รู้หรือไม่? ‘ตากระตุก’ เป็นสัญญาณเตือนจากร่างกาย ไม่ใช่แค่ขวาร้าย ซ้ายดี

เชื่อว่าหลายคนคงเคยเป็นหรือเคยได้ยินเกี่ยวกับอาการ ‘ตากระตุก‘ หรือตาเขม่นกันมาไม่มากก็น้อย บางคนก็นำไปเชื่อมต่อกับเรื่องดวงหรือโชคลางเสียด้วยซ้ำ อย่างที่เคยได้ยินประโยคที่ว่า “ขวาร้ายซ้ายดี” แต่มันไม่ใช่แค่นั้นน่ะสิ

ตากระตุก คืออะไร?

ตากระตุก (Eye Twitching) คือ อาการที่เปลือกตามีการขยับเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว อาจเป็นเพียงเล็กน้อย หรืออาจเกิดขึ้นถี่ๆ จนทำให้เกิดความรำคาญได้ เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งเปลือกตาบนและเปลือกตาล่าง แต่มีอัตราการเกิดที่เปลือกตาบนมากกว่า

โดยทั่วไปอาการตากระตุกนั้นมักเป็นอาการที่ไม่รุนแรง ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดและมักไม่เป็นอันตราย สามารถเกิดขึ้นและหายได้เองในเวลาอันสั้น แต่ในบางกรณีอาการอาจรุนแรงและไม่สามารถหายเองได้ เช่น อาการตากระตุกเกร็งจนทำให้เปลือกตาด้านบนปิดลงมา หรืออาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงบางอย่าง เช่น โรคอัมพาตใบหน้า (Bell’s Palsy)  โรคกล้ามเนื้อบิดเกร็ง (Dystonia) เป็นต้น แต่กรณีนี้พบได้น้อยมาก

ตากระตุก เกิดจากอะไร

อาการตากระตุกสามารถเกิดขึ้นได้เองโดยไม่มีสัญญาณเตือนให้เรารู้ล่วงหน้า โดยมักเกิดขึ้นจากปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดอาการ ดังนี้

  1. นอนหลับไม่เป็นเวลา พักผ่อนไม่เพียงพอ
  2. มีความเครียดสะสมเป็นเวลานาน
  3. ดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเกินไป
  4. สูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
  5. แสงสว่าง แสงจ้า
  6. ลม หรือมลพิษทางอากาศ
  7. ตาล้า ตาแห้ง
  8. เกิดการระคายเคืองที่เปลือกตาด้านใน  โรคภูมิแพ้
  9. การขาดวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารบางชนิด
  10. ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด

การดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อมีอาการ ตากระตุก

  1. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  2. พยายามลดการใช้ Smart phone หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ลง
  3. ลด/หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ
  4. งดการสูบบุหรี่ รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  5. พยายามหาสิ่งที่ช่วยให้ผ่อนคลาย ไม่เครียดกับอาการที่เป็น
  6. นวดกล้ามเนื้อรอบดวงตา
  7. ประคบร้อน/อุ่นบริเวณดวงตา ประมาณ 10 นาที
  8. หากเกิดอาการตาแห้ง หรือเกิดอาการระคายเคืองตา สามารถหยอดน้ำตาเทียมได้

ข้อมูลจาก พญ. หทัยรัตน์ ลาวัณย์รัตนากุล โรงพยาบาลสมิติเวช