‘กรุงเทพฯ’ รั้งอันดับ 2 เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมปี 2018

กรุงเทพฯรั้งอันดับ 2 เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมปี 2018 ส่วนภูเก็ตอยู่อันดับ 11

เคยบอกแล้วว่ายุคโซเชียลท่องเที่ยวบูม! ล่าสุดบริษัทวิจัยตลาดโลก Euromonitor International ได้เผยแพร่รายงานการจัดอันดับ “Top 100 City Destinations 2018” เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมชั้นนำของโลกที่ถูกจัดอันดับโดยนักท่องเที่ยวชาติต่างๆ ซึ่งผลที่ออกมานั้นออกจะน่าภูมิใจไม่น้อยค่ะ เพราะ 10 อันดับแรกมีเมืองในแถบ ‘เอเชีย’ ติดโผถึง 6 เมือง และกรุงเทพฯ ของไทยเราก็รั้งอันดับ 2 ของโลกจ้า

การจัดอันดับดังกล่าวเผยให้เห็นว่า 10 อันดับแรกของเมืองท่องเที่ยวที่เป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตที่สุดในปี 2017 ของบรรดาทัวริสต์ทั่วโลก คือเมืองที่อยู่ในทวีปเอเชียถึง 6 แห่ง โดยแชมป์ตกเป็นของฮ่องกง มีกรุงเทพฯ และสิงคโปร์ตามมาเป็นอันดับสองและสาม นอกจากนี้ มาเก๊า กัวลาลัมเปอร์ และเซินเจิ้น ก็รวมอยู่ในกลุ่มผู้นำ 10 อันดับแรกของโลกด้วย

ทั้งนี้ Wouter Geerts ที่ปรึกษาด้านการวิจัยการท่องเที่ยวของ Euromonitor International กล่าวว่า “เอเชียยังคงเป็นภูมิภาคที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มจาก 37 เมืองในปี 2012 มาเป็น 41 เมืองในปี 2018 ซึ่งญี่ปุ่นและอินเดียถือเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นมากต่อการเติบโตที่แข็งแกร่งเกี่ยวกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าสู่เมืองต่างๆ เช่น โอซาก้า (Osaka) และชิบะ (Chiba) มีอัตราเติบโตเฉลี่ย 43% และ 35% ตามลำดับ ในช่วงระหว่างปี 2012-2017”

ส่วนเมืองท่องเที่ยวในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกา เช่น เจอร์รา (Jerba – ตูนีเซีย), ซูสส์ (Sousse – ตูนีเซีย) และ ชาร์ม เอล ชีค (Sharm el Sheikh – อียิปต์) มีอันดับที่ลดลง เนื่องจากการโจมตีของผู้ก่อการร้าย ส่งผลให้ความต้องการท่องเที่ยวของทัวริสต์ทั่วโลกลดลงตามไปด้วย แต่ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งกลับกลายเป็นเมืองต่างๆ ในตุรกีเนื่องจากประเทศเริ่มฟื้นตัวขึ้นมาจากปี 2016 นั่นเอง

Euromonitor International ระบุว่า ประมาณร้อยละ 80 ของการเดินทางระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มาจากนักท่องเที่ยวชาวจีน และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ หากความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกาไม่ทำให้มันแย่ลงเสียก่อน ซึ่งหากสงครามการค้าระหว่างอเมริกากับจีนรุนแรงมากขึ้น คาดว่าการเดินทางออกนอกประเทศของนักท่องเที่ยวจากจีนจะลดลง 1.15 ล้านเที่ยว ในปี 2019 เงินที่ถูกใช้จ่ายไปจากการท่องเที่ยวก็จะลดลงตามไปด้วยประมาณ 1.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 59,000 ล้านบาท) และประเทศที่จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้น่าจะหนีไม่พ้นประเทศไทย ฮ่องกง และญี่ปุ่น

 

นอกจากนี้รายงานของ Euromonitor International ยังระบุถึง 3 เมืองที่ติดโผการจัดอันดับเป็นครั้งแรกด้วย ซึ่งได้แก่ บาตัม (Batam) ในอินโดนีเซีย ที่เพิ่มขึ้น 31 อันดับตั้งแต่ปี 2012 และอยู่ในกลุ่มสายแข็งของเมืองในเอเชียที่มีนักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมมากที่สุดในโลก แถมยังมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย โดยคาดว่าบาตัมจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวของปี 2018 เพิ่มขึ้นจากเดิม 12 เปอร์เซ็นต์

ตามมาด้วย ซานติอาโก (Santiago) ประเทศชิลี ถือเป็นครั้งแรกที่เมืองหลวงแห่งนี้ติดโผ โดยมีอัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวขาเข้าที่เพิ่มขึ้น 18% ขึ้นมา 17 อันดับจากปี 2012 และอยู่ที่อันดับที่ 93 ในการจัดอันดับครั้งนี้

และเมืองสุดท้าย ปอร์โต (Porto) หลังจากได้รับรางวัล จุดหมายปลายทางยอดเยี่ยมแห่งปี 2018 ของยุโรป (Europe’s Leading Destination 2018) ที่งาน World Travel Awards ประเทศโปรตุเกสก็กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง โดยปอร์โตติดโผหนึ่งในร้อยเป็นครั้งแรกในปีนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้น 42 อันดับจากปี 2012

Wouter Geerts สรุปตัวเลขการเดินทางขาเข้าทั่วโลกว่าน่าจะเพิ่มขึ้น 5% เป็น 1.4 พันล้านเที่ยวในปีนี้ ขณะเดียวกันจำนวนนักท่องเที่ยวจาก 100 เมืองในปีนี้จะเพิ่มขึ้น 7.5% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเมืองชั้นนำมีอัตราการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวดีกว่า โดยเมืองฮับจะเป็นส่วนขยายที่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลก

 

ที่มา: Euromonitor International และ www.edition.cnn.com

 



แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ