The Act จากคดีฆาตกรรมแสนโหดสู่ซีรีส์ที่น่าติดตาม

หลังจากได้ดูตัวอย่างซีรีส์เรื่อง The Act ต้องบอกเลยว่าไม่เขียนถึงไม่ได้ เพราะนอกจากตัวอย่างจะน่าดูแล้ว ทาง ไบรท์ออนไลน์ ได้ไปสืบค้นข้อมูลจากโซเชียล ทำให้รู้ว่าซีรีส์เรื่องนี้สร้างจากคดีฆาตกรรมที่โด่งดังในสหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ.2558 บอกเลยว่าคอซีรีส์แนวฆาตกรรมไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

เรื่องราวนั้นเกิดขึ้นจาก Dee Dee ผู้เป็นแม่รู้สึกว่า Gypsy Blanchard ลูกสาวของเธอนั้นเป็นเด็กที่ป่วยอยู่ตลอดเวลา เริ่มตั้งแต่ตอน Gypsy เป็นทารก Dee Dee ก็คิดว่าลูกสาวของเธอนั้นเป็นโรคหยุดหายใจขณะหลับ จึงได้พา Gypsy ไปหาหมอ แต่ทว่าคุณหมอกลับตรวจไม่พบความผิดปกติใด ๆ แต่ด้วยความที่ Dee Dee เคยเป็นผู้ช่วยพยาบาลมาก่อน จึงมักจะหาข้อโต้แย้งผู้เป็นหมอได้ตลอดเวลา

หลังจากนั้นดูเหมือนโรคต่าง ๆ จะรุมเร้า Gypsy ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็ง โรคกล้ามเนื้อเจริญผิดปกติ อาการโครโมโซมผิดปกติ ยิ่งช่วง 8 ขวบที่ลูกสาวของเธอดันประสบอุบัติเหตุตกจากรถจักรยานยนต์ ยิ่งทำให้ Dee Dee ผู้เป็นแม่ต้องคอยจับตาดู Gypsy อยู่ตลอดเวลา แบบไม่ให้คลาดสายตาเลยก็ว่าได้

ความจริงแล้วตอนที่ Gypsy ประสบอุบัติเหตุตกจากรถจักรยานยนต์นั้น เธอมีเพียงแผลที่หัวเข่าเท่านั้น แต่ Dee Dee กลับคิดว่าลูกสาวของธออาจจะเดินไม่ได้อีกต่อไปถ้าไม่ได้รับการผ่าตัด จากจุดนี้เองที่ทำให้ Gypsy ต้องเริ่มนั่งรถเข็นตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา

หลังจากนั้น Dee Dee ก็พา Gypsy ออกมาอยู่กันตามลำพัง 2 แม่ลูก เพราะไม่อยากให้คุณตาคุณยายของ Gypsy ถามถึงอาการป่วยของหลานสาวอีกต่อไป นอกจากนั้นเธอยังบอกับทุกคนด้วยว่าสามีของเธอนั้นไม่เคยดูแลเธอและลูกสาวเลย ถมยังเป็นพวกขี้เหล้าเมายาอีกด้วย นั่นจึงทำให้เรื่องของ 2 แม่ลูกนี้กลายเป็นที่สนใจของคนทั้งสหรัฐอเมริกา

มีหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาช่วยเหลือ Dee Dee และ Gypsy เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบ้านใหม่ให้แก่พวกเขา รวมไปถึงได้เงินสนับสนุนจากรัฐในฐานะคนพิการอีกด้วย นั่นยิ่งทำให้ Dee Dee เริ่มโกหกว่าลูกสาวของเธอนั้นป่วยเป็นโรคต่าง ๆ อีกหลายโรคมาก

แน่นอนว่าไม่ใช่เพียงแต่คนทั้งปนะเทศจะสนใจเรื่องราวของแม่ที่ทุ่มเทชีวิตเพื่อดูแลลูกสาวที่ป่วยหนัก แต่ทางด้านทีมแพทย์ รวมไปถึงนักประสาทวิทยาเด็ก นามว่า Bernardo Flasterstein ก็สนใจกรณีป่วยของ Gypsy ไม่ต่างกัน เขาถึงขั้นยื่นข้อเสนอว่าจะขอรักษา Gypsy ให้ แต่เมื่อถึงเวลารักษาจริง ๆ Bernardo กลับไม่พบความผิดปกติใด ๆ ในร่างกายของเด็กสาวเลยแม้แต่น้อย นั่นทำให้ Dee Dee รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากกับคำวินิจฉัยอาการที่ออกมา เธอจึงตัดสินใจพาลูกสาวกลับไปรักษาตัวกับหมอคนเดิม

และจุดนี้เองที่ทำให้ Bernardo เริ่มค้นหาความจริงว่า Gypsy นั้นมีอาการป่วยจริงหรือไม่ ในขณะเดียวกับที่ Gypsy เริ่มโตเป็นสาววัย 19 เธอก็เริ่มรู้ตัวเหมือนกันว่าแท้จริงแล้วเธอไม่ได้ป่วยเป็นอะไรแม้แต่นิดเดียว แต่เพราะความเชื่ออย่างฝังใจของผู้เป็นแม่ ทำให้เด็กสาวจำเป็นต้องนั่งรถเข็นอยู่ตลอดเวลา โดนโกนผมเพื่อให้เข้าใจว่าเป็นโรคมะเร็ง และให้อาหารเหลวทางท้องเพราะมีอาการป่วยหนักจนไม่สามารถกินอะไรได้เองตามปกติ

อย่างที่ทราบกันดีว่าเด็กสาววัยรุ่นก็อยากจะใช้ชีวิตเหมือนเด็กสาวทั่วไป ดังนั้น Gypsy เลยเริ่มแอบเล่นอินเทอร์เน็ตเพื่อหาคนคุยด้วย แต่เป้าหมายหลักของเธอคือการหาใครสักคนที่จะทำให้เธอหนีรอดจากแม่ของตัวเอง และแล้วความหวังของ Gypsy ก็เป็นจริง เมื่อเธอดันได้แชทคุยกับ Nicholas Godejohn หนุ่มจากรัฐวินคอนซิน ในปี พ.ศ.2555

หลังจากที่ Gypsy และ Nicholas แชทกันผ่านโลกออนไลน์อยู่นาน สุดท้ายพวกเขาก็นัดพบกันและแผนการฆาตกรรม Dee Dee ก็เริ่มเกิดขึ้น แล้วพวกเขาก็สามารถทำสิ่งที่วางแผนไว้ได้สำเร็จ

โดยในคืนวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2558 อยู่ ๆ ก็มีข้อความโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก Dee Gyp Blanchard ว่า That Bitch is dead!” (นางร้ายนั้นตายแล้ว) ทำให้ทุกคนที่เห็นโพสต์นี้ต่าง ๆ เข้ามาคอมเมนต์กันอย่างตกใจ บ้างก็คิดว่ามีคนแฮ็กเฟซบุ๊กของ 2 แม่ลูกนี้รึเปล่า

หลังจากนั้นเพื่อนบ้านและชาวโซเชียลก็พยายามทำทุกวิธีทาง ไม่ว่าจะเป็นการหาเบอร์โทรศัพท์ หาที่อยู่ของ Dee Dee รวมไปถึงโทรแจ้งตำรวจ แต่ตำรวจก็ไม่สามารถเข้าไปค้นบ้านได้เนื่องจากต้องรอหมายค้น แต่สุดท้ายก็มีคนสามารถปีนเข้าไปในบ้านได้ โดยทุกอย่างในบ้านยังปกติดี รถเข็นของ Gypsy ยังอยู่ครบ แถมแอร์ก็ถูกเปิดไว้ แต่สิ่งที่กลับทำให้น่าตกใจมากที่สุดก็คือ ภาพของ Dee Dee ที่ฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมบนเตียงนอนของเธอ ซึ่งดูเหมือนว่าเธอจะเสียชีวิตมาหลายวันแล้ว ส่วน Gypsy ก็หายตัวไป ทำให้ทุกคนเป็นห่วงกันมาก ๆ เพราะกลัวว่าเด็กสาวจะถูกฆาตกรจับตัวไป

แต่แล้วในวันรุ่งขึ้น Gypsy ก็ปรากฎตัวขึ้น โดยที่เธอสร้างความประหลาดใจให้กับผู้ที่พบเป็นอย่างมาก เพราะเธอสามารถเดินได้ แถมยังดูปกติดี ไม่เหมือนคนที่ป่วยเป็นโรคร้ายแรงเลยสักนิดเดียว หลังจากนั้นการสอบสวนก็เริ่มต้นขึ้น เธอรับสารภาพว่าความจริงแล้วเธอไม่ได้ป่วยอะไรเลย ทุกอย่างเป็นสิ่งที่ Dee Dee โกหกขึ้นมาทั้งสิ้น นอกจากนั้นเธอยังสารภาพด้วยว่า เธอเป็นผู้ว่าจ้างให้ Nicholas เป็นผู้ลงมือสังหารผู้เป็นแม่ โดยเธอแอบฟังอยู่นอกห้องนั่นเอง

นั่นทำให้ทุกคนยิ่งสงสาร Gypsy เข้าไปให้ แต่ดูเหมือนว่าการที่เธอถูกศาลตัดสินให้จำคุกเป็นเวลา 10 ปีนั้น มันทำให้เธอมีความสุขมากกว่าการต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้การโกหกของผู้เป็นแม่ แต่เมื่อเธอรู้ว่าแม่ของเธออาจจะมีอาการป่วยทางจิตเธอก็รู้สึกสำนึกผิดอยู่เช่นกัน

จากเรื่องราวที่น่าสนใจนี้เองทางสถานีโทรทัศน์ hulu จึงได้หยิบยกคดีฆาตกรรมนี้มาสร้างเป็นซีรีส์ ซึ่งกำหนดไว้ว่าจะมี 8 ตอนด้วยกัน โดยตอนแรกเริ่มฉายไปแล้วในสหรัฐอเมริกา ผ่านเว็บไซต์ Hulu เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา

ทาง ไบรท์ออนไลน์ ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าซีรีส์เรื่องนี้นั้นจะเข้าประเทศไทยเมื่อไหร่ ยังไงก็อยากให้ทุกคนคอยติดตามกัน ซึ่งถ้ามีอะไรคืบหน้าทางเราสัญญาว่าจะรีบมาอัพเดตให้ทุกคนได้ทราบอย่างแน่นอน…

ขอบคุณข้อมูลจาก : BuzzFeedNews และ Wikipedia 

ขอบคุณรูปภาพจาก : Dee Gyp Blanchard, hulu และ All That’s Interesting 

 

กรมชลประทาน ชี้แจงกรณีฝายก่อคา จ.ลำพูน พังเสียหายจากอุทกภัยปี 47

กรมชลประทาน ชี้แจงกรณีร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนว่า ฝายทดน้ำกอค่า บ้านสบสะป้วด หมู่ที่ 14 ต.ทาสบเส้า อ.แม่ทา จ.ลำพูน กั้นลำน้ำแม่สะป้วด

www.เราไม่ทิ้งกัน.com คลัง เผย 15 ล้าน 8 หมื่นคนผ่านเกณฑ์ โอนเงินแล้ว 14.7 ล้านคน

www.เราไม่ทิ้งกัน.com นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า มีประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ฝนตก กระหน่ำ! ภาคอีสาน ส่งผลให้น้ำไหลเข้าอ่างฯ วอนเกษตรกรใช้น้ำฝนเป็นหลัก

ภาคอีสาน กลาง ได้ฝนช่วยน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำบ้างแล้ว วอนเกษตรกรใช้น้ำฝนทำการเพาะปลูกเป็นหลัก เน้นเก็บกักน้ำให้ได้มากที่สุด ลดเสี่ยงขาดแคลนน้ำในอนาคต

แมน การิน รับ มีปัญหากับเกล จริง แต่ไม่เกี่ยวกับแชทที่หลุด ยังรักกันดีอยู่

หลังมีข่าวคราวว่าทั้งคู่นั้นเกิดปัญหารักร้าวจนเตียงสั่นคลอน สำหรับคู่รัก แมน การิน และ เกล รดา เพราะฝ่ายสาว เกล ได้ออกมาโพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพดิสดำ

โควิด19 ระบาดโรงงาน 9 แห่ง ในแคลิฟอร์เนีย

การระบาด โควิด19 แบบกลุ่มก้อนแพร่กระจายในโรงงาน 9 แห่งในเมืองเวอร์นอน ตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา