อยู่บ้านทั้งวัน WFH จนติดนิสัย กินจุกจิก ว่างเมื่อไหร่ต้องกิน แก้อย่างไรดี?

อยู่บ้านทั้งวัน WFH จนติดนิสัย กินจุกจิก ว่างเมื่อไหร่ต้องกิน เคยเจอปัญหาแบบนี้กันหรือเปล่า แล้วจะแก้อย่างไรดี?

ในช่วงที่ทุก ๆ คนต่างอยู่บ้าน เพราะโดนสั่งให้ WFH แล้วยิ่งทำงานที่บ้านบนโต๊ะก็ยิ่งมีขนมมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือนั่งทำงานอยู่ดี ๆ รู้ตัวอีกทีกดสั่งแกร้บ จนเกิดการกินจุกจิกไปเรื่อย จนเกิดเป็นพฤติกรรมที่ทำร้ายสุขภาพ สำหรับชาว WFH มือใหม่ทั้งหลาย เรามาดูกันดีกว่าว่าจะทำงานที่บ้านยังไงให้ งานไม่พัง แถมน้ำหนักไม่พุ่งไปด้วย

1. จัดตารางเหมือนทำงานที่ออฟฟิศ
ใช้ชีวิตเหมือนวันไปทำงานปกติ พักกินอาหารกลางวันเป็นเวลา หรือเบรคสั้น ๆ ระหว่างวัน และควรให้ความสำคัญกับอาหารเช้ามากที่สุด แต่ตารางงานอย่างเดียวอาจไม่พอ ลองจัดตารางมื้ออาหารที่แน่ชัดไปเลยว่าจะกินอะไรบ้างใน 1 วัน แบบนี้ก็สามารถช่วยลดความคิดวอกแวกอยากกินของจุกจิก ที่มักโผล่ขึ้นมาตอนนั่งคิดงานไม่ออกหรือประชุมเครียด ๆ ได้

2. อย่ากินอาหารบนโต๊ะทำงาน
พิมพ์งานไป มือหยิบขนมเข้าปากไปด้วย รู้ตัวอีกทีขนมห่อใหญ่ก็หายเกลี้ยง บางคนอาจคิดว่าการกินอาหารบนโต๊ะทำงานจะช่วยเซฟเวลา และทำให้วันของเราสิ้นสุดไวขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญ แนะนำว่าวิธีนี้ไม่ค่อยเวิร์ก แม้ในหนึ่งวันเราจะมีสิ่งที่ต้องทำมากมาย แต่การใช้เวลาทั้งวันอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างคร่ำเคร่ง โดยไม่ได้ออกไปพักเบรก อาจจะทำให้โฟกัสหลุดได้ง่ายเช่นกัน ดังนั้น อย่าปล่อยให้ตัวเองจมกับความหิว ลุกขึ้นไปทำอย่างอื่น เช่น ทำงานบ้าน คุยกับแม่ เล่นกับหมาแมว หรือยืดเส้นยืดสายบ้างก็ดี

3. ดื่มน้ำบ่อย ๆ
ร่างกายมนุษย์อาจสับสนได้ระหว่างการกระหายและความหิว ถ้าหากคุณดื่มน้ำไม่เพียงพอ หรืออยู่ในภาวะขาดน้ำ ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังหิว ดังนั้น เมื่อคุณรู้สึกอยากกินอะไรบางอย่างให้ลองดื่มน้ำแทน แล้วหลังจากนั้น 15 นาที ค่อยสังเกตว่าตัวเองยังหิวอยู่หรือเปล่า

4. ตั้ง Mile Stone ไว้พิชิต
กำหนดเป้าหมายให้ชัดว่าทำงานชิ้นนี้เสร็จ หรือวางแผนโปรเจกต์ใหม่ลุล่วง จะให้รางวัลตัวเองด้วยชานมไข่มุก! เป็นวิธีง่าย ๆ แต่อาจไม่ง่ายอย่างที่คิดเพราะต้องต่อสู้กับความหนักแน่นของจิตใจพอสมควร

ภาพจาก : freepik

5. หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง
ใครสั่งของกินจากแอปไม่หยุด ลองหยุดตัวเองด้วยแอปที่ช่วยควบคุมการใช้สมาร์ทโฟน เช่น Forest, UBhind, MUTE หรือแอปพลิเคชันอื่น ๆ ปกติตัวช่วยเหล่านี้ มักจะใช้กับคนที่ติดเล่นมือถือมาก ๆ แต่ในกรณีนี้ เราเอามาประยุกต์ใช้ระงับความหิวที่ใจสั่งมา นอกจากห้ามเราไม่ให้เผลอเปิดแอปสั่งอาหารแล้ว ยังควบคุมไม่ให้เราเล่นโซเชียลมีเดียมากจนเกินไปด้วย

6. จัดระเบียบการกินด้วย “Food Journal”
แน่นอนว่าการทำงานที่บ้าน ทำให้เราประหยัดเวลาจากการเดินทาง และได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น ดังนั้น การลองทำ Food Journal ของตัวเองขึ้นมาก็ถือเป็นไอเดียที่ดี ซึ่งเจ้า Food Journal ที่ว่าก็มีหน้าตาคล้ายกับไดอารี่ เพียงแต่เป็นการจดบันทึกอาหารที่เรากินในแต่ละวัน เพื่อสังเกตนิสัยการกินของตัวเอง จะได้รู้ว่าเรากินมากเกินไปหรือยัง หรือสารอาหารที่ได้รับเพียงพอไหม โดยผลวิจัยที่เผยแพร่ใน Harvard Health Publishing ชี้ว่า คนที่ทำ Food Journal อยู่เรื่อย ๆ สามารถลดน้ำหนักได้สำเร็จมากกว่าคนที่ไม่ได้ทำซะอีก ส่วนวิธีการจดก็แล้วแต่สไตล์ จะจดลงกระดาษง่าย ๆ หรือใช้ตัวช่วยอย่างแอปพลิเคชันที่ตอนนี้มีให้เลือกหลากหลาย เช่น LoseIt, MyFitnessPal หรือ See How You Eat เป็นต้น

7. ถือโอกาสไดเอตซะเลย
สำหรับคนที่อยากจะลดน้ำหนักอยู่แล้ว ก็ถือโอกาสนี้ไดเอตอย่างที่ตั้งใจไว้ เช่น ลองทำ IF (Intermittent Fasting) หรือ กินคีโต (Ketogenic Diet) ดู แต่ที่สำคัญคือต้องศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนนะ เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนจะเหมาะกับวิธีเหล่านี้ ซึ่งถ้าหากไม่เคร่งมาก แค่กินอาหารที่มีประโยชน์มีโภชนาการให้ครบถ้วน และเลี่ยง Junk food ก็เพียงพอ

ขอบคุณข้อมูลจาก : BrandThink