น้ำมันดิบดูไบร่วงกว่า 4% นักลงทุนยังวิตกศก.โลกชะลอตัว

ราคาน้ำมันดิบโลกเพิ่มเล็กน้อย หลังรายงานสต็อกน้ำมัน “เบนซิน-ดีเซล” ในสหรัฐลดลงกว่าที่คาด ส่วนน้ำมันดิบดูไบร่วง 3.43 เหรียญ ขณะที่นักลงทุนยังกังวลเศรษฐกิจโลกชะลอตัว

เมื่อคืนวานนี้ (24 ต.ค.) สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อย หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) รายงานว่า สต็อกน้ำมันเบนซินของสหรัฐลดลง 4.8 ล้านบาร์เรล เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์ในโพลล์สำรวจของเอสแอนด์พี โกลบอล แพลทส์ คาดการณ์ว่าจะลดลงเพียง 1.5 ล้านบาร์เรล

ส่วนน้ำมันฮีทติ้งออยล์และดีเซลลดลง 2.3 ล้านบาร์เรล ใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะลดลง 2.45 ล้านบาร์เรล

อย่างไรก็ตาม สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐยังคงเพิ่มขึ้น 6.3 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.3 ล้านบาร์เรล

นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์เกี่ยวกับภาวะน้ำมันตึงตัว อันเนื่องมาจากการที่สหรัฐคว่ำบาตรอิหร่าน โดยแหล่งข่าว ระบุว่า การส่งออกน้ำมันจากอิหร่านลดลงใกล้ระดับ 1.5 ล้านบาร์เรล/วันในช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือนนี้ โดยลดลงจากระดับ 2.5 ล้านบาร์เรลในเดือนเม.ย.

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. ปิดที่ 66.82 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.39 เหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 0.6% ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนธ.ค. ปิดที่ 76.17 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ลดลง 0.27 เหรียญสหรัฐ หรือลดลง 0.4%

ขณะที่ราคาน้ำมันดิบดูไบ ปิดที่ 74.23 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ลดลง 3.43 เหรียญสหรัฐ หรือลดลง 4.4%

ด้านบมจ.ไทยออยล์ รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันประจำวันที่ 25 ต.ค. ว่า ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังปริมาณน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลคงคลังของสหรัฐปรับตัวลดลง 4.8 ล้านบาร์เรลและ 2.3 ล้านบาร์เรลตามลำดับ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า แต่ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.3 ล้านบาร์เรลขึ้นมาแตะระดับ 423 ล้านบาร์เรล

ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลดลงเล็กน้อย โดยได้รับแรงกดดันจากปริมาณเงินทุนที่ไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยง หลังดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง 608.01 จุด แตะระดับ 24,583.42 จุด ประกอบกับนักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตของความต้องการใช้น้ำมันโลกตามการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจที่ลดลง

สำหรับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันดิบอิหร่านของสหรัฐในเดือน พ.ย. นั้น ล่าสุดทางโรงกลั่นน้ำมันรัฐวิสาหกิจของจีนอย่างน้อย 2 โรง ยังไม่มีแผนที่จะใช้น้ำมันดิบของอิหร่านในการดำเนินการผลิตน้ำมันในเดือน พ.ย.นี้

ขณะที่ รมว.พลังงานของซาอุดิอาระเบีย ระบุว่า พร้อมจะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบให้เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำมันดิบในตลาดโลก โดยคาดว่าจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ 1-2 ล้านบาร์เรล/วัน โดยจะมีการหารือเกี่ยวกับการควบคุมปริมาณการผลิตของกลุ่มโอเปกในช่วง ธ.ค.นี้ ที่ประเทศออสเตรีย

บมจ.ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้ ว่า ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 64-69 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 74-79เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล




แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ