หอการค้าไทย หั่นจีดีพีโตแค่ 2.8% เศรษฐกิจไร้สัญญาณฟื้นตัว เม็ดเงินหายจากระบบ แสนล.

หอการค้าไทย | 13 มกราคม 2563 นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิบดีมหาวิทยาลัยหอการค้า และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยว่า ศูนย์พยากรณ์ฯ ปรับประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทยปีนี้ลดลงเหลือโต 2.8% จากเดิมที่คาดโต 3.1% ขณะที่ด้านการส่งออกคาดขยายตัว 0.8% จากเดิมคาดโต 1.8% ด้านการนำเข้าคาดติดลบ 0.1% จากเดิมคาดโต 0.4% โดยที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปีนี้คาดอยู่ที่ 0.9% จากเดิมคาด 1% ด้านการลงทุนภาครัฐคาดอยู่ที่ 6.5% และการลงทุนเอกชนคาดอยู่ที่ 4.1% ด้านปี 2562 ทางศูนย์พยากรณ์ฯ คาดว่าจีดีพีจะอยู่ที่ 2.5% โดยมองการว่าส่งออกจะติดลบ 2.5% และนำเข้าติดลบ 4.2% ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปคาดอยู่ที่ 0.7%

ในส่วนอัตราแลกเปลี่ยนในปีนี้คาดว่าค่าเงินบาทจะแข็งตัวมีค่าเฉลี่ยที่ 29.5-31 บาท จากเดิมคาด 29.75-31.25 บาท ส่วนราคาน้ำมันดิบตลาดดูไบ คาดอยู่ที่ 60-80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากเดิมคาด 60-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศคาดอยู่ที่ 41.4-41.8 ล้านคน จากเดิมคาด 41.6-42 ล้านคน และอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยคาดอยู่ที่ 1-1.25% โดยมองว่า หากเศรษฐกิจยังชะลอตัว มีโอกาสที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) อาจพิจารณาปรับลดดอกเบี้ยได้ 1 ครั้ง
สำหรับปัจจัยบวกต่อภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2563 นั้นประกอบด้วย สงครามการค้าเริ่มมีสัญญาณคลี่คลาย เศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มปรับดีขึ้น ภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง การลงทุนของรัฐมีโอกาสเร่งตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน การลงทุนของภาคเอกชนเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC และธนาคารกลางทั่วโลกต่างปรับนโยบายการเงินเป็นแบบผ่อนคลาย
ส่วนด้านปัจจัยลบที่มีต่อเศรษฐกิจไทยในปีนี้ ประกอบด้วย ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ กับอิหร่าน สถานการณ์ค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างต่อเนื่องและแข็งค่ามากกว่าสกุลเงินหลักอื่นๆ ความเสี่ยงจากภัยแล้งในปีนี้มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เบื้องต้นคาดว่าจะส่งผลต่อจีดีพี 0.03% หนี้เสีย (NPL) ของสถาบันการเงินและการเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ด้านความไม่แน่นอนทางการเมืองอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ
“ที่เราค่อนข้างห่วงมาก คือ ค่าเงินบาท แต่หลังจากที่จะตั้งคณะกรรมการดูแลเสถียรภาพขึ้นมา เชื่อว่า กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะทำให้มีมาตรการออกมารับมือและไม่ทำให้ค่าเงินบาทหลุด 30 บาทต่อดอลลาร์เร็ว ขณะที่พ.ร.บ.งบประมาณ แม้จะผ่านแล้ว แต่เชื่อว่าเม็ดเงินจะเข้าสู่ระบบได้ในช่วงพฤษภาคม-มิถุนายน เป็นต้นไป”นายธนวรรธน์ กล่าว
จากการประเมินผลกระทบในเบื้องต้น คาดว่าจะมีเม็ดเงินหายไปจากระบบประมาณ 100,000 ล้านบาท แบ่งเป็น จากภาคการส่งออกที่คาดเม็ดเงินจะหายไป 70,000-80,000 ล้านบาท จากผลกระทบจากภัยแล้ง 10,000 ล้านบาท และจากราคาน้ำมัน 10,000 ล้านบาท

ด้านนางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ ที่ปรึกษาประจำของสภามหาวิทยาลัย และประธานโครงการ [email protected] กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยประจำเดือนธันวาคมที่ผ่านมา อยู่ที่ 45.7 ลดลงจากเดือนก่อนที่อยู่ที่ 45.9 ซึ่งลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 และเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 24 เดือน และยังไม่เห็นสัญญาณในการฟื้นตัวใดๆ โดยปัจจัยที่มีผลกระทบด้านลบต่อดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ประกอบด้วย คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 2562 โดยคาดว่าจะขยายตัว 2.5% จากเดิมคาด 2.8 % ส่วนในปี 2563 คาดว่าจะขยายตัว 2.8 % จากเดิมคาดขยายตัว 3.3 %
นอกจากนี้ยังเป็นผลจากการส่งออกของไทยในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาลดลง 7.39% ด้านการนำเข้าลดลง 13.78 % ขณะเดียวกันยังมีความกังวล เกี่ยวกับปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ กับจีน ปัญหา Brexit รวมทั้งกรณีที่สหรัฐตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) สินค้าไทย ซึ่งอาจส่งผลกระทบในเชิงลบต่อการส่งออกสินค้าไทยด้วย ราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกในประเทศปรับเพิ่มขึ้น รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การบริโภคที่ชะลอตัว
ส่วนปัจจัยบวก ที่มีต่อดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ประกอบด้วย กนง.มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.25 % ผลของมาตรการกระตุ้นของภาครัฐช่วยกระตุ้นอุปสงค์ในประเทศ ทำให้เศรษฐกิจในไตรมาส 4/2562 เติบโตอย่างต่อเนื่อง มูลค่าการลงทุนของโรงงานที่ได้รับอนุญาตการประกอบกิจการขยายตัวสูงถึง 445,025 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 37.94 %
สำหรับแนวทางการดำเนินการแก้ไข ประกอบด้วย การสร้างความเชื่อมั่นทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ และสถานการณ์การเมือง หรือแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจที่ชัดเจน เช่น มาตรการหรือแนวนโยบาย เป็นต้น กระตุ้นเศรษฐกิจโดยกระตุ้นด้านการบริโภค และผลักดันการส่งออกสินค้าไทยให้ขยายตัวได้ชัดเจน สร้างความสมดุลของราคาพืชผลทางการเกษตรให้ได้ประโยชน์ทั้งเกษตรกรและผู้ประกอบการ รวมถึงสนับสนุนให้มีโครงการในระยะสั้น กลาง ยาว เพื่อแก้ปัญหาด้านเกษตรกรรมอย่างเป็นรูปธรรม มีมาตรการป้องกันการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากสถานการณ์ธรรมชาติ เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วม เพิ่มมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน รวมถึงการจัดการลดค่าครองชีพประชาชนในระยะยาว รวมถึงการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในประเทศดีขึ้น กระจายความเจริญไปทั่วทุกภูมิภาค

อ่านข่าวที่ Bright Today

7พันชิ้น! รพ.จีนบริจาค หน้ากาก แก่ 2 สถาบันแพทย์ยุโรป

หน้ากาก สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า โรงพยาบาลกลางซุ่ยหนิง ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองซุ่ยหนิง มณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน

ม.ปลายจีนใน เสฉวน เริ่มกลับไปโรงเรียน คุมเข้ม โควิด19

โควิด19 สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า โรงเรียนมัธยมปลายในเขตปาโจว เมืองปาจง มณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน หลังจากนักเรียนกว่า 450,000 คน

สถานการณ์คลี่คลาย! หูหนาน ลดระดับรับมือไวรัส โควิด19

โควิด19 สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า คณะกรรมการสุขภาพมณฑลหูหนาน ทางตอนกลางของจีน ซึ่งอยู่ติดกับมณฑลหูเป่ยที่เคยเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาด

ปม อย.! จีนโต้สหรัฐฯปฏิเสธ หน้ากาก KN95 เข้าประเทศ

หน้ากาก KN95 สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนแถลงว่ามาตรฐานการรับรองเวชภัณฑ์อาจแตกต่างกันไป ในแต่ละประเทศและภูมิภาค