เผยความรู้สึกเจ้าของภาพ “รอยแย้มพระสรวล ร.10 ทรงเรียกฟ้าหญิงสิริวัณณวรีฯ …กลับแล้วลูก”

“…หากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 6 พ.ค.62 ที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกสีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล

ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติฯ ได้เสด็จออกสีหบัญชรด้วย

และมีพระฉายาลักษณ์ภาพหนึ่งได้มีการเผยแพร่และถูกส่งต่อในโลกโซเชี่ยลมากที่สุด เป็นพระฉายาลักษณ์ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงโบกพระหัตถ์และแย้มพระสรวลให้กับประชาชนที่มารอชื่นชมพระบารมี

ด้านหลังพระองค์นั้นก็ปรากฎภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแย้มพระสรวลด้วยเช่นกัน ยังความปลาบปลื้มปีติให้แก่ประชาชนที่เฝ้าฯรับเสด็จฯ อย่างหาที่สุดมิได้

วันนี้ทีมข่าวไบรท์นิวส์จะนำทุกท่านไปทำความรู้จักกับช่างภาพและเจ้าของภาพที่สามารถบันทึกภาพประวัติศาสตร์นี้ให้คนไทยทุกคนได้รู้จักเขามากยิ่งขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้

ประวัติ : สืบพงษ์ อิทธิธนกุล อายุ 46 ปี เริ่มถ่ายภาพตั้งแต่ประมาณปี 2535

-ปัจจุบันเป็นช่างภาพประจำถ่ายจิวเวลรี่ให้กับบริษัท Mouawad Bangkok Rare Jewels Manufacturers Co., Ltd.

-ช่างภาพในกลุ่ม สห+ภาพ โดยมีคุณจิระนันท์ พิตรปรีชา เป็นประธานที่ปรึกษากลุ่ม

-อาชีพเสริมทำสายสะพายกล้องแฮนด์เมดขายออนไลน์แบรนด์ MoreStraps https://www.facebook.com/MoreStrapsTH/

สืบพงษ์ เปิดใจกับทีมข่าวไบรท์นิวส์ว่าชื่นชอบการถ่ายภาพทุกประเภท โดยเฉพาะเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ตามแต่มีโอกาส เพราะมันคือการบันทึกประวัติศาสตร์ที่ไม่สามารถย้อนเวลากับไปได้อีก

โดยเฉพาะในงานราชพิธีบรมราชาภิเษกที่เป็นงานใหญ่และสำคัญยิ่งนี้ ไม่มีเหตุผลใดที่จะทำให้ผมนั่งรอชมทางทีวีอยู่ที่บ้านเฉยๆได้ ผมกับภรรยาจึงตัดสินใจในตอนเช้าวันนั้นว่าจะต้องไปร่วมรับเสด็จ

และบันทึกภาพประวัติศาสตร์ครั้งนี้ให้ได้ ถึงแม้จะรู้ว่าอากาศร้อนมากอีกทั้งโอกาสที่จะเข้าไปชื่นชมพระบารมีใกล้ๆเป็นไปได้ยากมาก เพราะการที่จะฝ่าฝูงชนจำนวนมหาศาลที่มาร่วมในงาน

เพื่อเข้าไปยังจุดที่ดีที่สุดแทบเป็นไปไม่ได้เลย แต่ก็เหมือนโชคเข้าข้างให้ผมได้แทรกตัวเข้าไปได้จนถึงจุดที่คิดว่าน่าจะถ่ายภาพได้ดีที่สุดในระยะที่กำลังดีไม่ไกลหรือใกล้จนเกินไป

หลังจากได้ที่สำหรับปักหลักรอแล้วปัญหาที่ตามมาคือเราลืมเตรียมร่มมาจึงต้องทนนั่งตากแดดตั้งแต่เที่ยงวัน ในระหว่างที่นั่งรอก็คุยกับคนรอบข้างไปเรื่อยมีท่านหนึ่งในนั้นเล่าให้ฟังว่า

เคยมารับเสด็จที่ตรงนี้ครั้งหนึ่งแล้วตอนสมัยที่ ร.9 ในปี พศ. 2493 ระหว่างรอก็เป็นลมกันไปพอสมควรในบริเวณนั้น โชคดีที่มีเจ้าหน้าทีจิตอาสาที่เข้ามาช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา

สืบพงษ์เล่าต่อว่า สำหรับการคาดเดาและเตรียมความพร้อมในช่วงเวลาที่พระองค์ท่านเสด็จออกมานั้นสภาพแสงจะลดลงค่อนข้างมากเพราะอยู่ใต้เงาของพระที่นั่ง จึงจำเป็นต้องใช้สปีดกล้องที่สูงเพื่อให้มั่นใจว่าภาพที่ได้ภาพที่ชัดไม่สั่นไหว

เพราะมือไม่นิ่งพอจากการแบกน้ำหนักกล้องรวมเลนส์ประมาณ 3 กิโลกว่าๆ โดยไม่ใช้ขาตั้งกล้องเพราะเป็นข้อห้ามในการนำเข้ามาให้พื้นที่งาน เมื่อทุกอย่างพร้อมก็รอเพียงแค่เวลาที่ท่านจะเสด็จออกมาเท่านั้น

สิ่งที่ไม่คาดคิดและเวลาที่รอคอยก็มาถึงเมื่อพระองค์ท่านเสด็จออกมาบรรยากาศรอบตัวตอนนั้นกึกก้องไปด้วยเสียงทรงพระเจริญผมก็ยกกล้องขึ้นถ่ายภาพโดยทันที แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

ธงครับ !!! ธงที่ทุกคนเตรียมมาก็ชูขึ้นโบกสบัดบังหน้าทำให้ต้องคอยหลบจังหวะธงที่โบก พอโฟกัสภาพได้ก็กดถ่ายรัวชนิดที่ไม่อาจปล่อยนิ้วออกจากปุ่มชัตเตอร์หรือละสายตาจากช่องมองภาพได้เลย นี่คงเป็นข้อเสียของอาชีพช่างภาพที่ได้แต่ชื่นชมพระบารมีผ่านทางช่องมองภาพมากกว่าการชื่มชมด้วยตาเปล่า

สำหรับความรู้สึกนั้นเป็นครั้งแรกที่มีโอกาสได้ชื่มชมพระบารมีในระยะเวลาที่ยาวนานเพราะโดยปกติแล้วมักจะได้เห็นพระองค์จริงเพียงแค่ในรถยนต์พระที่นั่งที่ผ่านไปเพียงเสี้ยววินาที

 

แต่ครั้งนี้ผมได้เห็นและชื่นชมพระบารมีอย่างชัดเจนถือได้ว่าเป็นมงคลในชีวิตของช่างภาพและประชาชนธรรมดาคนหนึ่ง ผมไม่สามารถเปล่งเสียงทรงพระเจริญออกมาได้ดังๆเพราะกล้องในมืออาจจะสั่นได้ แต่เสียงในใจผมดังไม่น้อยกว่าใครแน่นอน

และภาพประวัติศาสตร์ที่ถือว่าเป็นฉากฟีนาเล่ก็เกิดขึ้น หลังจากที่ในหลวงกำลังหันหลังเสด็จกลับเข้าด้านในพร้อมทั้งพระองค์อื่นๆ ช่างภาพหลายๆคนก็เริ่มลดกล้องลง แต่ก็เกิดเหตุการณ์ต่อเนื่อง

เป็นจังหวะที่พระองค์หญิงทรงโบกพระหัตถ์เหมือนชุดฟีนาเล่บนแคทวอร์ค ผมต้องยกกล้องขึ้นมาอีกครั้งแล้วกดรัวแบบไม่ต้องคิดถึงการจัดองค์ประกอบภาพแล้ว

เพราะหากพลาดไปเพียงเสี้ยววินาทีก็ไม่ทางได้ภาพประวัติศาสตร์ที่เป็น Iconic photo ใบนี้มาอย่างแน่นอน และนี่จึงเป็นภาพที่จะกลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่ายิ่ง …”

โดยในวันที่ 10 พฤษภาคม 2562 คุณสืบพงษ์ อิทธิธนกุล เจ้าของภาพประวัติศาสตร์นี้ จะมาร่วมถ่ายทอดความรู้สึกอีกครั้งกับคุณ ธราวุฒิ ฤทธิอักษร รับชมผ่านการถ่ายทอดสด Youtube Bright TV เวลา 15.00 น.

เรียบเรียงโดย : นายธราวุฒิ ฤทธิอักษร ผู้ช่วยบรรณาธิการสถานีโทรทัศน์ไบรท์ทีวี

คลิปข่าวที่น่าสนใจ