เรียกร้องให้ปลด สุภัค

เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยออกแถลงการณ์จี้ปลดรองอธิบดี ยกเลิกบำนาญ-สวัสดิการ

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์ เรื่อง “กระทรวงพาณิชย์ต้องปลดรองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาโดยทันทีเพื่อสร้างมาตรฐานทางวินัยและจริยธรรมของข้าราชการไทย” ระบุว่า ตามที่สื่อมวลชนทั่วโลกได้รายงานพฤติการณ์ของนายสุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ที่กระทำการโดยเจตนาอย่างผิดกฎหมาย ในการลักทรัพย์ภาพวาดในโรงแรมที่พักในประเทศญี่ปุ่นจนถูกจับได้ เป็นที่น่าอับอายของสาธารณชนที่รับรู้ข้อมูลข่าวสารไปทั่วโลก อันสะท้อนให้เห็นถึงภาพลักษณ์ที่ตกต่ำถึงขีดสุดของข้าราชการไทยนั้น

แม้การกระทำดังกล่าวจะได้มีการเจรจาประนีประนอมยอมความ ยอมรับผิดและชดใช้ค่าเสียหายและจ่ายค่าปรับตามกบิลเมืองของประเทศญี่ปุ่นไปแล้วนั้น แต่ความดังกล่าวได้ก่อให้เกิดผลในทางภาพลักษณ์ต่อคนไทยหรือข้าราชการไทยทั้งประเทศ ซึ่งทางการไทยไม่ควรจะยุติเรื่องดังกล่าวลงโดยเด็ดขาด เนื่องจากนายสุภัฒ เป็นถึงผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานราชการไทย การกระทำดังกล่าวนอกจากจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาฐาน “ลักทรัพย์” แล้ว ยังถือว่ามีความผิดทาง “วินัย” ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ..2551 อีกด้วย

ซึ่งเป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ “ก..” ที่จะต้องเร่งดำเนินการสอบสวนเอาผิดตามมาตรา 8(7) ประกอบมาตรา 36 .(4) มาตรา 80, 82 (1) (10) มาตรา 83 (5) และมาตรา 85 (4) (7) เพราะเข้าข่าย “เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม” และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จะต้องสั่งให้ อ...กระทรวงฯดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา 16 (3) ประกอบมาตรา 67 ซึ่งต้องเอาผิดทางวินัยร้ายแรงและ “สั่งให้ออกจากราชการ” โดยทันที ตามมาตรา 91, 93 ประกอบมาตรา 97 แห่งพรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ..2551 เพราะความผิดที่เกิดขึ้นมีรูปธรรมที่ชัดเจน จากการรับสารภาพ การชดใช้ค่าภาพและการจ่ายค่าปรับในประเทศญี่ปุ่น

นอกจากนั้น จะต้องดำเนินการยกเลิกบำนาญและสวัสดิการทั้งปวงเสียทั้งหมดด้วย เพื่อสร้างมาตรฐานหรือบรรทัดฐานในการลงโทษทางวินัยข้าราชการ ที่กระทำการที่ทำลายภาพลักษณ์ของประเทศดังกล่าว เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อข้าราชการทุกระดับ ที่อาจจะไปก่อเหตุทำลายชื่อเสียงของประเทศในลักษณะนี้อีกต่อไป

อนึ่ง หากกรณีที่เกิดขึ้น กระทรวงพาณิชย์และคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนไม่ดำเนินการใดๆ ต่อรองอธิบดีฯดังกล่าว หรือพยายามที่จะอุ้มหรือช่วยเหลือเกื้อกูลกันแล้วไซร้ สมาคมฯจะถือว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ซึ่งสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ จะใช้สิทธิทางกฎหมายดำเนินการเอากับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไปทันที