4 เมนูเครื่องดื่มสตาร์บัคส์ที่คนรักการออกกำลังกายควรสั่ง

วันนี้ไบรท์ออนไลน์มีเมนูสำหรับคนที่รักในการออกกำลังกายจาก Starbucks มาแนะนำค่ะ โดย 4 เมนูที่เราเลือกมาแนะนำทุก ๆ คนในวันนี้ล้วนแต่เป็นเมนูที่จะช่วยฟื้นตัวหลังจากการออกกำลังกายทั้งสิ้นค่ะ

อย่างที่ทุกคนทราบกันดีนะคะว่ากลิ่นที่หอมฟุ้งของกาแฟในยามเช้านั้นช่างเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้เราลุกออกจากเตียงไปวิ่งตั้งแต่เช้าตรู่ได้ดีซะเหลือเกิน และนอกจากกลิ่นที่หอมยั่วยวนแล้วนั้นการดื่มกาแฟก็ยังมีประโยชน์มากมายอีกด้วยค่ะ

Dana Angelo White นักโภชนาการจากสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า นักดื่มหลายคนคิดว่าเมนู ‘ลาเต้ฟักทอง’ เป็นแค่ แฟรบปูชิโน่ ทั่วไปที่เต็มไปด้วยน้ำตาล ไขมัน และแคลอรีที่ไม่จำเป็น แต่จริงๆ แล้วเมนูนี้เป็นเมนูที่นักวิ่งควรดื่ม เพราะให้ความสดชื่น มีสารต้านอนุมูลอิสระ และยังมีปริมาณน้ำตาลที่ต่ำอีกด้วย

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องงดน้ำตาลไปเลย เพราะโดยปกติแล้วนักกีฬาไม่จำเป็นที่จะต้องเข้มงวดเหมือนคนทั่วไปที่จะต้องคุมปริมาณน้ำตาลในร่างกาย โดย สมาคมโรคหัวใจแห่งอเมริกา หรือ American Heart Association ได้ให้คำแนะนำว่า ผู้ชายควรบริโภคน้ำตาลไม่เกินวันละ 36 กรัม และผู้หญิงควรบริโภคน้ำตาลไม่เกินวันละ 25 กรัม นั่นเป็นเพราะว่าร่างกายของคุณจะเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตจำนวนมากขณะที่คุณออกกำลังกาย ร่างกายของคุณจึงต้องการน้ำตาลเพื่อมาทดแทนคาร์โบไฮเดรตที่สูญเสียไป

สิ่งหนึ่งที่คุณควรทราบก็คือ คุณควรหลีกเลี่ยงการบริโภคน้ำตาลเทียม เพราะอาจจะทำให้คุณเป็นโรคกระเพาะอาหาร ท้องอืด ตะคริว และท้องเสียได้ นักกีฬาส่วนมากจำเป็นต้องบริโภคคาร์โบไฮเดรต และงดดื่มแอลกอฮอล์ อีกสิ่งหนึ่งก็คือการใส่วิปปิ้งครีมมากเกินไป อาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารได้

สุดท้ายคุณควรต้องใส่ใจกับปริมาณของคาเฟอีน เพราะเป็นสารที่สามารถกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ได้ ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่ดีก่อนวิ่ง แต่อันตรายในระหว่างการวิ่ง

และจากแนวทางเหล่านี้ นี่คือ 4 เมนูจาก Starbucks ที่เหมาะสำหรับคนที่รักการออกกำลังกายค่ะ

1. Featured Dark Roast Drip Coffee

Starbucks มีกาแฟหลายสายพันธุ์ แต่ความแตกต่างของรสชาติไม่ใช่ความต่างเดียวของกาแฟแต่ละชนิด ยกตัวอย่างเช่น กาแฟแบบ Blonde Roast หากมีส่วนผสมของกาแฟชนิดนี้ประมาณ 360 มิลลิกรัม ต่อการเสิร์ฟ 16 ออนซ์ ก็อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ปวดหัว กระวนกระวายใจและใจสั่นได้

ทางที่ดีควรใช้กาแฟแบบ Dark Roast ปริมาณ 260 มิลลิกรัม และเติมนม หรือน้ำตาลปริมาณเล็กน้อย (หากคุณต้องการ) และจิบก่อนออกกำลังกายประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มปริมาณคาเฟอีน ส่วน Dark Roast ปริมาณ 16 ออนซ์ (ไม่รวมนมหรือสารให้ความหวาน) ประกอบด้วย 5 แคลอรี่, โปรตีน 1 กรัม, คาร์โบไฮเดรต 0 กรัม, ไฟเบอร์ 0 กรัม, น้ำตาล 0 กรัม, ไขมัน 0 กรัม, ไขมันอิ่มตัว 0 กรัม, โซเดียม 10 มิลลิกรัม และ คาเฟอีน 260 มิลลิกรัม

2Matcha Green Tea Latte ผสมนมสด หรือนมถั่วเหลือง 2%

เป็นเมนูที่มีคาเฟอีนน้อย จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ควรดื่มหลังจากออกกำลังกาย เนื่องจากอัตราส่วนของคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะ หากคุณกังวลว่าเมนูนี้จะมีปริมาณน้ำตาลสูงล่ะก็ ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะแก้วนี้มีปริมาณน้ำตาลเพียงแค่ 32 กรัมเท่านั้น ซึ่ง 24-25 กรัม ใน 32 กรัม นั้นก็เป็นน้ำตาลที่มาจากธรรมชาติ

นอกจากนี้คุณยังควรทราบถึงการเลือกนม เพราะถึงแม้ว่านมอัลมอนด์และกะทิ จะเป็นนมที่คนนิยมนำมาใช้เป็นส่วนผสม เนื่องจากมีแคลอรีต่ำ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีปริมาณโปรตีนน้อยเช่นกัน แนะนำให้เลือกใช้นมถั่วเหลืองแทนค่ะ

ปริมาณ 16 ออนซ์ (กับนมร้อยละ 2) ประกอบด้วย 240 แคลอรี่, โปรตีน 12 กรัม, คาร์โบไฮเดรต 34 กรัม, ไฟเบอร์ 1 กรัม, น้ำตาล 32 กรัม, ไขมัน 7 กรัม, ไขมันอิ่มตัว 4.5 กรัม, โซเดียมอิ่มตัว 160 มิลลิกรัม และ คาเฟอีน 80 มิลลิกรัม

3. Teavana Shaken Strawberry Green Tea Infusion

เป็นเมนูที่มีสารต้านอนุมูลอิสระจากชาเขียวมิ้นท์ ดอกไม้ และตะไคร้ สารต้านอนุมูลอิสระจะช่วยป้องกันคุณจากผลกระทบจากอนุมูลอิสระที่เป็นต้นเหตุของโรคหัวใจ โรคมะเร็ง และโรคอื่นๆ อีกมากมาย

เครื่องดื่มชนิดนี้จะให้ผลดีหากคุณจิบภายใน 30 นาที หลังจากการออกกำลังกาย ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกสดชื่น และควรทานคาร์โบไฮเดรตไปด้วยเพื่อป้องกันกันลดลงของน้ำตาลในเลือด

ปริมาณ 16 ออนซ์ ประกอบด้วย 45 แคลอรี่, โปรตีน 0 กรัม, คาร์โบไฮเดรต 11 กรัม, ไฟเบอร์ 0 กรัม, น้ำตาล 11 กรัม, ไขมัน 0 กรัม, ไขมันอิ่มตัว 0 กรัม, โซเดียม 10 มิลลิกรัม และคาเฟอีน 30 มิลลิกรัม

4. Double Shot Coffee Smoothie (Dark Chocolate)

เป็นเครื่องดื่มที่บรรจุในผลิตภัณฑ์แบบขวด มีส่วนผสมของโกโก้ กล้วยออร์แกนิก และนมอัลมอนด์ที่ให้โปรตีน 8 กรัม และคาร์โบไฮเดรต 29 กรัมต่อขวด จากข้อมูลทางโภชนาการ บอกว่า นมช็อกโกแลตนั้นเหมาะสำหรับการดื่มหลังการวิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิ่งในตอนเช้า

ปริมาณ 10 ออนซ์ ประกอบด้วย 170 แคลอรี, โปรตีน 8 กรัม, คาร์โบไฮเดรต 29 กรัม, ไฟเบอร์ 3 กรัม, น้ำตาล 24 กรัม, ไขมัน 3 กรัม, ไขมันอิ่มตัว 0 กรัม, โซเดียม 200 มิลลิกรัม และ คาเฟอีน 105 มิลลิกรัม

และทั้งหมดนี้ก็คือ 4 เมนูที่เราหยิบยกมาให้ทุกคนได้ทราบ แต่เราก็ไม่ได้บอกว่าทุกเมนูของ Starbucks จะเหมาะสำหรับคนที่รักการออกกำลังกายนะคะ ไม่ว่ายังไงก็ควรบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้เป็นผลเสียต่อสุขภาพค่ะ

ขอบคุณภาพจาก : Starbucks