ส่ง “ดีเอสไอ” ล่าตัว “มานพ” หลังเบี้ยวนัดฟังคำสั่งฟ้อง คดีสมคบฟอกเงินกรุงไทย

อัยการฯประสานดีเอสไอ เร่งติดตามตัว “มานพ ทิวารี” พ่อนักการเมืองดัง หลังเบี้ยวนัดฟังคำสั่งฟ้องคดีสมคบฟอกเงินกรุงไทย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 ม.ค. ที่สำนักงานอัยการคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก พนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 นัดให้นายมานพ ทิวารี บิดาของน.ต.ศิธา ทิวารี อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดีร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินรับโอนเงินที่ได้จากการทุจริตอนุมัติสินเชื่อ ระหว่างธนาคารกรุงไทยกับกลุ่มกฤษดามหานครโดยมิชอบ เข้าพบเพื่อส่งฟ้องต่อศาล หลังพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 มีความเห็นให้สั่งฟ้องไปแล้ว

ต่อมาเวลา 17.00 น. นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ออกแถลงว่า วันนี้เป็นวันนัดฟังคำสั่ง และส่งตัวผู้ต้องหาเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง แต่ปรากฎว่านายมานพ ผู้ต้องหา ยังไม่ได้เดินทางมาพบพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 โดยส่งผู้รับมอบอำนาจมาขอเลื่อนการฟังคำสั่งคดีแทน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติกรรมขอเลื่อนการเข้าพบอัยการเพื่อฟังคำสั่งหลายครั้งแล้ว ซึ่งทางคณะทำงานอัยการคดีพิเศษพิจารณาแล้ว และมีคำสั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนการฟังคำสั่งออกไปอีก โดยหลังจากนี้ทางอัยการสำนักงานคดีพิเศษจะมีหนังสือไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้ไปดำเนินการติดตามตัวผู้ต้องหามาให้อัยการส่งฟ้อง หากยังไม่ได้ตัวมาก็ให้ดำเนินการขออนุญาตศาลออกหมายจับตัวผู้ต้องหามาให้อัยการส่งฟ้องต่อศาลต่อไป

มานพ ทิวารี

สำหรับคดีร่วมกันฟอกเงินกรุงไทยดังกล่าว คณะทำงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ มีความเห็นสั่งฟ้องนายมานพ นางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร และนายวันชัย หงษ์เหิน สามีนางกาญจนาภา โดยก่อนหน้านี้ นางกาญจนาภาและนายวันชัย หลบหนีไม่มาตามนัดส่งตัวฟ้องของอัยการ ซึ่งพนักงานอัยการคดีพิเศษได้ประสานไปยังดีเอสไอเพื่อขออำนาจศาลออกหมายจับเเล้ว




แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ