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ถ่ายทอดเรื่องราววิถีชีวิตความเป็นไทยอย่างประณีตทุกชิ้น เรียกว่าเลอค่าสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ยิ่งถ้าได้ไปดูให้เห็นกับตาใกล้ๆ จะต้องทึ่ง เพราะลวดลายของเขานั้นละเอียดมาก ใช้ทักษะเฉพาะตัวในการประดิษฐ์ประดอยกันแบบชิ้นต่อชิ้น

จากที่ได้คุยกับชาวบ้านที่นี่  พวกเขาเล่าว่า เมื่อประมาณ 37 ปีก่อน (พ.ศ. 2525) ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างอยู่ในโรงงานชามไก่ ทำให้ชาวบ้านมีทักษะการผลิตเครื่องลายครามเป็นอย่างดี แต่ต่อมาโรงงานดันเลิกกิจการไปซะได้  ชาวบ้านที่ว่างงานก็เลยมารวมตัวกัน แล้วผลิตถ้วยชามลายครามกันต่อมา จากรุ่นสู่รุ่น…ชาวบ้านดอนไก่ดีก็ได้พัฒนารูปแบบอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นเครื่องเบญจรงค์ล้ำค่ามาจนทุกวันนี้  แหม…พอได้ฟังเรื่องราวแบบนี้ ทำให้ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมเครื่องเบญจรงค์ของบ้านดอนไก่ดีถึงได้สวยงามอย่างหาที่ติไม่ได้ แถมยังได้รับรางวัลสินค้า OTOP ระดับ 5 ดาวอีกต่างหาก ก็เพราะชาวบ้านที่นี่มีความชำนาญพิเศษและพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่องนั่นเอง

ในทริปหนีกรุงคราวนี้ เรายังได้ไปเยี่ยมชม “หมู่บ้านสระโบสถ์” ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 6 ต.คูบัว อ.เมือง จ.ราชบุรี ที่นี่มี ”กาดวิถีชุมชน” เป็นไฮไลต์สำคัญ ตั้งอยู่ภายในวัดโขลงสุวรรณคีรี บอกเลยว่าแค่ย่างก้าวเข้ามาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายวิถีชุมชนที่อบอวลไปทั่ว มันแตกต่างจากวิถีชีวิตในเมืองกรุงอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเรื่องอาหารการกิน วัฒนธรรม และความเป็นอยู่ต่างๆ เต็มไปด้วยความเรียบง่าย ผ่อนคลายและสบายสุดๆ ไปเลย

ภายในกาดวิถีชุมชนเต็มไปด้วยร้านค้าต่างๆ กว่า 87 ซุ้ม มองซ้ายมองขวาก็ละลานตาไปด้วยอาหารหน้าตาแปลกๆ มากมาย ทั้งอาหารคาว อาหารหวาน อาหารพร้อมทาน และอาหารสด ถัดจากอาหารก็ยังมีโซนข้าวของเครื่องใช้ เครื่องจักสาน เสื้อผ้า เครื่องแต่งกายต่างๆ  ไม่เพียงแค่นั้น เพราะที่นี่ยังมีการจัดซุ้มถ่ายภาพพร้อมชุดไทยวนให้สวมใส่อีกด้วย บอกเลยว่าใครที่ชอบเช็คอิน ชอบแชะ ชอบแชร์ รับรองได้ฟินกับการถ่ายรูปอวดเพื่อนๆ ในโลกโซเชียลแน่นอน

แต่มาเที่ยวทั้งที ชะนีสาวอย่างเราจะพลาดเรื่องกินเรื่องช้อปได้ไง และก็ไม่ผิดหวังกับ “หมู่บ้านท่ามะขาม” ซึ่งตั้งอยู่ที่ ม.2 ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ที่นี่มี “ตลาดโอ๊ะป่อย” ให้เดินชม บอกเลยว่าอาหารที่นี่แปลกแหวกแนวมากมาย จนอยากชิมไปซะทุกร้าน เริ่มต้นที่ “ข้าวแดกงา” ที่แค่เห็นชื่อแล้วก็ต้องฉงนทันทีว่ามันคืออะไร จนมาได้คำตอบจากชาวบ้านว่าเป็นข้าวเหนียวกับงาดำ เอามาตำรวมกัน จากนั้นก็นวดๆ ให้เป็นแผ่นแล้วนำไปย่าง บรรจุใส่กระทงน่ารักๆ วางบนแผงขาย กลิ่นหอมหวลมาก จนต้องลองซื้อมาชิม ถัดมาที่ “ก๋วยเตี๋ยวม่อนไข่” ซึ่งเป็นร้านดังประจำจังหวัดราชบุรี เมนูนี้น่ากินไม่แพ้กัน หรือจะเป็น “บ้าบิ่นมะพร้าว” เป็นขนมหายากและยังเป็นสินค้า OTOP ของท้องถิ่นอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีสินค้า OTOP อื่นๆ อีกหลายอย่างให้ได้เชยชม

และถ้ามาถึงตลาดโอ๊ะป่อยแล้ว จะมัวถามหาแต่อาหารน่ากินไม่ได้ เพราะที่นี่มีอีกอย่างที่เป็นเสน่ห์สำคัญนั่นก็คือ “การใส่บาตรพระล่องแพ” เป็นประเพณีที่ดีงามและมีที่นี่ที่เดียวในประเทศไทย ที่ทำให้นักท่องเที่ยวได้ทั้งบุญ และยังได้สัมผัสแก่นแท้ของวิถีชีวิตชาวริมน้ำภาชีอีกด้วย แต่ถ้าใครอยากอินสุดๆ กับชาวชุมชนที่นี่ เขายังมีชุดกะเหรี่ยงเก๋ๆ ให้นักท่องเที่ยวได้สวมใส่ถ่ายรูปพร้อมเช็คอินกันที่ตลาดโอ๊ะป่อยด้วยนะ

สำหรับคำว่า “โอ๊ะป่อย” ที่ฟังแล้วแปลกหูนั้น ถามไถ่ชาวบ้านได้ความว่า เป็นภาษากะเหรี่ยงที่แปลว่า ผ่อนคลายหรือพักผ่อน ซึ่งพอมาเที่ยวตลาดแห่งนี้จริงๆ ก็ได้พักผ่อนหย่อนใจในเชิงธรรมชาติสมกับชื่อเขานั่นแหละ

ปิดท้ายทริปนี้กันด้วยการไปดูสมบัติทางวัฒนธรรมไทย ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นการแสดงชั้นสูงอย่าง การแสดงหนังใหญ่วัดขนอน ซึ่งรวมเอาศิลปะทรงคุณค่าหลายแขนงเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบลายไทยที่มีความงดงาม ผสมกับฝีมือช่างแกะสลักที่ประณีต มาประกอบกันเข้ากับศิลปะการแสดง ที่มาครบทั้งบทพากย์ บทร้อง และดนตรีปี่พาทย์ จึงทำให้เป็นศิลปะอันทรงคุณค่าระดับโลก โดยที่พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดขนอน จ.ราชบุรี ได้เก็บรักษาหนังใหญ่เอาไว้ให้ลูกหลานอย่างเราได้ดูกันถึง 313 ตัว

เรียกได้ว่าจบทริปหนีร้อนกันแบบฟินๆ อิ่มตา อิ่มใจ อิ่มท้อง แล้วยังอิ่มบุญ ไปกับชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีใกล้กรุง ที่งานนี้ต้องขอขอบคุณกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ที่ได้พาชะนีน้อยคอยรักให้ได้มาสัมผัสกับวิถีชีวิตที่ดีงาม กับโครงการ พช.สัมพันธ์สัญจร สมุทรสาคร – ราชบุรี เพื่อสัมผัสความเป็นอยู่ วัฒนธรรม และเอกลักษณ์ประจำถิ่น ใครอ่านแล้วอยากไปสัมผัสวิถีชีวิต และช่วยส่งเสริมรายได้ให้แก่ชุมชน ก็อยากให้ลองมาเที่ยวกันดู  รับรองว่า เสน่ห์ของชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีทั้ง 3 แห่งที่นำมาแนะนำกันนี้ สร้างสุขให้เราได้อย่างเต็มอิ่มอย่างแน่นอน.




แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ