“สารทจีน” มายาคติแสดงความกตัญญู และ วันเปิดประตูนรกของดวงวิญญาณ

เทศกาลสารทจีนถือเป็นวันสำคัญที่ลูกหลานชาวจีนจะได้แสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ โดยพิธีเซ่นไหว้ ซึ่งวิญญาณของผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว จะได้กลับมาเยือนโลกมนุษย์เพื่อมาเยี่ยมครอบครัวของตน และยังถือเป็นเดือนที่ประตูนรกเปิดให้วิญญาณทั้งหลายได้มารับกุศลผลบุญ

โดยในรอบหนึ่งปีชาวจีนจะมีการไหว้เจ้าใหญ่ 8 ครั้ง เรียกว่าไหว้ 8 เทศกาลโป๊ะโจ่ย ซึ่งการไหว้สารทจีนเป็นการไหว้ครั้งที่ 5

ตามปฏิทินทางจันทรคติ เทศกาลสารทจีนจะตรงกับวันที่ 15 เดือน 7 ตามปฏิทินจีน ชาวจีนจะเรียกว่าวันเทศกาลจงเยฺวี๋ยน, กุ่ยเจี๋ย หรือ หวางเหรินเจี๋ย ทั้งนี้ปีปฏิทินทางจันทรคติของจีนโดยทั่วไปจะช้ากว่าปีปฏิทินทางจันทรคติของไทยประมาณ 2 เดือน

ซึ่งหากพลิกดูปฏิทินที่มีทั้งระบบจันทรคติของไทย และของจีน จะเห็นว่า วันเพ็ญ 15 ค่ำเดือน 7 ของจีนนั้น ทางจันทรคติไทยเป็น วันขึ้น 14 ค่ำเดือน 9 และสำหรับปีนี้ตรงกับวันพฤหัสบดี ที่15 สิงหาคม

ตำนานเล่าขานของวันสารทจีน

ตำนานที่ 1

กล่าวไว้ว่าวันสารทจีนเป็นวันที่เงี่ยมล้อเทียนจือ (ยมบาล) จะตรวจดูบัญชีวิญญาณคนตาย ส่งวิญญาณดีขึ้นสวรรค์และส่งวิญญาณร้ายลงนรก ชาวจีนทั้งหลายรู้สึกสงสารวิญญาณร้ายจึงทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ ดังนั้นเพื่อให้วิญญาณร้ายออกมารับกุศลผลบุญนี้จึงต้องมีการเปิดประตูนรก

ตำนานที่ 2

มีชายหนุ่มผู้หนึ่งมีนามว่า “มู่เหลียน” (พระมหาโมคคัลลานะ) เป็นคนเคร่งครัดในพุทธศาสนามาก ผิดกับมารดาที่เป็นคนใจบาปหยาบช้าไม่เคยเชื่อเรื่องนรก-สวรรค์ ปีหนึ่งในช่วงเทศกาลกินเจนางเกิดความริษยาคนที่นุ่งขาวห่มขาวถือศีลกินเจ นางจึงให้มู่เหลียนไปเชิญผู้ถือศีลกินเจเหล่านั้นมาทานอาหารที่บ้านโดยนางจะทำอาหารเลี้ยงหนึ่งมื้อ

ผู้ถือศีลกินเจต่างพลอยยินดีที่ทราบข่าวว่ามารดาของมู่เหลียนเกิดศรัทธาในบุญกุศลครั้งนี้ จึงพากันมาทานอาหารที่บ้านแต่หาทราบไม่ ว่าในน้ำแกงเจนั้นมีน้ำมันหมูเจือปนอยู่ด้วย การกระทำของมารดามู่เหลียนนั้นถือว่าเป็นกรรมหนัก เมื่อตายไปจึงตกนรกอเวจีมหานรกขุมที่ 8 เป็นนรกขุมลึกที่สุดได้รับความทุกข์ทรมานแสนสาหัส

เมื่อมู่เหลียนคิดถึงมารดาก็ได้ถอดกายทิพย์ลงไปในนรกภูมิ จึงได้รู้ว่ามารดาของตนกำลังอดอยากจึงป้อนอาหารแก่มารดา แต่ได้ถูกบรรดาภูตผีที่อดอยากรุมแย่งกินหมดและเม็ดข้าวสุกที่ป้อนนั้นกลับเป็นไฟเผาไหม้ริมฝีปากของมารดาจนพอง แต่ด้วยความกตัญญูและสงสารมารดาที่ได้รับความทุกข์ทรมานอย่างสาหัสมู่เหลียนได้เข้าไปขอพญาเหงี่ยมล่ออ๊อง (ยมบาล) ว่าตนขอรับโทษแทนมารดา

แต่ก่อนที่มู่เหลียนจะถูกลงโทษด้วยการนำร่างลงไปต้มในกระทะทองแดง พระพุทธเจ้าได้เสด็จลงมาโปรดไว้ได้ทัน โดยกล่าวว่ากรรมใดใครก่อก็ย่อมจะเป็นกรรมของผู้นั้นและพระพุทธเจ้าได้มอบคัมภีร์อิ๋ว หลันเผิน ให้มู่เหลียนท่องเพื่อเรียกเซียนทุกทิศทุกทางมาช่วยผู้มีพระคุณให้หลุดพ้นจากการอดอยากและทุกข์ทรมานต่าง ๆ ได้ โดยที่มู่เหลียนจะต้องสวดคัมภีร์อิ๋ว หลันเผินและถวายอาหารทุกปีในเดือนที่ประตูนรกเปิดจึงจะสามารถช่วยมารดาของเขาให้พ้นโทษได้

นับแต่นั้นเป็นต้นมา ชาวจีนจึงได้ถือเป็นประเพณีปฏิบัติสืบต่อมากันโดยตลอดด้วยการเซ่นไหว้ทั้งอาหารคาวและหวาน และกระดาษเงินกระดาษทองไปวางไว้ที่หน้าบ้านหรือตามทางแยกที่ไม่ไกลนัก มีนัยว่าเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจของบรรดาวิญญาณเร่ร่อนที่กำลังจะผ่านมาใกล้ที่พักของตน

3 จุดประสงค์ของการไหว้วันสารทจีน

1. ไหว้เจ้าที่
จะไหว้ในตอนเช้า มีอาหารคาวหวาน กุยช่าย ขนมไหว้พิเศษที่ต้องมีคือขนมเทียน ขนมเข่ง แต้มจุดสีแดงไว้ตรงกลาง นอกจากนั้นก็มีผลไม้ น้ำชา หรือเหล้าจีน และกระดาษเงินกระดาษทอง

2. ไหว้บรรพบุรุษ
คล้ายของไหว้เจ้าที่พร้อมด้วยกับข้าวที่บรรพบุรุษชอบ ซึ่งตามธรรมเนียมจะมีน้ำแกงหรือขนมน้ำใส ๆ วางข้างชามข้าวสวย และน้ำชาจัดชุดตามจำนวนของบรรพบุรุษแต่ละบ้าน

3. ไหว้สัมภเวสี
ไป๊ฮ๊อเฮียตี๋ (วิญญาณเร่ร่อน,วิญญาณไม่มีญาติ,สัมภเวสี) แปลว่า ไหว้พี่น้องที่ดี (สะท้อนความสุภาพและให้เกียรติของคนจีนซึ่งเรียกผีไม่มีญาติว่าพี่น้องที่ดี) จะไหว้นอกบ้านโดยของไหว้จะมีทั้งของคาวหวานและผลไม้ตามต้องการและที่พิเศษคือมีข้าวหอมแบบจีนโบราณ คอปึ่ง เผือกนึ่งผ่าซีกเป็นเสี้ยวใส่ถาด เส้นหมี่ห่อใหญ่ เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทอง

ขนมที่ใช้ไหว้ในวันสารทจีน

ในสมัยโบราณชาวจีนใช้ขนมไหว้ 5 อย่าง เรียกว่า โหงวเปี้ย หรือเรียกชื่อเป็นชุดว่า ปัง เปี้ย หมี่ มั่ว กี
ปัง คือ ขนมทึงปัง เป็นขนมที่ทำมาจากน้ำตาล
เปี้ย คือ ขนมหนึงเปี้ย คล้ายขนมไข่
หมี่ คือ ขนมหมี่เท้า ทำมาจากแป้งข้าวเจ้าข้างในไส้เต้าซา
มั่ว คือ ขนมทึกกี่ เป็นขนมข้าวพองสีแดงตรงกลางมีไส้เป็นแผ่นบาง
กี คือ ขนมทึงกี ทำเป็นชิ้นใหญ่ยาวเวลาจะกินต้องตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ

ไหว้สารทจีนแบบชาวไทยเชื้อสายจีน

ของคาว 3 หรือ 5 อย่าง เช่น ไก่ หมู เป็ด ไข่ หมึก ปลา ของหวาน 3 หรือ 5 อย่าง เช่น ขนมเทียน ขนมเข่ง ขนมมัดไต้ ขนมถ้วยฟู หรือขนมสาลี่ปุยฝ้าย ขนมเปี๊ยะ ส้ม หรือผลไม้ตามสะดวก

ของไหว้ที่ต้องมีนอกจากของไหว้หลัก

เปาจึ ซาลาเปา
เจี่ยวจือ เกี๊ยวแบบเกี๊ยวจีน
หมานโถว หมั่นโถว
ผิงกว่อ แอปเปิล

สิ่งที่ต้องทำเพื่อส่งบรรพบุรุษกลับสู่ภพภูมิ

ในสมัยก่อนที่เป็นสังคมเกษตรกรรม ทุกครัวจะนำกิ่งธัญพืช 5 อย่าง เช่น ข้าว ข้าวสาลี ข้าวฟ่าง ลูกเดือย ถั่ว มาผูกรวมเป็นพู่ แล้วปักไว้เหนือประตูหน้าบ้าน โดยถือว่าพู่ธัญพืช 5 อย่างนี้ เป็นสัญลักษณ์แทนม้า เพื่อว่าเมื่อเสร็จพิธีเซ่นไหว้ บรรพบุรุษก็จะได้ขี่ม้ากลับไป เป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่บรรพบุรุษของตน

อ่านข่าว Bright Today

กรมบังคับคดี เปิดยื่นยื่นคำร้องฯผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ รับมือโควิด

กรมบังคับคดี เปิดให้บริการระบบยื่นคำร้องไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อป้องกันโควิด-19 แพร่ระบาด เริ่มแล้วตั้งแต่ 26 มี.ค.

สาวหัวร้อน โพสต์ด่ารัฐบาลยับ ฉุนถูกกักตัว-ให้แค่มาม่าเป็นของว่าง

สาวหัวร้อน โพสต์เฟซบุ๊กด่ารัฐบาลด้วยถ้อยคำหยาบคาบ หลังกลับจากสหรัฐฯ ไม่แจ้งล่วงหน้าถูกกักตัว 14 วันที่สัตหีบ อีกทั้งยังให้มาม่าเป็นของว่าง

เปิดข้อมูลผู้โดยสาร 158 คน ฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ปฏิเสธมาตรการกักตัว 14 วัน

เปิดข้อมูลผู้ โดยสาร 158 คน แหกด่านคัดกรองไวรัสโควิด-19 ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปฏิเสธมาตรการกักตัว 14 วัน พบภูมิลำเนาใน 38 จังหวัด

“4NOLOGUE” จัดทำ “GIVING BOX” นำรายได้ทั้งหมด โดยไม่หักค่าใช้จ่าย ช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์

4NOLOGUE (โฟร์โนล็อค) ผู้จัดคอนเสิร์ตและเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ครบวงจร ต้นสังกัดของสี่หนุ่ม TRINITY (ทรินิตี้) ประกอบด้วย “เจมส์-ธีรดนย์,เติร์ด-ลภัส,ปอร์เช่-ศิวกร”