“กรมฝนหลวง” ชี้สภาพอากาศรอบกรุงเทพฯ “ไม่เอื้อ” งดทำฝนหลวงดูดฝุ่น PM 2.5   

กรมฝนหลวงฯเผยสภาพอากาศ “ไม่เอื้อ” งดทำฝนหลวงลดฝุ่นช่วงเช้าวันนี้ หวังเงื่อนไขสภาพอากาศเหมาะสม จะนำเครื่องบินก่อเมฆ ดูดฝุ่น PM 2.5 ในเขตกรุงเทพ-ปริมณฑล

เมื่อวันที่ 14 ก.พ. นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 9.00 น.ของวันนี้ (14 ก.พ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานว่าค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลหลายพื้นที่มีค่าเกินมาตรฐาน และอยู่ในระดับที่เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนแล้ว เทียบกับเมื่อวาน (13 ก.พ.) นี้ ที่ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ทุกพื้นที่ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผลการตรวจสอบอากาศของสถานีเรดาร์สัตหีบ จ.ระยอง พบว่า ค่าความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศที่ระดับความสูง 5,000-10,000 ฟุต อยู่ที่ 48% และความชื้นสัมพัทธ์ที่ระดับความสูง 10,000-15,000 ฟุต อยู่ที่ 15% ส่วนระดับดัชนีการยกตัวมวลอากาศ (เมฆ) อยู่ที่ 0.0 ซึ่งเงื่อนไขดังกล่าวไม่เอื้ออำนวยต่อการทำฝนหลวง ดังนั้น ในช่วงสายวันนี้ กรมฯจะยังไม่ส่งเครื่องขึ้นบินทำฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล

“กรมจะติดตามสภาพอากาศระหว่างวันอย่างใกล้ชิด โดยในเวลา 11.00 น.ของวันนี้ จะมีการส่งเฮลิคอปเตอร์ของกรมฯ บินสำรวจสภาพอากาศบริเวณในพื้นที่ปริมณฑลและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อนำข้อมูลมายืนยันว่า กรมฯจะตัดสินใจออกปฏิบัติการทำฝนหลวงหรือไม่ หากสภาพอากาศเข้าเงื่อนไข แม้ว่าจะเป็นเพียงการก่อเมฆ กรมฯจะส่งเครื่องขึ้นบินทำฝนหลวงทันที เพื่อให้เมฆลอยเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลเพื่อดูดซับฝุ่นในพื้นที่”นายสุรสีห์กล่าว

ส่วนสภาพอากาศที่ตรวจวัดได้จากสถานีเรดาร์ตาคลี จ.นครสวรรค์ พบว่า ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศที่ระดับความสูง 5,000-10,000 ฟุต อยู่ที่ 69% และความชื้นสัมพัทธ์ที่ระดับความสูง 10,000-15,000 ฟุต อยู่ที่ 30% ส่วนระดับดัชนีการยกตัวมวลอากาศ (เมฆ) อยู่ที่ -1.8 ซึ่งเงื่อนไขยังไม่เอื้อต่อการทำฝนหลวง ดังนั้น กรมฯจะขอติดตามสถานการณ์ระหว่างวันก่อน หากเงื่อนไขเหมาะสมก็จะออกปฏิบัติการทำฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือพื้นที่ จ.นครสวรรค์ และสระบุรี ต่อไป

ขณะที่ผลการตรวจวัดสภาพอากาศที่สถานีเรดาร์เคลื่อนที่ อ.โพธาราม สนามบินราชบุรี พบว่า ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศที่ระดับความสูง 5,000-10,000 ฟุต อยู่ที่ 47% และความชื้นสัมพัทธ์ที่ระดับความสูง 10,000-15,000 ฟุต อยู่ที่ 12% ส่วนระดับดัชนีการยกตัวมวลอากาศ (เมฆ) อยู่ที่ 1.1 ซึ่งเมื่อเอื้อต่อการทำฝนหลวง ทางกรมฯจึงขอดูสถานการณ์ก่อน หากเงื่อนไขเอื้ออำนวยจะส่งหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วขึ้นบินปฏิบัติการทำฝนหลวง

นายสุรสีห์ ยังกล่าวว่า กรมฝนหลวงฯได้จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการทำฝนหลวงอีก 1 หน่วย ที่ จ.พิษณุโลก โดยจะรับหน้าที่ออกปฏิบัติการทำฝนหลวงในพื้นที่ภาคเหนือเพื่อลดปัญหาฝุ่นควัน ซึ่งขณะนี้มีหลายพื้นที่เริ่มมีฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานแล้ว เช่น ที่ จ.แพร่ ลำปาง เชียงใหม่ และตาก

“เราวางแผนไว้ว่า หากสภาพอากาศเข้าเงื่อนไขในการทำฝนหลวงเมื่อไหร่ หน่วยเคลื่อนที่เร็วที่ จ.พิษณุโลก จะออกปฏิบัติการโปรยสารทำฝนหลวงที่ จ.แพร่ และลำปาง เมื่อโปรยสารเรียบร้อยแล้ว ก็จะนำเครื่องไปลงที่สนามบินของศูนย์ปฏิบัติการทำฝนหลวงที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อเติมสารทำฝนหลวง ก่อนจะนำเครื่องขึ้นบินเพื่อทำฝนหลวงในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ต่อไป”นายสุรสีห์กล่าว




แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ